ข่าว
ผอ.สจป.3 แพร่ นำทีม ลงพื้นที่ปลูกป่าธนาคารอาหาร Food Bank ที่ป่าชุมชนตำบลวังหงส์ ฯ นำกล้าไม้พร้อมเทคนิคฟื้นฟูเห็ดป่าเสริม เพื่อความยั่งยืนกับชุมชน
ผู้สื่อข่าว : ธีรพงษ์ ธงออน ผู้สื่อข่าวแพร่
ตามที่คณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดแพร่ ลงพื้นที่สอดส่องโครงการเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2564 นำโดย ว่าที่ร้อยตรีภาคิน ชมพูพันธ์ รองประธานคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดแพร่พร้อมคณะกรรมการ สอดส่องโครงการปลูกสร้างธนาคารอาหารชุมชนในพื้นที่ป่าชุมชนอย่างมีส่วนร่วมของจังหวัดแพร่ (Food Bank ) ภายใต้การสนับสนุนจากงบประมาณพัฒนาจังหวัดแพร่ เป็นเงินจำนวน 5,180,0000 บาท ในพื้นที่รวมทั้งหมด 1,000 ไร่ จาก 20 หมู่บ้าน ๆ ละ 50 ไร่ โครงการแรก ในพื้นที่ป่าชุมชนตำบลวังหงส์ อ.เมือง จ.แพร่ ปลูกเป็นแถวเป็นแนวในเขตพื้นที่ป่าเต็งรัง พบสภาพของต้นไม้เริ่มตายไปแล้วกว่าร้อยละ 20 ทั้งๆ ที่ยังอยู่ในฤดูฝน ถ้าหาก เข้าถึงฤดูแล้ง คาดว่าต้นไม้เหล่านี้จะตายมากกว่าร้อยละ 80 เนื่องจากพื้นที่ปลูกส่วนใหญ่เป็นหิน ดินลูกรังเป็นสภาพของป่าเต็งรังอีกด้วย

โดยทางคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดแพร่ มีความคิดเห็นเสนอให้โครงการมีความสมบูรณ์ขึ้น โดยมีประเด็นหลักๆ คือการปลูกไม้อาหารไปในพื้นที่ที่ไม่เหมาะสม ประเภทต้นไม้ รวมถึงการจัดการแบบมีส่วนร่วมยังน้อยเกินไปนั้นและล่าสุดเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2564 ทาง นายประสิทธิ์ ท่าช้าง ผอ.สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 3 สาขาแพร่พร้อมด้วย นายเสน่ห์ แสนมูล ผู้อำนวยการป่าไม้แพร่ และนายสุทธิ์ศักดิ์ ก้อนแก้ว ผอ.ส่วนอำนวยการ สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 3 สาขาแพร่ เข้าดูสภาพของการปลูกป่าธนาคารอาหารในพื้นที่ป่าชุมชนตำบลวังหงส์ อ.เมือง จ.แพร่ ได้กำชับให้ดำเนินการซ้อมต้นไม้ส่วนที่ตาย โดยนำกล้าไม้ที่มีความแข็งแรงและเหมาะสมเข้าไปปลูกเพิ่มเติม อาทิ ต้นหว้า ต้นยางนา ไม้หัวประเภทต้นข่า ไพร ขมิ้น และฟ้าทะลายโจร พร้อมทั้งใช้เทคนิคใหม่กับไม้ยืนต้นโดยการใส่เชื้อเห็ดป่าเข้าไปด้วย เมื่อต้นไม้ดังกล่าวเจริญเติบโตจะมีเห็ดป่าที่หายาก ออกบริเวณโคนต้นของไม้ที่ปลูกไว้อีกด้วย

นายประสิทธิ์ ท่าช้าง ผอ.สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 3 สาขาแพร่ กล่าวว่า การบริหารจัดการป่าอาหารของชุมชน การมีส่วนร่วมของประชาชนถือว่าสำคัญมาก ที่จะทำให้โครงการประสบความสำเร็จ และอย่างไรก็ตามในพื้นที่โครงการทั้งจังหวัดมี 1,000 ไร่ จาก 20 หมู่บ้าน ๆ ละ 50 ไร่ นั้น ทางหน่วยงานยังคงต้องปรับปรุงไปอย่างต่อเนื่อง และขณะนี้โครงการอยู่ระหว่างดำเนินการพบจุดบกพร่องบ้าง แต่เจ้าหน้าที่ได้เร่งดำเนินการแก้ไขแล้วโดยวันนี้นำกล้าไม้ที่มีความแข็งแรงและเหมาะสมเข้าไปปลูกเพิ่มเติม อาทิ ต้นหว้า ต้นยางนา ไม้หัวประเภทต้นข่า ไพร ขมิ้น และฟ้าทะลายโจร พร้อมทั้งใช้เทคนิคใหม่กับไม้ยืนต้นโดยการใส่เชื้อเห็ดป่าเข้าไปด้วย เมื่อต้นไม้ดังกล่าวเจริญเติบโตจะมีเห็ดป่าที่หายาก ออกบริเวณโคนต้นของไม้ที่ปลูกไว้อีกด้วย เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับพี่น้องประชาชนในชุมชน เน้นความคุ้มค่าและยั่งยืน ทั้งนี้ในอีก 2-3 ปีข้างหน้าจะส่งผลดีต่อชุมชนอย่างชัดเจนแน่นอน
