Connect with us

ข่าว

เชียงใหม่ ชาวบ้านบนดอยสุเทพหลายรายโดนฝรั่งแสบแอบเข้าไปขโมยของ

Published

on

ผู้สื่อข่าว : นิวัตร ธาตุอินจันทร์ ผู้สื่อข่าวเชียงใหม่

พบชาวบ้าน และผู้ประกอบการร้านค้า หน้าวัดพระธาตุ ดอยสุเทพฯหลายรายโดนฝรั่งแสบแอบเข้าไปขโมยของ ด้านเจ้าของร้านกาแฟอิงดอยเปิดเผยว่า โดนขโมยขึ้นร้าน 3 ครั้งในระยะเวลา 3 เดือน พระเครื่อง 300 องค์หายไปรวมถึงอุปกรณ์ทำกาแฟ และเงินในกล่องทิป เป็นต้น ขณะที่ชาวบ้านที่โดนหัวขโมยรายดังกล่าวขึ้นร้านสังเกตเห็นว่าคนร้ายใส่รองเท้าคู่เดิมในการก่อเหตุ ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ภูพิงค์ ประชาสัมพันธ์ชาวบ้านและผู้ประกอบการที่ถูกคนร้ายรายดังกล่าวขโมยของให้แจ้งความดำเนินคดี

ความคืบหน้าการณี เจ้าหน้าอุทยานดอยสุเทพจับชาวต่างชาติก่อเหตุขโมยของนักท่องเที่ยว ราไปกางเต้นท์ พักแรมบนดอยสุเทพ เจ้าหน้าที่วางแผนสะกดรอยนานกว่า 3 เดือน ขณะจับกุมคนร้ายขัดขืนต่อสู้ส่งผลให้เจ้าหน้าที่อุทยานได้รับบาดเจ็บ 1 นาย ส่วนคนร้ายได้รับบาดเจ็บเช่นกันเจ้าหน้าที่นำตัวส่งรักษาพยาบาลก่อนที่จะควบคุมตัวส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ภูพิงค์ ดำเนินคดี ตามที่ได้นำเสนอข่าวไปนั้น

ล่าสุดคุณป้อม สุเทพไรเดอร์ เจ้าของร้านกาแฟอิงดอย ได้นำคลิบวีดีโอจากกล้องวงจรปิดจากร้านกาแฟอิงดอย บริเวณหน้าวัดพระธาตุดอยสุเทพฯ ที่บันทึกภาพเหตุการณ์คนร้ายเข้าไปขโมยของในร้าน เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม ที่ผ่านมา ซึ่งคนร้ายค่อยๆรื้อข้นข้าวของอย่างใจเย็น ก่อนที่จะนำข้าวของที่เลือกแล้วและเดินออกจากร้านไป โดยก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพฯได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านในพื้นที่ รวมถึงนักท่องเที่ยวหลายรายว่าในรอบ3 เดือนที่ผ่านมาได้มีคนร้ายก่อการลักขโมยเกิดขึ้นในพื้นที่วัดดอยสุเทพและพื้นที่ใกล้เคียงจนสร้างความวิตกกังวลต่อชาวบ้านและนักท่องเที่ยวตลอดมา นอกจากนี้คนร้ายได้ก่อเหตุขโมยทรัพย์นักท่องเที่ยวที่เข้ามากางเต้นพักแรมในเขตอุทยานหลายราย

Advertisement

ต่อมานายวุฒิชัย โสมวิภาต หัวหน้าอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่อุทยาน จัดกำลังเจ้าหน้าที่อยู่เวรยามตลอด 24 ชั่วโมง ดักซุ่ม และเพิ่มความถี่ในการเดินตรวจตรา รอบบริเวณบ้านพักนักท่องเที่ยว และบริเวณจุดที่นักท่องเที่ยวกางเต็นท์ และช่วงเช้ามืดของวันนี้ เจ้าหน้าที่ได้ตรวจตราตามปกติบริเวณลานกางเต็นท์ บ้านพักสวนสน และพบผู้ต้องสงสัย 1 ราย เดินเข้าไปกำลังจะขโมยของนักท่องเที่ยวที่มากางเต็นท์ในพื้นที่บ้านพักนักท่องเที่ยวอุทยานฯ บ้านพักสวนสนเจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าจับกุม แต่คนร้ายกลับพยายามหลบหนี เจ้าหน้าจึงวิ่งตามเพื่อควบคุมตัว ระหว่างการจับกุม ควบคุมตัว ได้เกิดการต่อสู้ระหว่างผู้ต้องสงสัยและเจ้าหน้าที่ ทำให้เจ้าหน้าที่ได้รับบาด 1 นาย บริเวณคอ และใบหน้า จากการโดนกรรไกรแทง ส่วนผู้ต้องสงสัยบาดเจ็บบริเวณเอวด้านซ้าย และศีรษะ จนสามารถจับกุมคนร้ายได้ในที่สุด จากการตรวจสอบเอกสารทราบว่าคนร้ายชื่อ CEMNH SEMIN (Surname) สัญชาติรัสเซีย อายุ 32 ปี

ด้านคุณป้อม สุเทพไรเดอร์ เจ้าของร้านกาแฟอิงดอย เปิดเผยว่าช่วง 3 เดือนที่ผ่านมาร้านตนถูกคนร้ายเข้าขโมยของถึง 3 ครั้ง โดยครั้งแรกได้พระเครื่องไป 300 องค์ ซึ่งตอนนั้นร้านไม่ได้ติดกล้องวงจรปิด ส่วนครั้งที่ 2 ร้านได้ติดกล้องวงจรปิด แต่เกิดไฟดับช่วงเที่ยงคืนจนถึงตี 3 กล้องวงจรปิดไม่สามารถบันทึกภาพเหตุการณ์ได้ ครั้งนั้นคนร้ายได้อุปกรณ์ทำกาแฟ และนมข้นหวาน กาแฟ โกโก้ และของกินอื่นๆ ส่วนครั้งที่ 3 คนร้ายได้เข้ามาขโมยของวันที่ 19 สิงหาคม ที่ผ่านมา คนร้ายได้ขโมยกล่องเงินที่ลูกค้าให้ทิป และมีการทำลายข้าวข้องในร้าน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจากที่เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพฯได้จับกุมคนร้ายคนดังกล่าวทางผู้เสียหายได้นำภาพรองเท้าของคนร้ายที่ก่อเหตุ มาเปรียบเทียบกับรองเท้าที่คนร้ายใส่ในวันที่ถูกเจ้าหน้าที่อุทยานจับ พบว่ารองเท้าจากภาพทั้งสองมีลักษณะคลายกันซึ่งอาจจะเป็นไปได้ว่าคนร้ายที่ก่อเหตุขโมยของชาวบ้าน รวมถึงผู้ประกอบการบนดอยสุเทพ หลายครั้งช่วงที่ผ่านมาอาจจะเป็นคนเดียวกัน

พ.ต.อ.รณชัย รอดลอย ผู้กำกับการ สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์ เปิดเผยว่า จากการสอบสวนเบื้องต้นนาย CEMNH SEMIN ได้ให้การปฏิเสธ โดยอ้างว่าตนได้ถูกเจ้าหน้าที่ทำร้ายจึงได้ป้องกันตัวและเกิดการต่อสู้กันจนได้รับบาดเจ็บทั้งสองฝ่าย ซึ่งจากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าหนังสือเดินทางของนาย CEMNH SEMIN หมดอายุ จึงได้แจ้งข้อหา แจ้งข้อหาเป็นคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด ส่วนข้อหาอื่นๆทั้งทำร้ายเจ้าพนักงานต้องให้เจ้าหน้าที่อุทยานเข้ามาแจ้งความร้องทุกข์ก่อน ส่วนข้อหาขโมยของต้องให้ผู้เสียหายเข้ามาแจ้งความร้องทุกข์เช่นกัน อย่างไรก็ตามจึงอยากประชาสัมพันธ์ชาวบ้านและผู้ประกอบการ บนดอยสุเทพ ที่ถูกคนร้ายรายดังกล่าวขโมยของให้แจ้งความดำเนินคดีเพื่อที่ เจ้าหน้าที่ตำรวจจะสามารรถดำเนินการในขั้นตอนในส่วนของคดีอื่นต่อไปได้

Advertisement
Continue Reading
Advertisement