Connect with us

ข่าว

รัฐบาลไทยดันกฎหมาย ASEAN CHIPS ACT ปั้นอาเซียนสู่ฮับเซมิคอนดักเตอร์

Published

on

รัฐบาลไทยเสนอจัดทำกฎหมาย ASEAN CHIPS ACT ดึงประเทศสมาชิกอาเซียนร่วมพัฒนาระบบนิเวศอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ผลักดันภูมิภาคสู่ศูนย์กลางเทคโนโลยีโลก

สำนักข่าวบริคอินโฟ – รัฐบาลไทยเดินหน้าผลักดันร่างกฎหมายชิปอาเซียน หรือ ASEAN CHIPS ACT ในเวทีการประชุมระดับภูมิภาค มุ่งเป้าเชื่อมโยงระบบนิเวศอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของประเทศสมาชิกให้เป็นหนึ่งเดียว เพื่อดึงดูดการลงทุนด้านเทคโนโลยีขั้นสูง พร้อมประกาศความพร้อมของไทยในการเป็นศูนย์กลางการฝึกอบรมบุคลากรด้านเซมิคอนดักเตอร์ เพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมแห่งอนาคตที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์และดิจิทัล

ในการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม ครั้งที่ 22 (AMMSTI-22) ซึ่งจัดขึ้น ณ นครหลวงเวียงจันทน์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือ อว. ในฐานะตัวแทนประเทศไทย ได้นำเสนอแนวคิดการจัดตั้งกรอบความร่วมมือด้านการผลิตชิปของภูมิภาค โดยไทยได้จัดทำร่างกรอบแนวคิดของ ASEAN CHIPS ACT (ACA) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และเตรียมเสนอให้ประเทศสมาชิกอาเซียนร่วมพิจารณาในลำดับต่อไป

เป้าหมายหลักของร่างกฎหมาย ASEAN CHIPS ACT คือการสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์แบบบูรณาการ ครอบคลุมตั้งแต่การแลกเปลี่ยนและพัฒนาบุคลากร การสนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรม การใช้โครงสร้างพื้นฐานและเครื่องมือออกแบบวงจรร่วมกัน การเสริมสร้างความมั่นคงให้ห่วงโซ่อุปทาน ตลอดจนการกำหนดมาตรฐานร่วม นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญกับกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และการจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืน

ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ปัจจุบันเซมิคอนดักเตอร์ถือเป็นหัวใจสำคัญของเทคโนโลยีสมัยใหม่ ไม่ว่าจะเป็นสมาร์ตโฟน รถยนต์ไฟฟ้า ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ไปจนถึงศูนย์ข้อมูล หรือ Data Center ดังนั้นการผลักดัน ASEAN CHIPS ACT จึงเป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับห่วงโซ่อุปทานของอาเซียน เพิ่มโอกาสดึงดูดการลงทุน พัฒนาบุคลากรทักษะสูง และยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นฐานการผลิตและนวัตกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง ซึ่งจะช่วยสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันและการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาว

Advertisement