ข่าว
เชียงใหม่ เช่ารถขนอาหารทะเลขนยาบ้ากว่า 2.6 ล้านเม็ด หวังตบตาตำรวจแต่ไม่รอดถูกจับคาด่าน
ผู้สื่อข่าว : นพนิวัตร์ ไกรฤกษ์ ผู้สื่อข่าวเชียงใหม่
เมื่อ 09.30 น. วันนี้ (3 ธันวาคม 64) ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 พล.ต.ท.ปิยะ ต๊ะวิชัย ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 พร้อมด้วย พล.ท.บุญยืน อินกว่าง แม่ทัพน้อยที่ 3 ร่วมแถลงผลการจับกุมกลุ่มเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ในพื้นที่ภาคเหนือ โดยมีผู้ต้องหา 2 คน คือ นายอลงกรณ์ สุขแตง อายุ 53 ปี และ นางกมลธร สุขแตง อายุ 51 ปี ทั้งคู่เป็นชาว ต.วังน้ำเขียว อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม พร้อมของกลางยาบ้า 2,664,000 เม็ด และ เคตามีน น้ำหนักประมาณ 1 กิโลกรัมที่ซุกซ่อนมาภายในรถขนส่งอาหารทะเล. และ ถูกจับกุมได้ที่ด่านตรวจยาเสพติดป่าตึง อ.แม่ลาว จ.เชียงราย เมื่อสองคืนที่ผ่านมา
พล.ต.ท.ปิยะ เปิดเผยว่า คืนวันที่ 1 ธันวาคม เจ้าหน้าที่ได้ติดตามตามรถยนต์บรรทุกสินค้าอาหารทะเล เป็นรถรถยนต์กระบะตู่ทึบ ยี่ห้ออีซูสุ สีขาว ทะเบียน 2 ฒว 7275 กรุงเทพมหานคร ที่เดินทางมาจากพื้นที่ภาคกลางเข้ามายัง อ.แม่สาย จ.เชียงราย โดยมีรายงานว่ารถคันดังกล่าวซุกซ่อนยาเสพติด และกำลังจะเดินทางออกจากพื้นที่ เมื่อรถคันดังกล่าวขับไปถึงด่านตรวจยาเสพติดป่าตึง อ.แม่ลาว จ.เชียงราย เจ้าหน้าที่ได้ตรวจค้นอย่างละเอียดและพบยาบ้าบรรจุกระสอบซุกซ่อน โดยนำอาหารทะเลมาวางปิดทับไว้เพื่ออำพราง การตรวจค้น โดยพบยาบ้ารวมกว่า 2,664,000 เม็ด และเคตามีน จำนวน 1 ถุง น้ำหนักรวม 1 กก. จึงได้ทำการตรวจยึดและจับกุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 คน

จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้งสอง สารภาพว่า มีผู้ว่าจ้างซึ่งไม่ทราบชื่อให้ไปรับยาเสพติดจาก อ.แม่สาย จ.เชียงราย ขนไปส่งในพื้นที่ทางภาคกลาง ได้ค่าจ้างเป็นเงินสด 120,000 บาท จึงวางแผนและไปเช่ารถยนต์ขนส่งอาหารทะเล ขับขึ้นเหนือมารับยาเสพติดและมาถูกจับกุมได้ ซึ่งหลังจากนี้จะได้มีการขยายผลการจับกุมกลุ่มผู้อยู่เบื้องหลังต่อไป
ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 กล่าวว่า ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2564 ตำรวจภูธรภาค 5 ได้,uปฏิบัติการกวาดล้างและปราบปรามยาเสพติดมาอย่างต่อเนื่องและตลอดระยะเวลาดังกล่าวมีการจับกุมกลุ่มขบวนการยาเสพติดรายใหญ่แล้วกว่า 30 ราย ยึดของกลางยาบ้ารวมแล้วกว่า 40 ล้านเม็ด รวมทั้งขยายผลตามยึดมูลค่ามหาศาล

ขณะเดียวกันผลจากการกวาดล้างจับกุมอย่างจริงจัง ทำให้กลุ่มขบวนการยาเสพติดพยายามปรับเปลี่ยนวิธีการลักลอบลำเลียง และจำหน่ายยาเสพติดสารพัดวิธี โดยผู้บงการใหญ่มักจะอาศัยว่าจ้างคนในพื้นที่ในการช่วยลำเลียงยาเสพติดด้วยการใช้เงินว่าจ้างมาเป็นสิ่งล่อใจ และให้ช่วยลำเลียงยาเสพติดในจำนวนมหาศาลในแต่ละครั้ง แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ยังคงมีการปราบปราม และจับกุมได้อย่างต่อเนื่อง โดยหลังการจับกุมก็จะมีการขยายผลถึงขขวนการเบื้องหลัง เพื่อกวาดล้างให้สิ้นซากต่อไป
