Connect with us

ข่าว

AMD เผยบทบาทใหม่ CPU ในยุค Agentic AI หัวใจสำคัญของการควบคุมดาต้าเซ็นเตอร์ยุคใหม่

Published

on

AMD เผย โครงสร้างพื้นฐานเป็นกุญแจสู่ความสำเร็จของ AI ในองค์กร พร้อมแนะ 3 แนวทางสำคัญในการสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ที่พร้อมรองรับ AI

สำนักข่าวบริคอินโฟ – การก้าวเข้าสู่ยุคของ Agentic AI หรือปัญญาประดิษฐ์ที่สามารถวางแผนและตัดสินใจได้เอง กำลังผลักดันให้หน่วยประมวลผลกลางอย่าง โปรเซสเซอร์ (CPU) กลับมาทวีความสำคัญอย่างมีนัยสำคัญในระบบ AI Data Center อีกครั้ง โดยไม่ได้เป็นเพียงส่วนประกอบรองแต่ทำหน้าที่เป็น “ผู้ควบคุมและสั่งการ” หลักที่คอยบริหารจัดการการทำงานร่วมกับกราฟิกการ์ด (GPU) เพื่อให้การประมวลผลเชิงตรรกะและการเข้าถึงข้อมูลมีความซับซ้อนและแม่นยำมากยิ่งขึ้น ท่ามกลางความต้องการพลังการประมวลผลที่เพิ่มสูงขึ้นตามขั้นตอนการใช้งานจริง (Inference) ที่หลากหลาย

ในงานสัมมนา AMD Advancing AI ทางด้าน ดร. ลิซ่า ซู (Dr. Lisa Su) ประธานและซีอีโอของบริษัท เอเอ็มดี (AMD) ได้ให้คำนิยามแก่ Agentic AI ว่าเป็นเสมือนกลุ่มผู้ใช้งานรูปแบบใหม่ที่เป็นระบบซึ่งตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา เพื่อเข้าถึงแอปพลิเคชันและบริการต่าง ๆ นำมาวิเคราะห์และตัดสินใจทำงานที่ซับซ้อน แม้ว่าระบบเหล่านี้จะยังต้องพึ่งพาชิปประมวลผลกราฟิกประสิทธิภาพสูงในการวิเคราะห์ข้อมูล แต่โครงสร้างพื้นฐานโดยรอบโดยเฉพาะโปรเซสเซอร์สมรรถนะสูง กลับต้องรับบทหนักขึ้นในการประสานงาน เคลื่อนย้ายข้อมูล และดูแลการดำเนินงานรอบตัวโมเดล AI ทั้งหมด

ความแตกต่างระหว่างการฝึกสอนโมเดล (Training) และการนำไปใช้งานจริง (Inference) แสดงให้เห็นถึงบทบาทที่เปลี่ยนไปของชิปประมวลผล โดยในช่วงการฝึกสอนนั้น กราฟิกการ์ด (GPU) จะเป็นตัวหลักในการย่อยข้อมูลมหาศาล แต่เมื่อเข้าสู่ช่วงใช้งานจริง โปรเซสเซอร์ (CPU) จะเปลี่ยนบทบาทมาเป็น “ผู้จัดการที่เน้นผลลัพธ์” ซึ่งต้องใช้การคิดวิเคราะห์ที่ซับซ้อน เช่น การรวบรวมข้อมูล การกำหนดเส้นทาง และการตัดสินใจขั้นสุดท้าย ซึ่งกระบวนการของ Agentic AI มักจะต้องมีการคิดทบทวนผลลัพธ์และตีกลับปัญหาไปให้ GPU ประมวลผลซ้ำจนกว่าจะได้คำตอบที่ถูกต้องที่สุด

จากข้อมูลการทดสอบสมรรถนะ พบว่าระบบที่ใช้งานโปรเซสเซอร์ 5th Gen AMD EPYC ให้ประสิทธิภาพการทำงานต่อคอร์ (Performance per core) สูงกว่าคู่แข่งอย่าง Nvidia Grace Superchip ถึง 2.1 เท่า และเมื่อวัดผลด้านความประหยัดพลังงานผ่าน SPECpower พบว่าระบบของ AMD ให้ประสิทธิภาพต่อหน่วยพลังงานดีกว่าสูงสุดถึง 2.26 เท่า นอกจากนี้การใช้สถาปัตยกรรม x86 ยังช่วยให้องค์กรสามารถรันแอปพลิเคชันเดิมได้ทันทีทั้งบนเซิร์ฟเวอร์ส่วนตัวและคลาวด์ โดยไม่ต้องเสียเวลาเขียนโค้ดใหม่เหมือนการเปลี่ยนไปใช้สถาปัตยกรรมอื่น

Advertisement

เอเอ็มดี (AMD) ยังคงเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีชิปเล็ต (Chiplet) เพื่อปรับแต่งประสิทธิภาพให้ครอบคลุมทุกสเกลงาน ตั้งแต่ระบบ Virtualization ไปจนถึงเวิร์กโฟลว์ของ Agentic AI โดยมีการเปิดเผยแผนการพัฒนาโปรเซสเซอร์รุ่นถัดไปภายใต้รหัส “Venice” ซึ่งจะถูกนำมาใช้ในสถาปัตยกรรม AI ระดับแร็คตัวใหม่ที่ชื่อว่า “Helios” เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านประสิทธิภาพและความหนาแน่นของระบบ รองรับรอบการยกระดับเซิร์ฟเวอร์ครั้งใหญ่ทั่วโลกที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบัน