Connect with us

ข่าว

ภัทรพงศ์ สั่ง CAAT ยกเครื่องมาตรการตรวจลูกเรือเข้ม หลังพบลักลอบขนยาเสพติดไปออสเตรเลีย

Published

on

นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

สำนักข่าวบริคอินโฟ – กระทรวงคมนาคม สั่งยกระดับมาตรการตรวจสอบลูกเรือสายการบินอย่างเร่งด่วน หลังเกิดกรณีลูกเรือสายการบินของไทยถูกเจ้าหน้าที่ทางการประเทศออสเตรเลียจับกุมในข้อหาลักลอบขนสารเสพติดซุกซ่อนในสัมภาระเข้าเมือง โดยเตรียมประสานความร่วมมือระหว่าง สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย หรือ กพท. (CAAT) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่ออุดรอยรั่วและป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ภาพรวมของประเทศซ้ำอีก

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 25 มิถุนายนที่ผ่านมา โดยลูกเรือสายการบินของไทยรายหนึ่งได้ปฏิบัติหน้าที่ในเที่ยวบินจากประเทศไทยไปยังนครเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย และถูกเจ้าหน้าที่ปลายทางสุ่มตรวจค้นสัมภาระ ก่อนจะพบถุงผ้าจากประเทศไทยที่ภายในมีการซุกซ่อนสารเสพติดอย่างแนบเนียน ส่งผลให้ลูกเรือคนดังกล่าวถูกควบคุมตัวเพื่อเข้าสู่กระบวนการพิจารณาคดีตามกฎหมายของประเทศออสเตรเลียในปัจจุบัน

ด้าน นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ได้รับมอบหมายจาก นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้เข้ามาติดตามกรณีนี้อย่างใกล้ชิด พร้อมระบุถึงขั้นตอนการตรวจค้นว่า “ตามมาตรฐานการรักษาความปลอดภัย ลูกเรือทุกคนต้องผ่านการตรวจค้นเช่นเดียวกับผู้โดยสารทั่วไป แม้ว่าที่สนามบินของไทยจะมีช่องทางพิเศษเพื่ออำนวยความสะดวกให้ลูกเรือผ่านขั้นตอนตรวจค้นได้รวดเร็วขึ้น แต่ยังคงต้องผ่านการตรวจทั้งตัวบุคคลและสัมภาระตามมาตรฐานสากล” ทั้งนี้ ที่ผ่านมาการตรวจค้น ณ สนามบินต้นทางจะมุ่งเน้นไปที่การค้นหาวัตถุอันตราย อาวุธ หรือวัตถุระเบิดที่มีผลต่อความปลอดภัยในการบินเป็นหลัก จึงอาจทำให้การซุกซ่อนสิ่งผิดกฎหมายในลักษณะนี้หลุดรอดไปได้ ขณะที่ทางการออสเตรเลียเน้นการตรวจค้นเพื่อสกัดกั้นสารเสพติดและสิ่งของต้องห้ามโดยตรง

เพื่อเป็นการแก้ปัญหาในระยะยาว รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้หารือร่วมกับ พล.อ.อ.มนัท ชวนะประยูร ผู้อำวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย หรือ CAAT เพื่อเตรียมเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้ง บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. (AOT), หน่วยงานด้านศุลกากร และหน่วยงานปราบปรามยาเสพติด มาร่วมกันกำหนดมาตรการเพิ่มเติม โดยจะมุ่งเน้นไปที่การเพิ่มความเข้มงวดกับลูกเรือในการรับฝากหรือรับหิ้วสิ่งของ ยกระดับการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร และเพิ่มการประสานงานด้านการข่าว เพื่อให้การตรวจจับสิ่งผิดกฎหมายมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยย้ำว่าจะต้องดำเนินการควบคู่ไปกับการรักษาสมดุลความปลอดภัยและการบริการผู้โดยสารไม่ให้ได้รับผลกระทบ

Advertisement
Continue Reading
Advertisement