การเมือง
ยอดใช้จ่าย “ไทยช่วยไทย” 7 วันแรกทะลุ 1.6 หมื่นล้าน รัฐบาลจ่อหั่นค่าไฟบ้านไม่เกิน 3 บาท เริ่ม มิ.ย. 69
สำนักข่าวบริคอินโฟ – รัฐบาลเผยความคืบหน้าโครงการ ไทยช่วยไทยพลัส สัปดาห์แรกมียอดใช้จ่ายสะพัดกว่า 1.6 หมื่นล้านบาท ช่วยกระตุ้น เศรษฐกิจฐานราก พร้อมเตรียมลดภาระค่าครองชีพด้วยมาตรการปรับลด ค่าไฟฟ้า สำหรับที่อยู่อาศัยในรอบบิลเดือนมิถุนายน 2569 ควบคู่ไปกับการตั้งคณะกรรมการทบทวนสัญญารับซื้อไฟฟ้าจากเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาโครงสร้างพลังงานของประเทศในระยะยาว
นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงภาพรวมมาตรการเศรษฐกิจของรัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ว่า โครงการ ไทยช่วยไทยพลัส ในช่วง 7 วันแรกมีความคึกคักเป็นอย่างมาก โดยมียอดใช้จ่ายสะสมทะลุ 16,829.82 ล้านบาท เมื่อเวลา 17.00 น. ที่ผ่านมา และมีประชาชนที่ใช้สิทธิครบ 1,000 บาทแล้วกว่า 300,000 ราย ซึ่งมาตรการนี้มุ่งเน้นการดูแลผู้มีรายได้น้อยและผู้ประกอบการรายย่อย ให้เม็ดเงินกระจายสู่ร้านค้ารายเล็กและตลาดชุมชน เพื่อประคองค่าครองชีพและรักษากำลังซื้อในช่วงที่ต้นทุนพลังงานปรับตัวสูงขึ้น
สำหรับมาตรการลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน รัฐบาลจะเริ่มปรับลด ค่าไฟฟ้า ในรอบบิลเดือนมิถุนายน 2569 โดยกำหนดให้การใช้ไฟฟ้า 200 หน่วยแรก มีราคาไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย สำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัย ซึ่งจะครอบคลุมประชาชนกว่า 20 ล้านครัวเรือน หรือประมาณร้อยละ 90 ของผู้ใช้ไฟฟ้าทั้งหมด เพื่อช่วยลดรายจ่ายในครัวเรือนที่สามารถสัมผัสและเห็นผลได้ทันที
นอกจากมาตรการระยะสั้นแล้ว รัฐบาลยังเร่งแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้าง เนื่องจากค่าไฟถือเป็นต้นทุนสำคัญของราคาสินค้าและธุรกิจ โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างการพิจารณาปรับอัตราค่าไฟฟ้าบ้านแบบก้าวหน้า ขณะเดียวกันได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาแก้ไขปัญหาจากการรับซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตเอกชน ซึ่งมีนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน เพื่อทบทวนต้นทุนค่าความพร้อมจ่าย ค่าพลังงานไฟฟ้า และเงื่อนไขสัญญาเดิมในอดีตว่ายังมีความเหมาะสมกับต้นทุนในปัจจุบันหรือไม่
นางสาวรัชดา กล่าวทิ้งท้ายว่า “รัฐบาลยังเดินมาตรการเศรษฐกิจอื่นควบคู่ ทั้งการเร่งลงทุน ดึงดูดการลงทุนใหม่ อำนวยความสะดวกภาคธุรกิจ และรักษาวินัยการเงินการคลัง เพราะการดูแลประชาชนต้องทำอย่างรับผิดชอบ ไม่ใช่ใช้จ่ายโดยไม่มองฐานะการคลังของประเทศ” โดยการดำเนินงานทั้งหมดมีเป้าหมายเพื่อประคองคนตัวเล็กไม่ให้ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง ลดต้นทุนชีวิตในเวลาที่จำเป็น และเดินหน้าแก้โครงสร้างเศรษฐกิจให้มีแรงส่งในระยะยาว
