ข่าว
กรุงเทพมหานคร ย้ำมาตรฐาน 17 เช็กลิสต์ความปลอดภัยสถานประกอบการ ลุยตรวจแล้วกว่า 900 แห่ง
สำนักข่าวบริคอินโฟ – กรุงเทพมหานคร เดินหน้ายกระดับมาตรฐานความปลอดภัยสถานประกอบการและสถานบริการทั่วกรุงเทพมหานคร โดยเน้นย้ำการตรวจสอบตามมาตรการ 17 เช็กลิสต์ความปลอดภัย หลังลงพื้นที่ตรวจติดตามผลการปรับปรุงสถานประกอบการในพื้นที่เขตภาษีเจริญ พร้อมสุ่มตรวจอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ทุกแห่งปฏิบัติตามกฎหมายและมาตรฐานความปลอดภัย

นายพรพรหม ณ.ส. วิกิตเศรษฐ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยคณะผู้บริหารสำนักอนามัย สำนักงานเขตภาษีเจริญ สถานีดับเพลิงและกู้ภัยบางแค และสถานีตำรวจนครบาลภาษีเจริญ ได้ลงพื้นที่ตรวจสถานประกอบการในพื้นที่เขตภาษีเจริญ เช่น ร้านสวนสนุกพลัส ถนนพุทธมณฑลสาย 1 และร้านครัวเพลงสบาย ถนนเพชรเกษม ซึ่งเป็นการติดตามผลหลังสำนักงานเขตออกหนังสือแนะนำ (นส.1) ให้ปรับปรุงแก้ไข ซึ่งผู้ประกอบการได้ดำเนินการแก้ไขทางหนีไฟ ติดตั้งป้ายสัญลักษณ์ และระบบดับเพลิงจนผ่านเกณฑ์และกลับมาเปิดบริการได้ตามปกติ

สำหรับการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยดังกล่าว กรุงเทพมหานครได้ปรับปรุงเช็กลิสต์ความปลอดภัย 17 ข้อ ครอบคลุม 3 ด้านหลัก ได้แก่ ด้านความปลอดภัยอาคาร ด้านการป้องกันและระงับอัคคีภัย และด้านสุขลักษณะ โดยมีแนวทางเริ่มจากตรวจสอบใบอนุญาตจำหน่ายอาหารและการแสดงดนตรี หากไม่มีใบอนุญาตจะสั่งหยุดดำเนินกิจการหรือสั่งระงับการแสดงดนตรีทันที ก่อนเข้าสู่การตรวจเช็กลิสต์ด้านความปลอดภัย ทั้งนี้ ข้อมูลระหว่างวันที่ 19 กรกฎาคม ถึง 4 สิงหาคม 2569 มีการตรวจสถานประกอบการแล้ว 948 แห่ง พบว่าผ่านเกณฑ์ 209 แห่ง อยู่ระหว่างปรับปรุง 632 แห่ง และออกคำสั่งหยุดดำเนินกิจการหรือหยุดการแสดงดนตรีรวม 107 แห่ง

หากตรวจพบข้อบกพร่องที่ไม่เป็นอันตรายร้ายแรง เจ้าหน้าที่จะออกหนังสือแนะนำให้ปรับปรุงภายในระยะเวลาที่กำหนด เช่น 7 วัน 14 วัน หรือ 1 เดือน ก่อนเข้าตรวจซ้ำ หากไม่ดำเนินการตามคำแนะนำจะออกคำสั่งตามมาตรา 45 แห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมขอความร่วมมือผู้ประกอบการทำ Self-Check ผ่านระบบ BMA OSS ภายในวันที่ 30 กันยายน 2569 และแนบเอกสารรับรองจากวิศวกรเกี่ยวกับระบบไฟฟ้าและวัสดุป้องกันอัคคีภัย

ทั้งนี้ รายการเช็กลิสต์ 17 ข้อ ประกอบด้วย ด้านการป้องกันอัคคีภัย อาทิ ป้ายและไฟทางออกฉุกเฉิน ระบบสัญญาณแจ้งเหตุเพลิงไหม้ อุปกรณ์ดับเพลิง เส้นทางหนีไฟ ระบบไฟฟ้าส่องสว่างฉุกเฉิน, ด้านสุขลักษณะ อาทิ ลักษณะอาคาร การควบคุมเสียง ระบบระบายอากาศ แสงสว่าง และห้องน้ำสุขาภิบาล และด้านความปลอดภัยอาคาร อาทิ ระบบไฟฟ้า วัสดุตกแต่งและฉนวนที่ไม่ติดไฟ โดยกรุงเทพมหานครระบุว่าเป้าหมายหลักไม่ใช่การสั่งปิดกิจการ แต่เป็นการสร้างมาตรฐานความปลอดภัยเพื่อป้องกันความสูญเสีย พร้อมขอความร่วมมือประชาชนแจ้งเบาะแสสถานประกอบการที่ไม่ปลอดภัยผ่านแพลตฟอร์ม Traffy Fondue
