ข่าว
รัฐบาลเร่งยกระดับคุ้มครองแรงงานสร้างสรรค์ วางมาตรฐานกองถ่ายลดชั่วโมงทำงานเยียวยาฟรีแลนซ์
สำนักข่าวบริคอินโฟ – กระทรวงแรงงานเร่งผลักดันมาตรการยกระดับการคุ้มครองแรงงานสร้างสรรค์ ในอุตสาหกรรมภาพยนตร์และบันเทิงไทย หลังพบปัญหาคนทำงานเผชิญการจ้างงานไม่เป็นธรรม ต้องทำงานต่อเนื่องเป็นเวลานาน และขาดสวัสดิการ โดยเตรียมจับมือภาคเอกชนกำหนดมาตรฐานชั่วโมงทำงานในกองถ่าย พร้อมขยายสิทธิประโยชน์และหลักประกันทางสังคมให้ครอบคลุมกลุ่มแรงงานอิสระ และฟรีแลนซ์ (Freelance) อย่างทั่วถึง
ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กระทรวงแรงงานกำลังเร่งแก้ไขปัญหาของคนทำงานในอุตสาหกรรมบันเทิง ที่ส่วนใหญ่ยังพบปัญหารับงานโดยไม่มีสัญญาจ้าง การไม่ได้รับค่าจ้างตามที่ตกลง ตลอดจนการขาดหลักประกันและสวัสดิการที่เหมาะสม โดยเฉพาะกลุ่มแรงงานอิสระที่มีสัดส่วนเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ตามการขยายตัวของภาคธุรกิจสร้างสรรค์
สำหรับแนวทางดำเนินการ กระทรวงแรงงานได้ร่วมมือกับสมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ไทย สมาคมนักแสดงแห่งประเทศไทย และภาคอุตสาหกรรมสื่อสร้างสรรค์ ในการยกระดับมาตรฐานการจ้างงานและการคุ้มครองแรงงานทั้งระบบ มาตรการเร่งด่วนประกอบด้วยการพัฒนาทักษะ หรือ Upskill และ Reskill ผ่านหลักสูตรฝึกอบรมของกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน พร้อมออกใบรับรองมาตรฐานวิชาชีพ หรือ Certificate เพื่อเพิ่มโอกาสในการทำงานทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงช่วยยกระดับรายได้ของผู้ประกอบอาชีพให้สูงขึ้น
นอกจากนี้ ยังมุ่งส่งเสริมการจ้างงานที่เป็นธรรม โดยการให้ความรู้ด้านสิทธิแรงงานและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เน้นย้ำความสำคัญของการจัดทำสัญญาจ้างเป็นลายลักษณ์อักษร การคุ้มครองค่าจ้าง การป้องกันการหลอกลวง รวมถึงแนวทางการคุ้มครองเมื่อเกิดอุบัติเหตุหรือการบาดเจ็บในระหว่างการทำงาน เพื่อให้แรงงานทุกคนสามารถรักษาสิทธิของตนเองได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย
ในด้านความปลอดภัยในการทำงาน มีการเตรียมจัดตั้งคณะทำงานร่วมกับผู้แทนภาคอุตสาหกรรม เพื่อศึกษาความเหมาะสมในการกำหนดมาตรฐานชั่วโมงการทำงาน หลังมีข้อมูลสะท้อนว่าคนทำงานในกองถ่ายจำนวนมากต้องทำงานต่อเนื่องเกิน 16 ชั่วโมงต่อวัน ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพและความปลอดภัย โดยจะนำข้อมูลมาพิจารณาปรับปรุงกฎหมายและมาตรการที่เกี่ยวข้องให้สอดคล้องกับลักษณะการทำงานจริงในปัจจุบัน
พร้อมกันนี้ ทางรัฐบาลระบุว่ากำลังอยู่ระหว่างการศึกษาปรับปรุงสิทธิประโยชน์เพื่อรองรับกลุ่มแรงงานอิสระและฟรีแลนซ์ (Freelance) ให้ครอบคลุมมากขึ้น ทั้งในด้านการรักษาพยาบาล การคุ้มครองกรณีว่างงาน และการสร้างหลักประกันรายได้หลังเกษียณ เพื่อให้แรงงานสร้างสรรค์ทุกกลุ่มได้รับการดูแลและคุ้มครองอย่างเหมาะสมและเท่าเทียม
