ข่าว
อัฟกานิสถาน ยกเลิก “ทุกเที่ยวบินพาณิชย์” จากท่าอากาศยานกรุงคาบูล ตาลีบันยัน “สถานทูต-ชาวต่างชาติ” จะปลอดภัย
สำนักข่าวซินหัว รายงานวันนี้ (16 ส.ค.) ว่า องค์การการบินพลเรือนของอัฟกานิสถานกล่าวในแถลงการณ์ฉบับหนึ่งว่า เที่ยวบินพาณิชย์ทั้งหมดจากท่าอากาศยานในกรุงคาบูล เมืองหลวงของประเทศ ได้ถูกยกเลิกแล้ว
“เที่ยวบินทั้งหมดที่ออกเดินทางจากท่าอากาศคาบูลได้ถูกยกเลิกชั่วคราวและผู้โดยสารไม่ควรเดินทางมาที่ท่าอากาศยานจนกว่าจะได้รับการแจ้งข้อมูล” แถลงการณ์ระบุ
การยกเลิกเที่ยวบินนี้มีขึ้นหลังกลุ่มตาลีบันเข้ายึดครองคาบูลเมื่อวันอาทิตย์ (15 ส.ค.) และการอพยพขนานใหญ่ท่ามกลางความหวาดกลัวของชาวอัฟกัน
แถลงการณ์รายงานว่า องค์การฯ แสดงความหวังสำว่าจะสามารถฟื้นคืนสู่ภาวะปกติโดยเร็ว พร้อมชี้ว่าการที่ผู้โดยสารเร่งรีบเดินทางไปยังท่าอากาศยานท่ามกลางสถานการณ์ที่วุ่นวายอาจนำไปสู่การปล้นสะดมและสถานการณ์ที่สับสนอื่นๆ ได้ โดยองค์การฯ กำลังพยายามกลับมาดำเนินการเที่ยวบินอีกครั้งให้เร็วที่สุด
ขณะเดียวกัน แถลงการณ์จากกลุ่มตาลีบันระบุว่า ชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในคาบูลอยู่ในความปลอดภัย และพวกเขาสามารถทำงานต่อไปได้
ตาลีบันยืนยัน ‘สถานทูต-ชาวต่างชาติ’ ในคาบูล ไร้อันตราย
มูฮัมหมัด นาอีม โฆษกสำนักงานทางการเมืองของกลุ่มตาลีบันในกรุงโดฮา เมืองหลวงของกาตาร์ กล่าวย้ำว่าไม่มีอันตรายใดต่อสถานเอกอัครราชทูต คณะผู้แทนทางการทูต และชาวต่างชาติในกรุงคาบูล เมืองหลวงของอัฟกานิสถาน พร้อมให้คำมั่นว่ากลุ่มตาลีบันจะรักษาความสงบปลอดภัยทั่วประเทศ
เมื่อเย็นวันอาทิตย์ (15 ส.ค.) นาอีมโพสต์ทวิตเตอร์ว่า “เราขอรับรองต่อสถานเอกอัครราชทูต คณะผู้แทนทางการทูต สถาบันต่างๆ และชาวต่างชาติที่พำนักอยู่ในกรุงคาบูลว่าจะไม่มีอันตรายใดเกิดขึ้นกับพวกเขา” พร้อมกล่าวย้ำว่าภารกิจของกลุ่มตาลีบันคือการรักษาความปลอดภัยในกรุงคาบูลและเมืองอื่นๆ ของประเทศ
สื่อท้องถิ่นรายงานว่าเมื่อวันอาทิตย์ (15 ส.ค.) กลุ่มตาลีบันประกาศการเข้าควบคุมทำเนียบประธานาธิบดีในกรุงคาบูล และจะประกาศการจัดตั้ง “เอมิเรตอิสลามแห่งอัฟกานิสถาน” (Islamic Emirate of Afghanistan) โดยเร็ว
ด้านอับดุลลาห์ อับดุลลาห์ ประธานสภาสูงเพื่อการปรองดองแห่งชาติอัฟกานิสถาน ระบุในคลิปวิดีโอซึ่งโพสต์บนเฟซบุ๊กว่าโมฮัมหมัด อัชราฟ กานี ประธานาธิบดีอัฟกานิสถาน ได้เดินทางออกจากประเทศแล้วเมื่อคืนวันอาทิตย์ (15 ส.ค.)
ไบเดนชี้กองทัพอัฟกานิสถานต้อง ‘สู้เพื่อปกป้องตัวเอง’
ขณะที่ก่อนหน้านี้เมื่อวันอังคาร (10 ส.ค.) โจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ระบุว่ากองทัพอัฟกานิสถานต้องต่อสู้เพื่อปกป้องตนเอง ขณะหลายเมืองตกอยู่ภายใต้การควบคุมของกลุ่มตาลีบันในช่วงหลายวันที่ผ่านมา
“เราทุ่มเงินหลายล้านล้านดอลลาร์ในช่วง 20 กว่าปีที่ผ่านมา เราฝึกอบรมและมอบอุปกรณ์ทันสมัยให้ทหารอัฟกานิสถานกว่า 300,000 นาย เหล่าผู้นำอัฟกานิสถานต้องร่วมมือกันต่อสู้เพื่อตนเองและประเทศชาติ” ไบเดนให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวที่ทำเนียบขาว
ไบเดนระบุว่าสหรัฐฯ จะยังคงให้การสนับสนุนทางอากาศ อาหาร อุปกรณ์ รวมถึงค่าตอบแทนแก่กองทัพอัฟกานิสถาน และรับรองว่ากองทัพอากาศอัฟกานิสถานจะยังปฏิบัติการต่อไปได้ แต่ชี้ว่ากองทัพอัฟกานิสถานต้องอยากจะสู้ด้วย เพราะมีกำลังพลมากกว่ากลุ่มตาลีบัน
“เราจะดำเนินการตามที่ให้คำมั่นไว้ต่อไป” ไบเดนกล่าว พร้อมเสริมว่าเขาไม่เสียใจที่ตัดสินใจถอนกำลังทหารและสั่งยุติภารกิจในอัฟกานิสถานภายในปลายเดือนสิงหาคม โดยกองบัญชาการกลางของกองทัพสหรัฐฯ ระบุว่ากระบวนการข้างต้นเสร็จสิ้นแล้วกว่าร้อยละ 95
ก่อนหน้านี้โมฮัมหมัด อัชราฟ กานี ประธานาธิบดีอัฟกานิสถาน กล่าวต่อรัฐสภาเมื่อวันจันทร์ (2 ส.ค.) ว่ารัฐบาลมีแผนการสร้างความมั่นคง ระยะ 6 เดือน เพื่อพลิกสถานการณ์การต่อสู้ในปัจจุบัน และกล่าวโทษว่าการที่สหรัฐฯ ถอนกำลังพลออกจากประเทศทำให้สถานการณ์ยิ่งเลวร้าย
ด้านกลุ่มตาลีบันอ้างว่าสามารถยึดเมืองฟาราห์ เมืองเอกของจังหวัดฟาราห์ทางตะวันตกของอัฟกานิสถาน เมื่อวันอังคาร (10 ส.ค.) ซึ่งนับเป็นเมืองเอกแห่งที่ 7 ที่ตกอยู่ใต้การควบคุมของกลุ่มตาลีบันภายในเวลาไม่ถึงสัปดาห์
เน็ด ไพรซ์ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุว่าสถานการณ์ความมั่นคงในอัฟกานิสถานน่าวิตกกังวลและกำลังหาทางคลี่คลายสถานการณ์อยู่ตลอด โดยซัลเมย์ คาลิลซาด ผู้แทนพิเศษสหรัฐฯ เพื่อการปรองดองในอัฟกานิสถาน เข้าประชุมร่วมกับผู้แทนจากกลุ่มประเทศในภูมิภาค ณ กรุงโดฮา เมืองหลวงของกาตาร์ เพื่อเร่งลดระดับความรุนแรงและการหยุดยิงในอัฟกานิสถาน
ช่วงหลายวันที่ผ่านมา สหรัฐฯ ดำเนินการโจมตีกลุ่มตาลีบันทางอากาศ ขณะฝ่ายหลังรุกคืบหลายพื้นที่ของอัฟกานิสถานอย่างรวดเร็ว โดยเมื่อวันจันทร์ (9 ส.ค.) จอห์น เคอร์บี เลขาธิการฝ่ายสื่อมวลชนของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ระบุว่ากองทัพสหรัฐฯ จะดำเนินการโจมตีทางอากาศต่อไปเพื่อสนับสนุนกองทัพอัฟกานิสถาน “เท่าที่สามารถทำได้” แต่ปฏิเสธจะคาดการณ์ว่ากองทัพสหรัฐฯ จะดำเนินการต่อไปหลังวันที่ 31 ส.ค. หรือไม่
เคอร์บีระบุว่ากองทัพอัฟกานิสถานมีศักยภาพและข้อได้เปรียบในการต่อสู้กับกลุ่มตาลีบัน พร้อมย้ำว่าอัฟกานิสถานจะต้องแสดงภาวะผู้นำทั้งด้านการเมืองและการทหาร
ช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา เกิดการปะทะรุนแรงระหว่างกองทัพอัฟกานิสถานและกลุ่มนักรบตาลีบันในหลายเมืองและราวครึ่งหนึ่งของ 34 จังหวัดในอัฟกานิสถาน โดยเมื่อวันอังคาร (10 ส.ค.) กระทรวงกลาโหมอัฟกานิสถานระบุว่ามีนักรบตาลีบันเสียชีวิต 47 ราย หลังฝูงเครื่องบินรบโจมตีที่หลบภัยและฐานที่มั่นของกลุ่มตาลีบันในจังหวัดกันดะฮาร์ทางตอนใต้ของประเทศ
อนึ่ง ช่วง 2 ทศวรรษที่ผ่านมา มีทหารสหรัฐฯ ถูกสังหารในอัฟกานิสถานกว่า 2,400 ราย บาดเจ็บ 20,000 ราย ขณะที่มีทหารอัฟกานิสถานถูกสังหารกว่า 66,000 ราย และมีประชาชนต้องอพยพจากถิ่นอาศัยกว่า 2.7 ล้านราย
