Pop Culture & Sub Culture
เปิดที่มามีม 67 คำแสลงไวรัลของวัยโจ๋บนโลกออนไลน์
สำนักข่าวบริคอินโฟ – กระแส มีม 67 หรือ 6-7 (ซิกซ์เซเว่น) กลายเป็นคำแสลงที่แพร่หลายในกลุ่มวัยรุ่นบนโซเชียลมีเดีย โดยเฉพาะกลุ่ม Generation Alpha แม้ว่าวลีดังกล่าวจะไม่ได้มีความหมายชัดเจน แต่ถูกนำไปใช้ซ้ำในวิดีโอและคอนเทนต์จำนวนมาก จนในวันที่ 6 เดือน 7 ปี 2026 ซึ่งรูปแบบวันที่ตรงกับตัวเลข 67 ทำให้กระแสนี้ถูกพูดถึงอีกครั้งในฐานะวันสำคัญของมีมดังกล่าว
ที่มาของกระแส 67 เชื่อมโยงกับเพลง Doot Doot (6 7) ของศิลปิน สกริลลา (Skrilla) ซึ่งถูกนำไปใช้ประกอบวิดีโอตัดต่อบนโลกออนไลน์ โดยหนึ่งในบริบทที่ทำให้เพลงและตัวเลขนี้ถูกพูดถึงมากขึ้นคือวิดีโอที่เกี่ยวข้องกับนักบาสเกตบอลอาชีพ โดยเฉพาะ ลาเมโล บอลล์ (LaMelo Ball) ซึ่งมีส่วนสูง 6 ฟุต 7 นิ้ว หรือประมาณ 2.01 เมตร
กระแสดังกล่าวยังได้รับแรงส่งจาก เทย์เลน คินนีย์ (Taylen Kinney) หรือ ทีเค (TK) ผู้เล่นจากลีก โอเวอร์ไทม์อีลิต (Overtime Elite) ที่นำคำนี้มาใช้พูดซ้ำในคอนเทนต์ของตนเอง ทำให้วลี 67 ถูกส่งต่อในหมู่ผู้ชมและกลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมมีมบนแพลตฟอร์มโซเชียล
ต่อมาในเดือนมีนาคม 2025 กระแสนี้ขยายตัวมากขึ้นหลังปรากฏคลิปของเด็กชาย แมฟเวอริก เทรวิลเลียน (Maverick Trevillyan) ซึ่งถูกเรียกบนโลกอินเทอร์เน็ตว่า 67 Kid โดยในคลิปเขาตะโกนคำว่า 67 ระหว่างเกมบาสเกตบอล พร้อมทำท่าทางมืออย่างตื่นเต้น ก่อนที่คลิปจะถูกเผยแพร่ต่อบน TikTok, Instagram และ YouTube Shorts
อย่างไรก็ตาม ความนิยมของมีม 67 มาพร้อมเสียงวิจารณ์จากบางส่วนของสังคม โดยมีการอธิบายว่ามีมนี้เป็นสิ่งที่ “น่ารำคาญ” และแพร่กระจาย “เหมือนโรคระบาด” ขณะที่สื่อหลายแห่งเชื่อมโยงพฤติกรรมการเล่นมีมดังกล่าวกับปรากฏการณ์ สมองเน่า (Brainrot) ซึ่งหมายถึงสื่อดิจิทัลที่ถูกมองว่าคุณภาพต่ำหรือไร้สาระแก่นสาร
ในอีกด้านหนึ่ง นักวิจารณ์บางส่วนมองว่ากระแส มีม 67 เป็นสัญญาณของบทบาทที่เพิ่มขึ้นของกลุ่ม Generation Alpha ในวัฒนธรรมอินเทอร์เน็ตยุคปัจจุบัน โดยสะท้อนให้เห็นว่าคำแสลงและพฤติกรรมการใช้สื่อของคนรุ่นใหม่สามารถกลายเป็นกระแสระดับโลกได้อย่างรวดเร็ว แม้จะไม่มีความหมายตายตัวก็ตาม
