ข่าวบันเทิง
คอนเสิร์ต 20 ปี DO IT OR DIE รวมตัวศิลปินร็อกและอีโมยุค 2000
สำนักข่าวบริคอินโฟ – จบลงไปแล้วสำหรับคอนเสิร์ตฉลองครบรอบ 20 ปี อัลบั้มรวมศิลปิน “DO IT OR DIE” (ดู อิท ออร์ ดาย) ซึ่งเป็นผลงานดนตรีที่สร้างกระแสให้กับแนวเพลงร็อกและอีโมในประเทศไทยเมื่อปี 2005 โดยการจัดงานในครั้งนี้ได้รวบรวมศิลปินจากอัลบั้มชุดที่ 1 มาร่วมแสดงสดให้แฟนเพลงได้ชมกันอีกครั้ง ณ Mr.Fox Live House (มิสเตอร์ฟ็อกซ์ ไลฟ์เฮาส์) เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน ที่ผ่านมา

การจัดงานคอนเสิร์ตดังกล่าวเป็นความร่วมมือระหว่าง Vorm Team (วอร์มทีม) และ Vom Records (วอม เรคคอร์ดส) นำโดย โอ๊ค – พงษ์พันธ์ พลสิทธิ์ จากวงบิ๊กแอส และ สมเมย์ – ณัฐนนท์ ศรีศรานน์ จากวงลาบานูน ซึ่งเป็นผู้จัดงานเทศกาลดนตรีร็อกหลายรายการ ไฮไลต์ของงานคือการนำศิลปินในอัลบั้ม Do It Or Die มารวมตัวกัน นำโดย Oblivious (ออบลิเวียส), Harem Belle (ฮาเร็ม เบลล์), Ritalinn (ริตาลิน), Bikini (บิกินี่) พร้อมการกลับมารวมตัวของวง Zigg (ซิก) ที่ได้ แชมป์ จากวง SDF มารับหน้าที่นักร้องนำ รวมถึงวงดนตรีที่หาชมได้ยากอย่าง Winky (วิงกี้) และ Underfloor (อันเดอร์ฟลอร์) ตลอดจนวง Ugoslabier (ยูโกสลาเบียร์) ที่นำผลงานของวง Housetrap มาแสดง เนื่องจากมือกีตาร์ทั้ง 2 คนเคยเป็นอดีตสมาชิกวงดังกล่าว โดยขาดเพียงวง Basher และ Madame Dubois ที่ติดภารกิจไม่สามารถมาร่วมงานได้

การแสดงเริ่มต้นขึ้นในเวลา 16.15 น. ประเดิมเวทีด้วยวง Winky ที่นำเพลง “ไม่มีใครจะดีเหมือนเธอ” มาทำใหม่ในจังหวะเรกเก้ ตามด้วยวง Zigg ที่นำเพลง “กลบเกลื่อน” มาแสดง ต่อด้วยวง Underfloor กับเพลง “ตรงข้ามกัน” จากนั้นวง Ugoslabier ได้นำเพลง “Saturday Stays” มาคัฟเวอร์ ก่อนจะส่งต่อให้วง Bikini แสดงในเพลง “ปลดปล่อย” ส่วนวง Ritalinn ได้นำเพลง “เกิดมาเพื่อสิ่งนี้” และ “ตายทั้งเป็น” มาแสดงโดยมี ซายน์ นักร้องจากวง 8th Floor มาร่วมแจม ขณะที่วง Harem Belle ได้แสดงเพลง “น้ำตาเป็นเลือด” และ “เครื่องช่วยหายใจ”

ในช่วงท้ายของคอนเสิร์ต วง Oblivious ได้ขึ้นแสดงปิดท้ายด้วยเพลง “รูปภาพ”, “Negative” และ “รับไม่ได้” ซึ่งแฟนเพลงต่างร่วมทำกิจกรรมหน้าเวทีกันอย่างคึกคัก นอกจากบรรยากาศการแสดงสดแล้ว ภายในงานยังมีกิจกรรม Meet And Greet สำหรับผู้ถือบัตรวีไอพี เพื่อให้แฟนเพลงได้พบปะ ถ่ายรูป และขอลายเซ็นจากศิลปิน ทั้งนี้ผู้ที่สนใจกิจกรรมดนตรีในครั้งต่อไปสามารถติดตามความเคลื่อนไหวได้ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียของ Vom Records
