Connect with us

ข่าวบันเทิง

หนัง “อุลตร้าแมนไทย” 2 เรื่อง ยักษ์วัดแจ้งพบจัมโบ้เอ-หนุมานพบ 7 ยอดมนุษย์ ตกเป็นลิขสิทธิ์ญี่ปุ่น

Published

on

อุลตร้าแมน

เมื่อวันที่ 23 ก.ย. 63 ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ มีคำสั่งไม่รับฎีกาที่ นายสมโพธิ แสงเดือนฉาย เจ้าของ บริษัท ไชโย โปรดักชั่นส์ จำกัด ยื่นคดีลิขสิทธิ์หนังยอดมนุษย์อุลตร้าแมน เพื่อต่อสู้กับ บริษัทซึบูราญ่า โปรดักชั่นส์ จํากัด

โดยศาลสั่งให้ยึดตามคำพิพากษาเดิมของศาลอุทธรณ์ ที่มีคำพิพากษาให้ภาพยนตร์จำนวน 9 เรื่อง ตกเป็นลิขสิทธิ์ของบริษัทซึบูราญ่า โปรดัคชั่นส์ จํากัด ของญี่ปุ่น ได้แก่

  1. ยักษ์วัดแจ้งพบจัมโบ้เอ (Giant and Jumbo A)
  2. หนุมานพบ 7 ยอดมนุษย์ (Hanuman and the Seven Ultraman)
  3. อุลตร้าแมน 1 ‘อุลตร้าคิว’ (Ultraman 1 ‘Ultra Q’)
  4. อุลตร้าแมน 2 (Ultraman 2)
  5. อุลตร้าแมนเซเว่น (Ultraman Seven)
  6. รีเทิร์นอุลตร้าแมน (Return Ultraman)
  7. อุลตร้าแมน เอซ (Ultraman Ace)
  8. อุลตร้าแมนทาโร่ (Ultraman Taro)
  9. จัมบอร์กเอช (Jumborg Ace)

สำหรับข้อพิพาทนี้มาจากการอ้างอิงของ นายสมโพธิ แสงเดือนฉาย ว่าเป็นผู้สร้างสรรค์อุลตร้าแมน เมื่อครั้งได้รับทุนไปดูงานการสร้างภาพยนตร์ที่ญี่ปุ่น เมื่อมีการฟ้องร้องอ้างสิทธิ์ในอุลตราแมน ปรากฎว่าทั้งศาลชั้นต้น และศาลอุทธรณ์ ต่างให้บริษัทจากญี่ปุ่นเป็นผู้ได้รับสิทธิ์ทั้งสองศาล

นายสมโพธิ เปิดเผยว่า ผลจากการที่ฝ่ายตนแพ้คดีในชั้นอุทธรณ์นั้น อาจจะส่งผลกระทบต่อภาพยนตร์ไทย จำนวน 3 เรื่อง ได้แก่ หนุมานพบ 7 ยอดมนุษย์, หนุมานพบ 11 ยอดมนุษย์ และยักษ์วัดแจ้งพบจัมโบ้เอ ที่ลิขสิทธิ์จะต้องตกไปเป็นสมบัติของบริษัทญี่ปุ่น

ขณะที่ภาพยนตร์ เรื่องหนุมานพบ 7 ยอดมนุษย์ และหนุมานพบ 11 ยอดมนุษย์ ปัจจุบันได้รับการคัดเลือกจากกระทรวงวัฒนธรรม ให้เป็นมรดกของชาติไทยด้วย

Advertisement

ซึ่งที่ผ่านมาได้พยายามทำหนังสือถึงกระทรวงวัฒนธรรม และกระทรวงยุติธรรม เพื่อหารือข้อกฎหมายในการต่อสู้คดีดังกล่าวแล้ว เพราะเห็นว่าเป็นเรื่องที่กระทบต่อผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นอย่างยิ่ง จากการที่ต้องสูญเสียภาพยนตร์ที่เป็นเสมือนผลงานของประเทศไทย

Continue Reading
Advertisement