Connect with us

ข่าว

ลำปาง-ชุมชนเข้มแข็ง ร่วมแรงร่วมใจ ช่วยเหลือเครือข่ายไฟป่าและหมอกควัน ที่เสียชีวิต

Published

on

ชุมชนเข้มแข็ง ร่วมแรงร่วมใจกัน บ้านหมู่ 6 บ้านแม่ตาใน ตำบลปงดอน อำเภอแจ้ห่ม จังหวัดลำปาง เป็นชุมชนที่ได้รวมตัวกันก่อตั้ง”เครือข่ายไฟป่าและหมอกควัน”ขึ้น เพื่อรักษาผืนป่า ช่วยเหลือสมาชิกเครือข่ายที่เสียชีวิตลง ตามโครงการ “สืบสาน งานต่อรักษาผืนป่า ตามรอยพ่อ” โดยการนำของกำนันเฉลิม สิงห์แก้ว ซึ่งได้จัดตึ้งขึ้นเป็นรุ่นแรก ปัจจุบันมีสมาชิกเครือข่ายเป็นรุ่นที่ 3 แล้ว

นางเพ็ญศรี ไหวพินิจ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 6 บ้านแม่ตาใน ตำบลปงดอน อำเภอแจ้ห่ม จังหวัดลำปาง ,ประธานเครือข่ายไฟป่าและหมอกควัน บ้านหมู่ 6 กล่าวว่า “ปัจจุบันมีสมาชิกแรกเริ่มโดยการนำของพ่อกำนันเฉลิม สิงห์แก้ว เป็นผู้บุกเบิกมาตั้งแต่แรก มีจำนวน 57 คน ปัจจุบันมีสมาชิกทั้งหมด 68 คน โครงการตัวนี้ไม่มีงบประมาณอุดหนุน แต่เราได้ทำเครือข่ายตามรอยของพ่อกำนัน คือระดมชาวบ้านช่วยกันรักษาผืนป่า ไปทำแนวกันไฟ ลาดตระเวน โดยไม่มีงบ ช่วยกันทำในหมู่บ้านเรา โดยการนำของพ่อกำนันเฉลิม สิงห์แก้ว ต่อมาได้มีผู้ใหญ่จำรัส หมันหา ได้เดินตามรอยของพ่อและมีงบสนับสนุน ต่อมาในปี 2557 ที่ไม่มีงบประมาณสนับสนุน และในปี 2559 ได้รับงบสนับสนุนจากกรมอุทยานถ้ำผาไทเข้ามาช่วยเหลือทางด้านค่าสนับสนุนค่าอาหารและค่าจ้างรายวัน แก่เครือข่าย แต่ไม่มาก ประมาณ 100-200 บาท แต่ทางเครือข่ายเป็นเครือข่ายที่รักษาผืนป่า อยากให้ผืนป่าอยู่กับลูกหลานตลอดไป ก็เลยมีการประชาสัมพันธ์ให้ชาวบ้านมีส่วนร่วม พอถึงช่วงที่จะทำแนวกันไฟก็จะประชาสัมพันธ์ของแรงชาวบ้านช่วยทำแนวกันไฟ หลังจากนั้นก็จะให้หน่วยลาดตระเวนของเครือข่ายไฟป่า ซึ่งสมาชิกของหน่วยไฟป่า จะขึ้นไปดูในสถานะการป้องกันไฟป่า ตามโครงการตอนที่เราได้ทำขึ้นมา ณ วันนี้ บังเอิญมีกลุ่มที่แน่นพอ มีงบสนับสนุนจากกรมอุทยาน ส่วนมาสนับสนุน ก็เลยได้คิดกันแล้วก็เป็นสิ่งที่ว่าอยากปลุกระดมให้ชาวบ้านและรุ่นหลังรักษาผืนป่าไว้ ก็เลยคิดเป็นโครงการ “สืบสาน งานต่อรักษาผืนป่า ตามรอยพ่อ” บ้านแม่ตาใน ซึ่งหมายถึงว่าโครงการทั้งหมด เป็นงานของพ่อกำนันได้เริ่มมาก่อนและพ่อผู้ใหญ่จำรัส หมันหาและรุ่นของเราก็เป็นรุ่นที่ 3 ซึ่งโครงการตัวนี้ก็จะปลูกฝังให้เด็กรุ่นลูกรุ่นหลานได้รู้จักการรักษาป่าไม้ให้คงอยู่กับชุมชนตลอดไป

ในส่วนของวัตถุประสงค์ที่ได้จัดตั้งสวัสดิการช่วยเหลือสมาชิกที่เสียชีวิต อยากให้สมาชิกและครอบครัวของสมาชิกได้มีโอกาสทำงานเพื่อพี่น้องประชาชนและไม่ได้สูญเสียเปล่า สิ่งหนึ่งที่ความดีที่สมาชิกที่เสียชีวิตได้ทำความดีไว้ ก็เป็นน้ำใจจากสมาชิกรุ่นหลัง จึงได้ก่อตั้งขึ้นมาเพื่อหาเงินมาช่วยเหลือสนับสนุนครอบครัวผู้เสียชีวิต โดยที่ไม่มีงบจากส่วนอื่นมาช่วยเหลือ โดยการระดมทุนกันเอง ซึ่งก่อนหน้านั้นที่จะตั้งชมรมเราได้เห็นความสำคัญของผู้เสียชีวิตที่ได้ร่วมทุกข์ผจญภัยในป่า การสู้รบกับไฟไม่ใช่เรื่องที่ง่าย ที่ผ่านมาสมาชิกในเครือข่ายจะช่วยเหลือกันโดยไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย แม้กระทั่งกลางคืนก็ต้องไป หากมีเหตุเกิดไฟป่ามีคนแจ้งมาก็จะต้องไปช่วยกันและเกิดความเห็นอกเห็นใจกันที่สมาชิกได้ทำความดีต่อชุมชุมชน ความสำคัญของป่า คนในชนบทจะต้องอยู่ร่วมกับป่ามาโดยตลอด ป่าจะให้ผลประโยชน์ต่อชาวบ้านหากช่วยกันรักษาป่า ไม่ทำลายป่า ไม่เผาป่า ตามฤดูกาลชาวบ้านจะได้อาหารจากป่า ฤดูหน่อก็ได้กินหน่อไม้ ฤดูเห็ดจะได้กินเห็ดออกตามฤดูกาล ฤดูผักหวานก็จะได้กินผักหวาน ซึ่งชาวบ้านก็ไปเก็บมาขาย สร้างรายได้ให้ชาวบ้าน ชาวบ้านจะได้ผลประโยชน์จากป่ามาก ถ้าถึงเวลาที่เราเก็บของป่า คนที่มีอาชีพเก็บของป่าก็จะมีรายได้ หากได้มาเยอะก็จะนำมาแบ่งปันกันกิน ซึ่งเป็นความสามัคคีของในกลุ่ม ในชุมชนทั้งเครือข่าย และทั้งชาวบ้านมีส่วนร่วมกันทุกหลังคาเรือน

ด้านตัวแทนญาติผู้เสียชีวิต ได้กล่าวว่า “ตอนแรกนั้นผมก็ดีใจด้วย ที่หมู่บ้านเรามีความสามัคคีร่วมกันภายในชุมชน ตอนนี้ทางเจ้าภาพ ที่มีสมาชิกที่สมัครเข้าเป็นสมาชิกของเครือข่ายไฟป่า บ้านหมู่ 6 บ้านแม่ตาใน ส่วนใหญ่ก็มาจากคนในหมู่บ้าน ตอนนี้มีนายสุทิน ตาคำ ได้เสียชีวิตลง เพราะเครือข่ายได้ร่วมแรงร่วมใจก่อตั้งขึ้นมากันนะครับ ก่อตั้งกันขึ้นมาเป็นเครือข่าย ของชุมชนบ้านแม่ตาใน ผมก็เป็นตัวแทน ทางญาตผู้เสียชีวิต ก็ขอขอบคุณเครือข่ายไฟป่าและหมอกควันบ้านแม่ตาในเป็นอย่างมากนะครับ ที่ได้ก่อตั้งกันขึ้นมาเพื่อช่วยเหลือซึ่งกันและกันนะครับ ภายในหมู่บ้าน”

Continue Reading
Advertisement