Connect with us

ข่าว

นนทบุรี ดีเอสไอ สนธิกำลังหลายหน่วยงาน เปิดยุทธการปราบโกงสายฟ้าฟาด ทลายเครือข่ายเหมืองขบวนการแอบขุดเหรียญคลิปโต ทั้งหมด 41จุด นนท์ 39จุด

Published

on

ผู้สื่อข่าว : ฉัตรมงคล สิงห์โต ผู้สื่อข่าวนนทบุรี

เมื่อเวลา 09.00น.วันที่ 30 พ.ย.65 ผู้สื่อข่าวรายงานว่านายไตรยฤทธิ์ เตมหิวงศ์ อธิบดี DSI เปิดยุทธการปราบโกงสายฟ้าฟาด หรือ Electrical Shock โดยสนธิกำลังหลายหน่วยงาน อาทิ สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กรมศุลกากร และตำรวจ ลงพื้นที่ปูพรมตรวจค้น 41 จุดพร้อมกัน ในกรุงเทพฯ และจ.นนทบุรี กำลังเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ เข้าตรวจค้นอาคารจำนวน 3 หลังตั้งอยู่ติดกันเลขที่ 73/104
73/94,73/103,73/21 ภายในซอยสามัคคี 28 ตำบลท่าทราย อำเภอเมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี พบว่ามีอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ที่ใช้สำหรับขุดเงินสกุลดิจิทัล จำนวนมาก และมีจุดสังเกตุที่บริเวณชั้น 2 และชั้น 3 ของอาคาร จะมีการดัดแปลงเป็นช่องระบายความร้อนและเปิดหน้าต่าง ลักษณะคล้ายห้องอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับขุดสกุลเงินดิจิทัล แล้วยังพบว่ามีการต่อเติมฝ้าเพดาน เพื่อปกปิดบริเวณลักลอบจั้มสายไฟที่ต่อเข้ากับอาคารเอาไว้ จึงประสาน นายทรงพล ฝีมือช่าง เจ้าหน้าที่เทคนิคสายอากาศ 6 เจ้าหน้าที่การไฟฟ้านครหลวง เข้าตรวจสอบ พบว่ามีการต่อสายไฟเข้าอาคารโดยตรงไม่ผ่านหม้อแปลง ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบยังไม่สามารถประเมินความเสียหายได้ และหลังจากนี้จะทำหนังสือยื่นให้กับกรมสอบสวนคดีพิเศษ เอาผิดฐานละเมิดทรัพย์สินของการไฟฟ้าต่อไป

นายไตรยฤทธิ์ เตมหิวงศ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เผยว่า การเข้าตรวจสอบในครั้งนี้เนื่องจากพบว่า มีบริษัทขุดสกุลดิจิทัล หรือคริปโต โกงค่าไฟฟ้า โดยใช้อาคารบ้านพักเป็นแหล่งปฎิบัติการ จำนวน 41 จุด จะการลงพื้นที่สืบสวนเพิ่มเติมตรวจพบเพิ่มเกือบ 10 จุด รวมแล้ว 50 จุด โดยจุดแรกที่เข้าตรวจค้นในวันนี้เป็นจุดสำคัญเนื่องจากเป็นจุดที่มีผู้ดูแลถือกุญแจ ในจุดต่าง ๆมีเครือข่ายขนาดใหญ่ ที่จะเข้าตรวจค้นในวันนี้ ซึ่งแต่ละอาคารจะมีเครื่องขุดบิดคอย จำนวนกว่า 30-100 เครื่อง ซึ่งปกติจะต้องเสียค่าไฟขั้นต่ำเดือนละไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นบาท แต่กลับพบว่าอาคารแห่งนี้เสียค่าไฟแค่เดือนละ 300 บาท โดยลักลอบทำมานานกว่า 1 ปี หากรวมทั้งหมด 50 จุดมีจำนวนคอมพิวเตอร์มากกว่า 3,000 เครื่อง ซึ่งหากเป็นการลักลอบใช้ไฟทั้งหมด ทำให้รัฐได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมากกว่าหลายล้านบาท

นอกจากนี้ยังตรวจสอบพบว่าเจ้าของมีชื่อเป็นคนไทย และจะขยายผลเพิ่มเติมถึงนายทุนคนอื่น ๆ เพิ่มเติม หากพบว่ามีความเกี่ยวข้องกับนายทุนต่างชาติก็จะติดตามตัวมาดำเนินคดีต่อไป จากการตรวจค้นในครั้งนี้เบื้องต้นยังไม่สามารถสรุปความเสียหายได้ทั้งหมด แต่ที่สามารถดำเนินคดีได้คือข้อหาลักทรัพย์ โดยเป็นการขโมยใช้ไฟฟ้าของทางรัฐ ต้องถูกดำเนินทั้งคดีแพ่งและอาญา ส่วนข้อหาอื่นจะต้องมีการตรวจสอบขยายผลเพิ่มเติม

Advertisement
Continue Reading
Advertisement