Connect with us

ข่าวบันเทิง

PURPLECAT ส่งซิงเกิลใหม่ ได้รักอีกครั้ง (Dancing in limbo) เพลงรักสไตล์ป็อปยุค 90 เอาใจคนกลัวความผิดหวัง

Published

on

วงดูโอ้ PURPLECAT ส่งเพลงใหม่ ได้รักอีกครั้ง (Dancing in limbo) ถ่ายทอดความรู้สึกของคนมีบาดแผลที่กล้าเริ่มต้นรักใหม่ ในสไตล์ดนตรีป็อปยุค 90 ภายใต้ค่าย SPICYDISC

สำนักข่าวบริคอินโฟ – วงดนตรีดูโอ้ PURPLECAT (เพอร์เพิลแคท) กลับมาเคลื่อนไหวในวงการเพลงอีกครั้งด้วยการเปิดตัวซิงเกิลใหม่ในชื่อ “ได้รักอีกครั้ง (Dancing in limbo)” ภายใต้สังกัด SPICYDISC (สไปร์ซซี่ ดิสก์) โดยผลงานชิ้นนี้เป็นการต่อยอดความสำเร็จจากอัลบั้มเต็มชุดก่อนหน้า นำเสนอเนื้อหาที่ถ่ายทอดมุมมองความรักของคนที่เคยเผชิญกับความผิดหวังจนเกิดเป็นกำแพงในใจ แต่สุดท้ายยอมเปิดโอกาสให้ตัวเองได้เริ่มต้นใหม่เมื่อพบกับคนที่ใช่ ผ่านดนตรีที่มีกลิ่นอายย้อนยุคแต่ยังคงความร่วมสมัยไว้อย่างลงตัว

เนื้อหาของเพลง ได้รักอีกครั้ง (Dancing in limbo) ได้รับการรังสรรค์ขึ้นโดย ม่อน-นภสินธ์ ไชยศรี นักร้องนำของวง ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากพฤติกรรมของแมวที่มักจะมีความระแวดระวังตัวอยู่เสมอ เปรียบได้กับมนุษย์ที่สร้างเกราะป้องกันตัวเองเพื่อหลีกเลี่ยงความเจ็บปวดจากความสัมพันธ์ในอดีต ในส่วนของภาคดนตรีนั้นเน้นแนวทาง ป็อป (Pop) ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของ PURPLECAT ผสมผสานกลิ่นอายดนตรียุค 90 และเพิ่มมิติด้วยพาร์ตแร็ปจาก ปาล์ม-พลรัตน์ ศิริรัตน์ มาช่วยเสริมจังหวะให้เพลงมีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น

ม่อน นภสินธ์ ได้กล่าวถึงที่มาและเบื้องหลังการทำงานในซิงเกิลนี้ว่า เพลงนี้ถูกเขียนขึ้นตั้งแต่หลังจากจบโปรเจกต์อัลบั้มที่แล้ว โดยตั้งต้นจากคอนเซ็ปต์หลักของ EP ใหม่ที่จะใช้ชื่อว่า Dancing in limbo ซึ่งสื่อถึงสภาวะที่ล่องลอยเหมือนอยู่ในความฝัน จึงนำความรู้สึกนั้นมาขยายความต่อในมุมของความสัมพันธ์ที่ยอดเยี่ยมจนทำให้คนคนหนึ่งกล้าที่จะก้าวผ่านความกลัวเดิม ๆ เพื่อกลับมารักใครได้อีกครั้ง ส่วนมวลรวมของดนตรีนั้นตั้งใจให้มีความเป็น Retro (เรโทร) แต่ฟังง่ายและเข้าถึงได้ทุกกลุ่มผู้ฟัง

นอกจากสมาชิกทั้งสองคนแล้ว ผลงานเพลงนี้ยังได้รับความร่วมมือจาก ฟุ้ง Better Weather ที่เข้ามารับหน้าที่เป็นโปรดิวเซอร์ ช่วยขัดเกลาและควบคุมการผลิตให้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น โดยในปัจจุบันซิงเกิล ได้รักอีกครั้ง (Dancing in limbo) ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้วในทุกแพลตฟอร์มมิวสิกสตรีมมิง รวมถึงมีการปล่อยมิวสิกวิดีโอให้ได้รับชมผ่านทางช่อง YouTube: SPICYDISC เพื่อให้แฟนเพลงได้สัมผัสทั้งภาพและเสียงที่สะท้อนตัวตนของวงในเวอร์ชันล่าสุด

Advertisement