ข่าว
เคทีซีชี้ข้อมูลรั่วสูญเสียมากกว่าเงิน เผยความเชื่อมั่นคือสินทรัพย์ที่มีค่าที่สุดในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล
สำนักข่าวบริคอินโฟ – บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ เคทีซี (KTC) เปิดเผยมุมมองด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในยุคดิจิทัล โดยระบุว่า พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 หรือ PDPA (Personal Data Protection Act) ถูกสร้างขึ้นเพื่อปกป้องความเชื่อมั่นของผู้บริโภค เนื่องจากพฤติกรรมในปัจจุบันมีการส่งมอบข้อมูลสำคัญ เช่น ชื่อ-นามสกุล เบอร์โทรศัพท์ เลขบัตรประชาชน และพฤติกรรมการซื้อสินค้าให้กับองค์กรต่าง ๆ ผ่านการใช้งานแอปพลิเคชันและการทำธุรกรรมออนไลน์ ข้อมูลเหล่านี้จึงกลายเป็นสิ่งสะท้อนตัวตนและไลฟ์สไตล์ของลูกค้าที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจมหาศาล ทำให้ในปัจจุบันอาชญากรไซเบอร์เปลี่ยนเป้าหมายจากการโจรกรรมเงินมาเป็นการขโมยข้อมูลแทน
โลกธุรกิจกำลังขับเคลื่อนเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจแห่งความไว้วางใจ หรือ Trust Economy ที่ความเชื่อมั่นของลูกค้ากลายเป็นสินทรัพย์ที่มีค่าที่สุดในการสร้างความแตกต่างทางการแข่งขัน จากผลการวิจัยพบว่า เมื่อเกิดเหตุข้อมูลรั่วไหล สิ่งที่องค์กรสูญเสียมากกว่าค่าปรับคือความเชื่อมั่นของลูกค้า ซึ่งต้องใช้เวลาสะสมนานหลายปีแต่กลับสูญเสียไปได้ภายในไม่กี่ชั่วโมง กฎหมาย PDPA จึงไม่ได้มีไว้เพื่อห้ามใช้ข้อมูล แต่เป็นการกำหนดหลักเกณฑ์ให้องค์กรนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์อย่างโปร่งใส มีเหตุผล และเคารพสิทธิความเป็นส่วนตัวของเจ้าของข้อมูล เพื่อรักษาความไว้วางใจที่มีมูลค่ามากกว่าตัวข้อมูล
นอกจากนี้ การเติบโตของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI (Artificial Intelligence) แม้จะช่วยให้ธุรกิจเข้าใจพฤติกรรมลูกค้าและคาดการณ์ความต้องการได้แม่นยำขึ้น แต่ก็เป็นเครื่องมือที่ทำให้อาชญากรไซเบอร์พัฒนาการโจมตีได้แนบเนียนและรวดเร็วขึ้น เช่น การสร้างข้อความหลอกลวงหรือการปลอมแปลงเสียง (Phishing) องค์กรยุคใหม่จึงต้องมองว่าการลงทุนด้านความปลอดภัยของข้อมูล (Data Security) เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ และความปลอดภัยนี้ไม่สามารถพึ่งพาเพียงแค่เทคโนโลยีราคาแพงได้ แต่ต้องสร้างให้เกิดวัฒนธรรมความปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cybersecurity) ทั่วทั้งองค์กร เพื่อป้องกันความผิดพลาดจากบุคลากร เช่น การคลิกลิงก์ปลอม หรือการตั้งรหัสผ่านที่คาดเดาง่าย
สำหรับกลุ่มธุรกิจการเงิน ความปลอดภัยของข้อมูลถือเป็นส่วนหนึ่งของคุณภาพการบริการที่ลูกค้าคาดหวัง ทาง เคทีซี หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ได้ให้ความสำคัญกับการยกระดับมาตรการความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านเทคโนโลยี กระบวนการทำงาน และการสร้างความตระหนักรู้ให้กับพนักงาน เพื่อให้การพัฒนานวัตกรรมทางการเงินและบริการดิจิทัลเดินหน้าควบคู่ไปกับการดูแลข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเหมาะสม เพราะในท้ายที่สุดแล้ว เทคโนโลยีและระบบ AI เป็นสิ่งที่สามารถซื้อและพัฒนาได้ แต่ความไว้วางใจของลูกค้าเป็นสิ่งที่ไม่สามารถซื้อได้ และการปกป้องข้อมูลจึงเป็นการลงทุนเพื่อรักษาสิ่งที่มีค่าที่สุดขององค์กร
