Connect with us

การศึกษา

เยาวชนไทยปล่อยของ โชว์แนวคิดนวัตกรรมหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์จากไอเดียชีวิตประจำวัน ต่อยอดสู่หุ่นยนต์กู้ภัย-สมาร์ทฟาร์ม ในงานมหกรรมสนามเด็กเล่นหุ่นยนต์

Published

on

สมาคมครูเทคโนโลยีหุ่นยนต์ฯ จัดงานมหกรรมสนามเด็กเล่นหุ่นยนต์ เปิดเวทีให้เยาวชนไทยแสดงความสามารถด้าน AI และเทคโนโลยี โดยมี พานาโซนิค เอเนอร์จี ร่วมสนับสนุน

สำนักข่าวบริคอินโฟ – สมาคมครูเทคโนโลยีหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์แห่งประเทศไทย ร่วมกับ ชมรมครูหุ่นยนต์ไทย จัดงาน มหกรรมสนามเด็กเล่นหุ่นยนต์ เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนไทยทั่วประเทศได้แสดงความคิดสร้างสรรค์และเรียนรู้เทคโนโลยีหุ่นยนต์รวมถึงปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI โดยมี บริษัท พานาโซนิค เอเนอร์จี (ประเทศไทย) จำกัด หรือ Panasonic Energy (Thailand) ร่วมสนับสนุนถ่านพานาโซนิค พรีเมียม อัลคาไลน์ ขนาด AA จำนวนกว่า 15,000 ก้อน ให้เป็นแหล่งพลังงานหลักแก่ทีมผู้เข้าแข่งขันกว่า 1,000 ทีม เพื่อลดข้อจำกัดด้านอุปกรณ์และสร้างความเท่าเทียมในการแข่งขัน ซึ่งภายในงานมีทีมเยาวชนร่วมนำเสนอผลงานนวัตกรรมที่สามารถต่อยอดใช้งานได้จริงในอนาคต

เริ่มต้นที่ ทีม SPIM-D จาก โรงเรียนสาธิตสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ ประกอบด้วย ชัยภัทร สุวรรณารัศมี และ ณัฐดนย์ ศรีรัฐวัฒนากูล อายุ 17 ปี คว้าชนะเลิศรายการ Bigfoot Gundam Open จากการพัฒนาหุ่นยนต์บังคับมือ (Manual Robot) ที่อาศัยทักษะวิศวกรรม ระบบไฟฟ้า และการควบคุมกลไก โดยโครงสร้างมีความแข็งแรงทนทาน และมีเป้าหมายพัฒนาไปสู่ หุ่นยนต์กู้ภัย ในอนาคตเพื่อปฏิบัติงานแทนมนุษย์ในพื้นที่เสี่ยงอันตราย เช่น ตึกถล่ม หรือพื้นที่สารเคมีรั่วไหล ด้วยการติดตั้งเซนเซอร์ตรวจจับความร้อน เพิ่มกล้อง และควบคุมผ่านระบบ 5G เพื่อช่วยรักษาชีวิตผู้คนได้อย่างปลอดภัย

ถัดมาคือ ทีม KN3 จาก โรงเรียนกาญจนานุเคราะห์ ได้รับรางวัลชนะเลิศรายการ Lite Beam Open นำโดย พรรณกาญจน์ เหลืองอมรศักดิ์ อายุ 18 ปี และ ไปรยา ศรีศักดิ์บางเตย อายุ 12 ปี นำเสนอหุ่นยนต์วิ่งตามเส้นอัตโนมัติ (Line Following Robot) ที่ต้องอาศัยความแม่นยำของระบบฮาร์ดแวร์ การบัดกรีวงจร ปรับค่าความต้านทาน และติดตั้งเซนเซอร์ตรวจจับแสง โดยระบุว่า “ผลงานชิ้นนี้อาศัยความแม่นยำของระบบฮาร์ดแวร์ ซึ่งทีมได้ลงมือปฏิบัติเองทุกขั้นตอน ตั้งแต่การบัดกรีวงจร ปรับค่าความต้านทาน ไปจนถึงติดตั้งเซนเซอร์ตรวจจับแสง ซึ่งเปรียบเสมือน “สมอง”และ “ดวงตา” ของหุ่นยนต์ ความคลาดเคลื่อนเพียงเล็กน้อย หุ่นยนต์ก็อาจวิ่งหลุดเส้นทางได้ทันที โดยในอนาคตตั้งเป้าว่าจะนำไอเดียไปต่อยอดสู่“หุ่นยนต์การเกษตรอัจฉริยะ” เพื่อช่วยตรวจสภาพดิน พ่นปุ๋ย และขนส่งผลผลิตในไร่สวน ช่วยลดแรงงานและยกระดับภาคเกษตรกรรมไทยในอนาคต”

ขณะที่ทีมเยาวชนอิสระจาก โรงเรียนสาธิตสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ และ โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย ได้พัฒนาโครงงานนวัตกรรม Monk Assist หรือ หุ่นยนต์ช่วยพระสงฆ์ถือของ นำโดย พีรณัฐ ปัทมะรางกูล อายุ 18 ปี, ชัชวิน ธนาสมหวัง อายุ 17 ปี และ ชวิศ ปัญญาภิญโญผล อายุ 17 ปี โดยระบุว่า “ไอเดียหลักของโครงงานเกิดจากการตั้งคำถามว่า อาหารที่พระสงฆ์ได้จากการออกบิณฑบาตมีคุณค่าทางโภชนาการเพียงพอหรือไม่ ทำอย่างไรถึงจะให้ผู้ที่ใส่บาตรได้รู้ว่าอาหารนั้นมีคุณภาพเพียงพอ จึงได้นำมาพัฒนาเป็นหุ่นยนต์เดินตามพระสงฆ์ เมื่อมีคนใส่อาหารเข้ามา ระบบ AI จะตรวจจับและโชว์ข้อมูลทันทีว่าอาหารชิ้นนั้นมีคุณค่าทางโภชนาการอย่างไร เพื่อให้ญาติโยมได้เห็นและหันมาเลือกใส่อาหารที่ดีต่อสุขภาพ นอกจากนี้ หุ่นยนต์ยังช่วยถือแทนพระท่านได้อีกด้วย โดยทีมจะพัฒนาและนำไปใช้ในการสร้างหุ่นยนต์สำหรับช่วยถือของ สำหรับใช้ในชีวิตประจำวันและอุตสาหกรรมต่อไป”

นอกจากนี้ ทีม KIDS STEM-2 จาก โรงเรียนรุ่งอรุณ นำโดย อคร อรรคศรี อายุ 9 ขวบ, นภัทร วัฒนกิจศิริ อายุ 8 ขวบ และ ธีรสิทธิ์ ฆังคะสุวรรณ อายุ 8 ขวบ ได้ร่วมกันพัฒนาโครงงานนวัตกรรม Smart farm เพื่อแก้ปัญหาจากการปลูกผักในที่อยู่อาศัย โดยระบุว่า “จุดเริ่มต้นเกิดจากจากช่วงสถานการณ์โควิด – 19 ที่บ้านเริ่มปลูกผักเพื่อรับประทานเอง และได้สังเกตเห็นคุณยายต้องออกไปรดน้ำผักทุกวัน ท่ามกลางอากาศที่ร้อน บางครั้งมีนกบินมาจิกกินยอดผักทำให้เสียหาย เราเลยรวมตัวกันคิดค้นฟาร์มอัจฉริยะนี้ขึ้นมา เพราะอยากช่วยแบ่งเบาภาระ โดยการติดตั้งเซนเซอร์ตรวจจับความชื้นในแปลงผักเพื่อช่วยรดน้ำอัตโนมัติ ติดตั้งระบบ AI คอยสแกนตรวจจับความเคลื่อนไหวจากสัตว์ต่าง ๆ เช่น นก หนู กระรอก เป็นต้น เมื่อมีสัตว์เข้ามาในแปลงผัก ระบบจะปล่อยแมวจำลองและเสียงแมว เพื่อขับไล่ทันที”

ทางด้าน ชินยา โยชิดะ ผู้อำนวยการส่วนงานขายและการตลาด สำนักงานใหญ่ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริษัท พานาโซนิค เอเนอร์จี (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า การสนับสนุนกิจกรรมครั้งนี้สะท้อนแนวคิด Panasonic GREEN IMPACT ที่มุ่งเน้นการนำนวัตกรรมมาสร้างอนาคตที่ยั่งยืนผ่านการพัฒนาคนรุ่นใหม่ โดยกิจกรรมนี้เป็นพื้นที่เรียนรู้ให้เยาวชนได้ลงมือคิดและพัฒนานวัตกรรมจากไอเดียตนเองผ่านกระบวนการทำงานจริง ซึ่งทางบริษัทคาดหวังว่าการสนับสนุนจะช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนหันมาสนใจเทคโนโลยี หุ่นยนต์ และ AI ในการขับเคลื่อนสังคมและสิ่งแวดล้อมต่อไป

Advertisement