Connect with us

Brick Insight

AI สำหรับคนเหงา ธุรกิจพันล้าน พร้อมภัยเงียบ ที่ทำมนุษย์เปราะบางลง | Brick Insight EP.7

Published

on

เจาะลึกกลุ่มธุรกิจคนเหงา Loneliness Economy ผ่านแอป AI แชตบอทที่ทำรายได้สะพัดกว่า 2,680 ล้านบาท พร้อมเตือนภัยเงียบจากการตามใจของระบบที่อาจทำมนุษย์ขาดทักษะสังคม

สำนักข่าวบริคอินโฟ – เทรนด์กลุ่มธุรกิจคนเหงา หรือ Loneliness Economy กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดดในยุคที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI เข้ามามีบทบาทสำคัญ โดยผลสำรวจพบว่ากลุ่มแอปพลิเคชันแชตบอทเพื่อนร่วมทางและคู่รักเสมือนจริงสามารถสร้างรายได้รวมมหาศาล อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญเริ่มออกมาแจ้งเตือนถึงภัยเงียบจากการเสพติดเทคโนโลยีเหล่านี้ เนื่องจาก AI ถูกเขียนโปรแกรมมาให้ตอบสนองและตามใจผู้ใช้งานตลอดเวลา ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อทักษะการเข้าสังคมและความอดทนต่อความผิดหวังในชีวิตจริงของมนุษย์ โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและเยาวชน

จากข้อมูลของ Appfigures ที่ได้รับการรายงานผ่านสำนักข่าว Techcrunch พบว่าในช่วงครึ่งปีแรกของปีที่ผ่านมา ธุรกิจกลุ่มที่นำ AI มาพัฒนาเป็นแชตบอทเพื่อนคุยและคู่ขาเสมือนจริง เช่น Replika และ Character.AI สามารถสร้างรายได้รวมไปได้สูงถึงราว 82 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 2,680 ล้านบาท นอกจากนี้ จำนวนแอปพลิเคชันประเภทดังกล่าวที่เปิดตัวในแต่ละปีพุ่งสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จากเดิมที่มีการเปิดตัวไม่ถึง 20 แอปพลิเคชันต่อปี ได้เพิ่มขึ้นเป็น 128 แอปพลิเคชันภายในระยะเวลาเพียงไม่กี่เดือน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความต้องการในตลาดที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วตามสภาวะความโดดเดี่ยวของผู้คนในสังคมปัจจุบัน

ปรากฏการณ์ความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับสิ่งไม่มีชีวิตไม่ใช่เรื่องใหม่ ก่อนหน้านี้ในปี 2018 เคยมีกรณีของชายชาวญี่ปุ่นที่ตัดสินใจแต่งงานกับ Hatsune Miku ตัวละครอนิเมะชื่อดังที่มีระบบเสียงสังเคราะห์ ซึ่งสะท้อนถึงกลุ่มอาการที่เรียกว่า Fictosexuality หรือความรักที่มีต่อตัวละครสมมุติ แต่ในปัจจุบันเทคโนโลยี Generative AI ได้พัฒนาไปไกลกว่าเดิมมาก

ผลการศึกษาของ Center for Democracy and Technology ชี้ให้เห็นว่า 1 ใน 5 ของนักเรียนมัธยมปลายในปัจจุบัน รู้จักหรือเคยมีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวกับ AI ขณะที่ผลสำรวจในกลุ่มผู้ใหญ่ระบุว่ามีถึง 40% ที่ยอมรับว่าอาจจะเดทหรือเคยส่งข้อความหยอดคำหวานกับแชตบอทมาแล้ว ไม่เว้นแม้กระทั่งกลุ่มผู้สูงอายุที่ตกเป็นเหยื่อความเหงา เช่น กรณีหญิงชราชาวจีนวัย 84 ปี ที่ยอมจ่ายเงินกว่า 30,000 บาทให้กับ AI ที่ถูกจำลองในบุคลิกประธานบริษัท เนื่องจากระบบมีการใช้คำพูดที่เอาใจใส่และตอบสนองความต้องการทางอารมณ์ได้ดี

Advertisement

แม้ว่าธุรกิจเหล่านี้จะเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่ความน่ากังวลกลับอยู่ที่การเปลี่ยนจาก “ความเหงา” ไปสู่ “การเสพติด” เนื่องจากโมเดลภาษาของ AI จะเรียนรู้พฤติกรรมของผู้ใช้และเลือกตอบสนองในสิ่งที่ผู้ใช้พึงพอใจ เอนเอียงไปในทางที่เห็นด้วยเสมอ (Validation) และแทบจะไม่โต้เถียงหรือบอกความจริงที่เจ็บปวด ต่างจากเพื่อนในชีวิตจริง ซึ่งการที่มนุษย์ได้รับการเอาใจจากระบบอยู่ตลอดเวลา อาจส่งผลกระทบต่อเด็กยุคใหม่ในเรื่องของทักษะการจัดการอารมณ์และความอดทนต่อความผิดหวังเมื่อต้องออกไปเจอโลกความเป็นจริงที่ไม่สามารถหมุนรอบตัวพวกเขาได้

“มันถึงเวลาแล้วที่เราต้องกลับมาฝึกฝนทักษะความเป็นมนุษย์ คือการมีความอดทน การยอมรับในความแตกต่าง และการกล้าที่จะเผชิญหน้ากับความขัดแย้งในโลกความเป็นจริง อย่าให้ AI มาเป็นผู้กำหนดนิยามของความเหงาของคุณ แต่จงออกไปสร้างประสบการณ์ชีวิต สร้างความสัมพันธ์ผู้คนในโลกความเป็นจริงดีกว่า”

Continue Reading
Advertisement