Connect with us

การเมือง

พิพัฒน์ ถก แกนนำ SEC Watch บรรลุข้อตกลง สั่งยุติร่าง พ.ร.บ. เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ เล็งตั้งคณะทำงานร่วมพัฒนา

Published

on

พิพัฒน์ รัชกิจประการ เจรจลตัวกลุ่ม SEC Watch สั่งยุติร่าง พ.ร.บ. ระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ เร่งตั้งคณะทำงานร่วมพัฒนาพื้นที่ พร้อมสางปมเยียวยาผลกระทบ EEC

สำนักข่าวบริคอินโฟ – ผลเจรจาระหว่างภาครัฐและเครือข่ายภาคประชาชนบรรลุข้อตกลงร่วมกัน โดย นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม สั่งยกเลิกการเสนอร่าง พ.ร.บ. ระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ หรือ SEC ของ สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร หรือ สนข. พร้อมเตรียมตั้งคณะทำงานร่วมศึกษาแนวทางพัฒนาพื้นที่ภาคใต้เพื่อป้องกันปัญหาซ้ำรอย เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC (Eastern Economic Corridor) ส่งผลให้กลุ่มผู้ชุมนุมประกาศยุติการประท้วงรอบทำเนียบรัฐบาลและแยกย้ายกลับภูมิลำเนาทันที

การประชุมจัดขึ้นเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2569 เวลา 14.20 น. ณ ห้องประชุม 3 ชั้น 3 สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน หรือ สำนักงาน ก.พ. (เดิม) โดยนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ พร้อมด้วย นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม และตัวแทนหน่วยงานเกี่ยวข้อง ได้เปิดโต๊ะเจรจากับกลุ่มผู้ชุมนุม เครือข่ายภาคประชาชน (SEC Watch) จำนวน 12 คน นำโดย นายประสิทธิ์ชัย หนูนวล เพื่อหาทางออกร่วมกันเกี่ยวกับโครงการพัฒนาพื้นที่และโครงสร้างพื้นฐานในภาคใต้

นายพิพัฒน์ กล่าวในที่ประชุมว่า การเดินหน้าพัฒนาประเทศมักจะนำมาซึ่งข้อถกเถียงระหว่างการเติบโตทางเศรษฐกิจและการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติเสมอ สิ่งสำคัญคือทุกฝ่ายต้องยอมรับความจริงที่ว่า การพัฒนาประเทศย่อมสร้างผลกระทบต่อพื้นที่บางส่วนอย่างแน่นอน หากสังคมยังคงยึดติด ประเทศไทยอาจตกอยู่ในสภาวะชะงักงัน แต่โจทย์ที่สำคัญและท้าทายที่สุดคือ จะทำอย่างไรให้ผลกระทบที่เกิดขึ้นอยู่ในระดับที่น้อยที่สุด และเป็นสิ่งที่ทุกฝ่ายยอมรับร่วมกันได้ ทั้งนี้ รัฐบาลขอยืนยันว่าการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้หรือการสร้างท่าเรือ จะต้องมีการสงวนอาชีพสำหรับคนไทย โดยเฉพาะวิถีชีวิตประมงพื้นบ้านเอาไว้

ขณะที่ นายประสิทธิ์ชัย หนูนวล แกนนำกลุ่ม SEC Watch ได้สะท้อนความกังวลของประชาชนว่า การพัฒนาโครงการขนาดใหญ่ มักถูกปัดฝุ่นนำกลับมาใหม่เมื่อเปลี่ยนรัฐบาล ทำให้ประชาชนขาดความเชื่อมั่น โดยยกตัวอย่างพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมตั้งแต่ปี พ.ศ. 2535 ที่เดิมเป็นเพียงโรงงานประกอบรถยนต์ แต่เมื่อมีโครงการอย่าง EEC เข้ามา อุตสาหกรรมได้เปลี่ยนไปสู่กลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง เช่น โรงงานผลิตยางรถยนต์ โรงหลอมเหล็ก และโรงงานเคมีภัณฑ์ ทำให้ชาวบ้านหวาดกลัวเรื่องการจัดการขยะและมลพิษ โดยเฉพาะบทเรียนที่กากขยะอุตสาหกรรมจากระยองถูกลักลอบนำไปทิ้งในชลบุรี ประชาชนจึงต้องการความชัดเจนและไม่ต้องการให้ภาคใต้มีรูปแบบการพัฒนาที่ซ้ำรอยปัญหาเดิม

Advertisement

จากการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ที่ประชุมมีมติเห็นชอบร่วมกันใน 5 ประเด็นหลัก โดยรัฐบาลยืนยันยกเลิกการเสนอร่าง พ.ร.บ. ระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ พ.ศ. …. และจะไม่นำเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีอย่างเด็ดขาด โดยจะมีการลงนามในหนังสือข้อตกลงร่วมกันเป็นลายลักษณ์อักษร ส่วน โครงการแลนด์บริดจ์ (Landbridge) รัฐบาลจะเดินหน้าศึกษาและรับฟังความคิดเห็นต่อ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการของคณะกรรมการศึกษาฯ ที่มี นายเอกนิติ เป็นประธาน โดยมีกำหนดระยะเวลา 90 วัน ซึ่งรัฐบาลเปิดกว้างรับฟังทุกภาคส่วน

นอกจากนี้ ที่ประชุมเห็นชอบให้แต่งตั้งคณะกรรมการร่วมเพื่อศึกษาความเหมาะสมในการพัฒนาภาคใต้ โดยมี นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ และ สนข. เป็นผู้แทนหลักของภาครัฐ ทำงานร่วมกับกลุ่ม SEC Watch โดยมีเงื่อนไขสำคัญคือ จะไม่นำรูปแบบการพัฒนาของ EEC มาใช้ในพื้นที่ภาคใต้ ขณะเดียวกัน นายพิพัฒน์ จะนำเรื่องการทบทวนปัญหาการขยายพื้นที่ EEC เข้าสู่จังหวัด ปราจีนบุรี เสนอให้นายกรัฐมนตรีพิจารณา รวมถึงเร่งเยียวยาผลกระทบจากการถมทะเลในพื้นที่จังหวัด ระยอง โดยจะเสนอเสนอปัญหานี้ต่อนายกรัฐมนตรีโดยตรง และมอบหมายให้สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีติดตามแก้ไขปัญหาโดยเร็ว

ภายหลังเสร็จสิ้นการเจรจา นายประสิทธิ์ชัย ได้ประกาศยุติการชุมนุมบริเวณประตู 2 และประตู 5 ทำเนียบรัฐบาล เพื่อเปิดการจราจรตามปกติ โดยกลุ่มผู้ชุมนุมได้เคลื่อนขบวนไปรวมตัวรอรับเอกสารข้อตกลงที่หน้าศาลกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ก่อนแยกย้ายเดินทางกลับ ซึ่งนายพิพัฒน์ได้มอบหมายให้ นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก จัดเตรียมรถโดยสารเพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางกลับของกลุ่มผู้ชุมนุมในครั้งนี้

Advertisement
Continue Reading
Advertisement