ข่าว
โคเวสโตรจับมือบีวายดีลงนาม MoU เสริมแกร่งนวัตกรรมวัสดุขั้นสูงรองรับยานยนต์พลังงานใหม่
สำนักข่าวบริคอินโฟ – บริษัท โคเวสโตร จำกัด (Covestro) และ บริษัท บีวายดี จำกัด (BYD) ประกาศลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MoU) เพื่อจัดตั้งความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ระยะยาว มุ่งเน้นการวิจัย พัฒนา และประยุกต์ใช้โซลูชันวัสดุขั้นสูง ครอบคลุมกลุ่มธุรกิจยานยนต์พลังงานใหม่ แบตเตอรี่สำหรับยานยนต์ไฟฟ้า ระบบกักเก็บพลังงาน และเทคโนโลยีอนาคต
ความร่วมมือครั้งนี้เป็นการยกระดับจากการจัดหาวัสดุ สู่การเป็นพันธมิตรร่วมพัฒนานวัตกรรมตลอดห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) เพื่อรองรับการเติบโตในอุตสาหกรรมที่สมรรถนะของวัสดุเป็นปัจจัยสำคัญ ซึ่งสอดคล้องกับกลยุทธ์ด้านความยั่งยืนและการส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ของโคเวสโตร โดยบริษัทจะสนับสนุนทรัพยากรด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) เพิ่มความมั่นคงในการจัดหาสินค้า และเปิดโอกาสให้บีวายดีเข้าถึงวัสดุรุ่นใหม่ ในขณะที่บีวายดีจะให้โคเวสโตรเข้ามามีส่วนร่วมในแผนพัฒนาเทคโนโลยีตั้งแต่ระยะเริ่มต้น
นางลิลลี่ หวัง (Lily Wang) หัวหน้ากลุ่มธุรกิจพลาสติกเชิงวิศวกรรมระดับโกลบอล ของโคเวสโตร เปิดเผยว่า บริษัทเชื่อมั่นในศักยภาพของวิทยาศาสตร์ด้านวัสดุและความร่วมมือในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรม การขยายธุรกิจของบีวายดีนำมาซึ่งความท้าทายด้านวัสดุที่ซับซ้อน ซึ่งเป็นจุดที่ความเชี่ยวชาญของโคเวสโตรสามารถเข้ามาตอบโจทย์และร่วมพัฒนาเป็นนวัตกรรมใหม่ได้
การนำความเชี่ยวชาญด้านวัสดุโพลีคาร์บอเนตและโพลียูรีเทนมาประยุกต์ใช้จะครอบคลุม 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ ยานยนต์พลังงานใหม่ (New Energy Vehicles) สำหรับระบบไฟส่องสว่าง ชิ้นส่วนตกแต่ง และระบบอิเล็กทรอนิกส์ แบตเตอรี่และระบบกักเก็บพลังงาน มุ่งเน้นวัสดุน้ำหนักเบาเพื่อการจัดการความร้อนและความปลอดภัย และ เทคโนโลยีแห่งอนาคต ซึ่งใช้โพลิเมอร์สมรรถนะสูงรองรับโครงสร้างและความทนทาน นอกจากนี้ ยังร่วมกันพัฒนาโซลูชันวัสดุคาร์บอนต่ำ โดยใช้วัสดุที่ได้รับฉลาก CQ (Circular Intelligence) ซึ่งมีวัตถุดิบทางเลือกไม่น้อยกว่าร้อยละ 25 เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
สำหรับแนวทางในประเทศไทย นางชลธี จันทรโชติ หัวหน้าส่วนธุรกิจยานยนต์ประจำภูมิภาคอาเซียน บริษัท โคเวสโตร (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า ความร่วมมือนี้สอดคล้องกับการเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์พลังงานใหม่ของไทย หากบีวายดีมีการขยายการดำเนินงานด้านการผลิตในประเทศเพิ่มเติม โคเวสโตรก็พร้อมรองรับความต้องการได้อย่างต่อเนื่อง ผ่านศูนย์การผลิตมาบตาพุด จังหวัดระยอง ซึ่งมีศักยภาพในการผลิตวัสดุโพลีคาร์บอเนตเชิงวิศวกรรม
