ข่าว
ไปรษณีย์ไทย เชื่อมระบบจัดส่งต่างประเทศกับ Shopify และ WooCommerce หนุนอีคอมเมิร์ซไทยสู่ตลาดโลก
สำนักข่าวบริคอินโฟ – บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (Thailand Post) เปิดตัวบริการเชื่อมต่อระบบจัดส่งสิ่งของระหว่างประเทศร่วมกับแพลตฟอร์มร้านค้าออนไลน์ระดับโลกอย่าง Shopify และ WooCommerce เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการไทยในการขยายธุรกิจสู่ตลาดต่างประเทศ โดยระบบนี้จะช่วยให้ร้านค้าสามารถบริหารจัดการคำสั่งซื้อ สร้างใบจ่าหน้าพัสดุ และติดตามสถานะการจัดส่งได้อย่างครบวงจรในแพลตฟอร์มเดียว ซึ่งช่วยลดขั้นตอนการทำงานและเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการธุรกิจอีคอมเมิร์ซ (E-Commerce) ระหว่างประเทศ พร้อมกันนี้ยังได้จัดแคมเปญ Top Spender เพื่อมอบรางวัลพิเศษให้แก่ร้านค้าที่มียอดจัดส่งสูงสุดรวม 10 รางวัล
ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เปิดเผยว่า ปัจจุบันผู้ประกอบการไทยจำนวนมากเริ่มปรับกลยุทธ์จากการจำหน่ายสินค้าผ่านตลาดออนไลน์ หรือ Marketplace เพียงอย่างเดียว มาสู่การสร้างช่องทางขายของตนเองผ่านแพลตฟอร์มอย่าง Shopify และ WooCommerce มากขึ้น เพื่อเพิ่มศักยภาพในการสร้างแบรนด์ บริหารฐานลูกค้า และขยายโอกาสทางธุรกิจสู่ตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าอาหารและเครื่องดื่ม ผลิตภัณฑ์สุขภาพ เครื่องสำอาง สินค้าไลฟ์สไตล์ และงานหัตถกรรมไทยที่ได้รับความสนใจจากผู้บริโภคทั่วโลก อย่างไรก็ตาม การจัดการคำสั่งซื้อ การเตรียมเอกสาร และการขนส่งระหว่างประเทศยังคงเป็นความท้าทายสำคัญของผู้ประกอบการจำนวนมาก เนื่องจากต้องดำเนินการผ่านหลายระบบและหลายขั้นตอน ส่งผลให้เกิดต้นทุนด้านเวลาและการบริหารจัดการที่เพิ่มขึ้น
“ไปรษณีย์ไทยในฐานะโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ของประเทศมีบทบาทในการเชื่อมต่อผู้ประกอบการไทยกับตลาดโลกผ่านเครือข่ายศักยภาพที่ครอบคลุมทั้งในและต่างประเทศ เพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจดิจิทัลและการค้าระหว่างประเทศของไทย จึงมุ่งพัฒนาโซลูชันที่ช่วยลดข้อจำกัดในการทำธุรกิจออนไลน์ เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยสามารถขยายสินค้าไปยังตลาดทั่วโลกได้ง่ายขึ้น สะดวกขึ้น และแข่งขันได้มากขึ้น การเชื่อมต่อระบบจัดส่งระหว่างประเทศเข้ากับ Shopify และ WooCommerce ในครั้งนี้ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญที่จะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถบริหารจัดการร้านค้าออนไลน์และการจัดส่งสินค้าได้อย่างครบวงจรผ่านระบบเดียว เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจ และขยายโอกาสการแข่งขันในตลาดโลกได้มากยิ่งขึ้น” ดร.ดนันท์ กล่าว
สำหรับการเชื่อมต่อกับแพลตฟอร์ม Shopify ทาง ไปรษณีย์ไทย ได้พัฒนาแอปพลิเคชัน Thailand Post (Official) บน Shopify App Store เพื่อรองรับผู้ประกอบการที่สร้างเว็บไซต์ร้านค้า โดยสามารถเชื่อมต่อร้านค้าเข้ากับระบบจัดส่งระหว่างประเทศได้โดยตรงโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ระบบจะช่วยนำเข้าคำสั่งซื้อเพื่อสร้างใบจ่าหน้าพัสดุระหว่างประเทศได้อย่างรวดเร็ว จัดการข้อมูลการจัดส่งและเอกสารที่เกี่ยวข้องในระบบเดียว รองรับการจัดส่งไปยังปลายทางทั่วโลก พร้อมติดตามสถานะการจัดส่งแบบเรียลไทม์ตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง
ขณะที่ผู้ใช้งานระบบ WooCommerce สามารถเชื่อมต่อร้านค้ากับระบบ Web Portal ของ ไปรษณีย์ไทย ผ่าน Store Key เพื่อดึงข้อมูลคำสั่งซื้อโดยอัตโนมัติ สามารถสร้างใบจ่าหน้าและเอกสารการจัดส่งได้ในคลิกเดียว ช่วยลดภาระงานในรูปแบบเดิม (Manual) และบริหารจัดการขั้นตอนการขนส่งทั้งหมดผ่านระบบเดียว ตั้งแต่การจัดการออร์เดอร์ การจัดเตรียมเอกสาร ไปจนถึงการติดตามสถานะพัสดุแบบสิ้นสุดกระบวนการ (End-to-End) รองรับการจัดส่งระหว่างประเทศครอบคลุมปลายทางทั่วโลก
นอกจากนี้ เพื่อส่งเสริมให้ผู้ประกอบการไทยเริ่มต้นขยายธุรกิจสู่ตลาดต่างประเทศ ไปรษณีย์ไทย ได้จัดแคมเปญพิเศษ Top Spender สำหรับลูกค้าที่เชื่อมต่อระบบขนส่งระหว่างประเทศผ่านแพลตฟอร์มทั้งสอง โดยผู้ที่มียอดใช้บริการจัดส่งด้วยบริการระหว่างประเทศสะสมสูงสุด 10 อันดับแรกของแต่ละช่องทาง จะได้รับ Gift Card มูลค่า 1,000 บาท จำนวนรวม 10 รางวัล รวมมูลค่า 10,000 บาท แบ่งเป็น ผู้ใช้งาน Shopify จะได้รับบัตรน้ำมันบางจาก 5 รางวัล และผู้ใช้งาน WooCommerce จะได้รับบัตรโลตัส 5 รางวัล ทั้งนี้ ผู้ประกอบการสามารถสะสมยอดการใช้บริการได้ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม – 31 สิงหาคม 2569 และจะประกาศผลผู้ได้รับรางวัลในวันที่ 1 ตุลาคม 2569 ผ่านเว็บไซต์และเฟซบุ๊กของ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด
