Connect with us

การเมือง

รัฐบาลยกระดับปราบสินค้าหนีภาษี 9 เดือนจับกุมทะลุกว่า 2.9 หมื่นคดี ยาสูบเถื่อนยังครองแชมป์อันดับหนึ่ง

Published

on

สมาคมการค้ายาสูบไทยเผยผลสำรวจบุหรี่เถื่อนออนไลน์โตพุ่ง ชี้ Facebook Groups เป็นแหล่งซ่องสุมหลัก พบใช้แฮชแท็กสถานศึกษาดึงเยาวชน จี้กระทรวงดีอีเร่งปราบปราม

สำนักข่าวบริคอินโฟ – รัฐบาลเดินหน้าเพิ่มความเข้มงวดในมาตรการป้องกันและปราบปรามสินค้าผิดกฎหมายสรรพสามิตทั่วประเทศ หลังพบว่าบุหรี่เถื่อนยังคงเป็นสินค้าหนีภาษีที่มีการลักลอบนำเข้ามากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง โดยขบวนการลักลอบมีความซับซ้อนและเป็นระบบมากขึ้น โดยผลการดำเนินงานในรอบ 9 เดือนของปีงบประมาณ 2569 สามารถจับกุมผู้กระทำความผิดได้แล้วกว่า 29,411 คดี สร้างมูลค่าประมาณการค่าปรับรวมสูงกว่า 4 พันล้านบาท ด้านทำเลกระจายสินค้าหลักยังกระจุกตัวอยู่ในพื้นที่ภาคใต้และจังหวัดชายแดน

นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงรายละเอียดผลการปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายสรรพสามิตทั่วประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2568 ถึงเดือนมิถุนายน 2569 ว่า กรมสรรพสามิตสามารถจับกุมคดีได้รวมทั้งสิ้น 29,411 คดี คิดเป็นมูลค่าค่าปรับเปรียบเทียบกว่า 817.01 ล้านบาท และมีประมาณการค่าปรับรวมสูงถึง 4,282.14 ล้านบาท ขณะที่ผลการดำเนินงานเฉพาะเดือนมิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา สามารถจับกุมได้รวม 3,104 คดี คิดเป็นค่าปรับกว่า 73.63 ล้านบาท โดยพบว่าคดียาสูบหรือบุหรี่หนีภาษีมีสถิติสูงที่สุดจำนวน 1,993 คดี หรือคิดเป็นสัดส่วนประมาณร้อยละ 64 ของคดีทั้งหมดในเดือนดังกล่าว

สำหรับพฤติการณ์ของกลุ่มผู้กระทำความผิดในปัจจุบัน พบว่าเครือข่ายลักลอบสินค้าหนีภาษีมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบให้มีความเป็นระบบเพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่อย่างชัดเจน ตั้งแต่การใช้พื้นที่ชายแดนและเส้นทางลำเลียงทางธรรมชาติ การกระจายจุดเก็บสินค้าในบ้านพักหรือบ้านเช่าเพื่อรอส่งต่อขายนายทุนรายย่อย ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อรายได้การจัดเก็บภาษีของรัฐบาล ตลอดจนผู้ประกอบการที่ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างถูกต้อง

“จากข้อมูลการจับกุม พบพฤติกรรมของขบวนการลักลอบสินค้าหนีภาษีมีความเป็นระบบมากขึ้น โดยมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการกระทำผิดเพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ ไม่ว่าจะเป็นการแบ่งจุดเก็บสินค้า หรือการใช้พื้นที่เสี่ยงตามแนวชายแดนเป็นจุดลำเลียงสินค้าเข้าสู่ประเทศ รัฐบาลเน้นย้ำให้บูรณาการการปราบปรามด้านข้อมูล การข่าว และการปฏิบัติการร่วมกันจากหลายหน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานด้านความมั่นคง กรมศุลกากร และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการสกัดกั้นขบวนการลักลอบนำเข้าและจำหน่ายสินค้าผิดกฎหมายตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง อันจะช่วยลดความเสียหายทางเศรษฐกิจ สร้างความเป็นธรรมในระบบภาษี และคุ้มครองผลประโยชน์ของประเทศได้อย่างเป็นรูปธรรม” นางสาวพลอยทะเล กล่าว

Advertisement

Continue Reading
Advertisement