Connect with us

ข่าว

บีโอไอเผยยอดลงทุนญี่ปุ่นในไทยปรับทัพสู่เทคโนโลยีขั้นสูง ปี 68 พุ่งกว่า 1.13 แสนล้านบาท

Published

on

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ บีโอไอ (BOI)

สำนักข่าวบริคอินโฟ – สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ บีโอไอ (BOI) เปิดเผยภาพรวมการลงทุนของภาคธุรกิจญี่ปุ่นในประเทศไทยว่ากำลังมุ่งสู่การยกระดับเทคโนโลยี เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และพัฒนาผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง โดยสถิติปี 2568 พบนักลงทุนญี่ปุ่นยื่นขอรับการส่งเสริมรวม 302 โครงการ คิดเป็นมูลค่ากว่า 113,700 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวจากปีก่อนหน้า ขณะที่ครึ่งแรกของปี 2569 มียอดคำขอรับการส่งเสริมต่อเนื่อง 123 โครงการ มูลค่า 32,790 ล้านบาท

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ระบุว่า การลงทุนของญี่ปุ่นในปัจจุบันมุ่งเน้นการปรับปรุงฐานการผลิตเพื่อตอบสนองการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมโลก โดยในปี 2568 กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนมีมูลค่าคำขอรับการส่งเสริม 28,310 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 57 กลุ่มอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า 19,378 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 76 กลุ่มเกษตรและอาหาร 4,069 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 54 ขณะที่กลุ่มโลจิสติกส์และบริการมีมูลค่า 1,468 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว รวมถึงมีการขยายตัวในกิจการดิจิทัลและอุตสาหกรรมอากาศยาน ทิศทางดังกล่าวยังสอดคล้องกับแบบสำรวจของหอการค้าญี่ปุ่น (JCC) ประจำครึ่งแรกของปี 2569 จาก 504 บริษัท ซึ่งระบุว่าร้อยละ 23 มีแผนขยายการลงทุนเพิ่ม และร้อยละ 48 วางแผนรักษาระดับการลงทุนเดิม โดยเน้นการปรับเปลี่ยนเครื่องจักร การใช้พลังงานสะอาด และการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาปรับใช้

สำหรับการลงทุนในกลุ่มยานยนต์ ผู้ผลิตรายใหญ่ได้ดำเนินโครงการขยายฐานการผลิตอย่างต่อเนื่อง โดย อีซูซุ (Isuzu) ได้รับอนุมัติการส่งเสริมการลงทุนกว่า 15,000 ล้านบาท เพื่อพัฒนาระบบอัตโนมัติ หุ่นยนต์ พลังงานสะอาด และมาตรฐาน Euro 6 ด้าน มาสด้า (Mazda) ผ่านบริษัทร่วมทุนออโต้อัลลายแอนซ์ ได้รับอนุมัติเงินลงทุนกว่า 7,400 ล้านบาท เพื่อผลิตรถยนต์ประเภท Mild Hybrid (MHEV) สำหรับจำหน่ายในประเทศและส่งออก ขณะที่ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (Mitsubishi Motors) วางแผนลงทุนเพิ่ม 16,000 ล้านบาท ภายในปี 2573 รองรับเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าและการผลิต All New Pajero และ ฮอนด้า (Honda) เตรียมลงทุน 12,000 ล้านบาท ภายในปี 2572 ผลิตรถยนต์ใหม่อีก 2 รุ่น นอกจากนี้ ห่วงโซ่อุปทานชิ้นส่วนยานยนต์ยังมีการปรับตัว เช่น แอสเตโม (Astemo) ลงทุน 3,500 ล้านบาท ผลิตอุปกรณ์แปลงกำลังไฟฟ้า (PCU Inverter) และ ไอซิน พาวเวอร์เทรน (Aisin Powertrain) ลงทุนผลิตระบบส่งกำลังสำหรับรถยนต์ไฮบริด

ในส่วนของอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ มีการลงทุนในชิ้นส่วนเทคโนโลยีขั้นสูง เช่น มูราตะ อิเล็กทรอนิกส์ (Murata Electronics) ลงทุนผลิต Multilayer Ceramic Capacitor (MLCC) สำหรับอุปกรณ์อัจฉริยะและยานยนต์ และ พานาโซนิค แมนูแฟคเจอริ่ง อยุธยา (Panasonic Manufacturing Ayutthaya) ลงทุนสร้างฐานการผลิตวัสดุต้นน้ำสำหรับแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ MEGTRON รองรับระบบปัญญาประดิษฐ์และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ขณะเดียวกันกลุ่มอุตสาหกรรมอื่นยังมีการขยายตัวในลักษณะสร้างมูลค่าเพิ่ม อาทิ เอ็นเอ็มบี-มินีแบ ไทย (NMB-Minebea Thai) ลงทุนกว่า 2,600 ล้านบาท เปิดโรงงานชิ้นส่วนอากาศยานที่จังหวัดลพบุรี พร้อมจัดตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนาที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ด้านกลุ่มอาหาร โตโย ไซกัน (Toyo Seikan) ลงทุน 2,470 ล้านบาท ผลิตเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ และ อิวาตานิ คอร์ปอเรชั่น (Iwatani Corporation) ลงทุน 840 ล้านบาท ใช้เทคโนโลยีดักจับและใช้ประโยชน์จากคาร์บอน (CCU) แปรรูปของเสียจากภาคเกษตรสู่คาร์บอนไดออกไซด์ชีวภาพเหลว

Advertisement

เลขาธิการบีโอไอระบุเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันบีโอไอมุ่งสนับสนุนทั้งการยกระดับฐานการผลิตเดิมและการลงทุนในเทคโนโลยีขั้นสูง การวิจัยและพัฒนา รวมถึงการตั้งสำนักงานภูมิภาค ซึ่งปัจจุบันกิจการประเภทสำนักงานภูมิภาคที่ได้รับการส่งเสริมในไทยมาจากประเทศญี่ปุ่นกว่าร้อยละ 40 ทั้งนี้ ภาครัฐมีความพร้อมในการผลักดันให้บริษัทญี่ปุ่นใช้ไทยเป็นศูนย์กลางการพัฒนาธุรกิจ เทคโนโลยี และห่วงโซ่อุปทานเพื่อรองรับตลาดภูมิภาคและระดับโลกในระยะยาว