ศิลปินไอดอล
Satchan Sawitchaya เปิดใจเส้นทางศิลปินเดี่ยว ยอมรับสุดท้าทายหลังไร้ค่ายซัพพอร์ต พร้อมส่งซิงเกิลใหม่ “ต่างหู” สื่อแทนใจถึงแฟนคลับ
สำนักข่าวบริคอินโฟ – Satchan Sawitchaya หรือ ซัทจัง-สวิชญา ขจรรุ่งศิลป์ ศิลปินเดี่ยว อดีตสมาชิกวงไอดอล BNK48 เปิดเผยในรายการ Brick in Focus ทาง ททบ.5 ถึงก้าวสำคัญในฐานะศิลปินอิสระที่ต้องดูแลตัวเองทุกขั้นตอน ตั้งแต่การทำเพลงไปจนถึงการบริหารจัดการงบประมาณ โดยล่าสุดได้ส่งผลงานซิงเกิลใหม่ที่มีชื่อว่า “ต่างหู” (Earrings) ออกมาให้แฟนเพลงได้ติดตาม ซึ่งเป็นการสะท้อนตัวตนและความรู้สึกที่มีต่อกลุ่มแฟนคลับผ่านบทเพลงที่มีกลิ่นอายความเป็นญี่ปุ่นตามสไตล์ที่เจ้าตัวถนัด หลังจากที่เคยประสบความสำเร็จจากผลงานก่อนหน้าอย่างเพลง “7,000,000,000” (เจ็ดพันล้าน) มาแล้ว
สำหรับการทำงานในรูปแบบศิลปินเดี่ยว ซัทจัง ยอมรับว่ามีความแตกต่างจากการทำงานภายใต้ต้นสังกัดเดิมอย่าง บีเอ็นเค48 (BNK48) อย่างสิ้นเชิง โดยเฉพาะเรื่องการหาโอกาสและคอนเนกชันในการโปรโมตผลงาน ซึ่งเธอต้องลงมือทำด้วยตัวเองทั้งหมด โดยเธอกล่าวว่า “ตอนนี้สู้สุดใจมากค่ะ ด้วยความที่เราไม่ได้มีค่าย เราก็ดูแลตัวเอง ทำเพลงเอง ปล่อยเอง หางบเอง ความท้าทาย ณ เวลา นี้คือการที่เราไม่มีค่าย ปกติเวลาไปโปรโมตหรือหาลูกค้าจะมีค่ายซัพพอร์ต แต่พอทำเองมันต้องใช้ความสามารถและคอนเนกชันที่ตัวเองมีในการติดต่อ ซึ่งเป็นสิ่งที่ตอนอยู่ BNK48 เราจะไม่ได้ทำแน่ๆ”
ในส่วนของแรงบันดาลใจเบื้องหลังเพลงใหม่ “ต่างหู” นั้น เธอเล่าว่าต้องการสื่อสารถึงความมั่นใจและความอุ่นใจ แม้จะเป็นสิ่งเล็กๆ ที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าในบางมุม เหมือนกับต่างหูที่เป็นเครื่องประดับเสริมความมั่นใจ โดยเธอได้นำไอเดียนี้ไปเปรียบเทียบกับความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับแฟนคลับ “หนูเปรียบเพลงนี้เหมือนแฟนคลับที่อยู่ต่างจังหวัดหรือต่างประเทศที่เราไม่ได้เจอกัน แต่หนูก็รู้ว่ามีเขาอยู่นะ ช่วยเสริมความมั่นใจให้หนูเวลาโชว์ว่ามีกำลังใจทางไกลอยู่ ไม่ได้มีแค่หน้างานอย่างเดียว” นอกจากนี้เธอยังระบุว่าผลงานชิ้นนี้ได้รับกระแสตอบรับที่ดี โดยเฉพาะการกลับมาร้องเพลงในสำเนียงภาษาญี่ปุ่นที่แฟนๆ หลายคนบ่นคิดถึง
เมื่อถามถึงความคาดหวังในเรื่องผลกำไรจากการลงทุนทำเพลงเอง ซัทจัง เผยถึงมุมมองในการเป็นศิลปินว่าไม่ได้โฟกัสที่ตัวเลขเป็นหลัก แต่ให้ความสำคัญกับคุณค่าของผลงานและความสุขในการทำงานมากกว่า โดยระบุว่า “ส่วนตัวหนูรู้สึกแค่ว่าเราได้ทำในสิ่งที่มีความสุข มันจะคุ้มไหม ได้กำไรไหม หนูไม่ได้คิดขนาดนั้น เพราะมองว่าการเป็นศิลปินแค่ทำแล้วมีควาสุขก็ทำต่อไปเถอะ ณ ตอนนี้แค่อยากทำให้เต็มที่ตามเป้าหมายที่วางไว้ ไม่รีบค่ะ” ทั้งนี้เธอยังทิ้งท้ายด้วยการฝากติดตามมิวสิกวิดีโอ (MV) และเวอร์ชันภาษาญี่ปุ่นที่กำลังจะตามมาในเร็วๆ นี้
