ข่าว
ไบโอเทค สวทช. รุก สปป.ลาว ถ่ายทอดเทคโนโลยีเพาะเห็ดเศรษฐกิจ ยกระดับรายได้ลุ่มน้ำโขง
สำนักข่าวบริคอินโฟ – ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ หรือ ไบโอเทค (BIOTEC) ภายใต้สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เดินหน้าขยายผลองค์ความรู้ด้านเกษตรกรรมยั่งยืนสู่แขวงสะหวันนะเขต สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ การเพาะเห็ดเศรษฐกิจ เพื่อสร้างรายได้หมุนเวียนและขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากภายใต้การสนับสนุนของ กองทุนความร่วมมือพิเศษล้านช้าง – แม่โขง (Lancang-Mekong Cooperation Special Fund) โดยมุ่งเน้นการคัดเลือกสายพันธุ์เห็ดที่เหมาะสมและการบริหารจัดการต้นทุนเพื่อลดการนำเข้าจากต่างประเทศ
กิจกรรมฝึกอบรมดังกล่าวจัดขึ้นระหว่างวันที่ 4-5 กุมภาพันธ์ 2569 โดยมีเป้าหมายในการถ่ายทอดเทคโนโลยีการเพาะเห็ดอย่างครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ครอบคลุมการคัดเลือกสายพันธุ์ การเตรียมหัวเชื้อบริสุทธิ์ ไปจนถึงการแปรรูปวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรเพื่อเพิ่มมูลค่า ซึ่งมีเกษตรกรและตัวแทนจากหน่วยงานท้องถิ่นใน สปป.ลาว (Lao PDR) เข้าร่วมกว่า 70 คน เพื่อรับคำปรึกษาเชิงลึกและการติดตามผลจากการนำองค์ความรู้ไปปรับใช้ในพื้นที่จริง
ดร.เกรียงไกร โมสาลียานนท์ ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยเทคโนโลยีชีวภาพพืชและการจัดการแบบบูรณาการ ไบโอเทค สวทช. เปิดเผยว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นการถ่ายทอดเทคโนโลยีที่ใช้งานได้จริงตามบริบทของพื้นที่ “เราเน้นการถ่ายทอดเทคโนโลยีที่ใช้งานได้จริงอย่างครบวงจร ตั้งแต่การคัดเลือกสายพันธุ์ที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ การเตรียมหัวเชื้อที่บริสุทธิ์ ไปจนถึงปลายน้ำอย่างการบริหารจัดการต้นทุนและการแปรรูปวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรเพื่อเพิ่มมูลค่า นอกจากนี้ยังใช้เป็นเวทีรับฟังความเห็นเพื่อเตรียมขยายผลในระยะที่ 2 ให้ตอบโจทย์วิถีชีวิตเกษตรกรอย่างเป็นรูปธรรม”

ทางด้าน ดร.อัมพวา ปินเรือน นักวิจัยไบโอเทคและหัวหน้าโครงการ ระบุว่า แขวงสะหวันนะเขตเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพสูงเนื่องจากมีทรัพยากรและสภาพอากาศใกล้เคียงกับประเทศไทย โดยเฉพาะกลุ่มเห็ดป่าและเห็ดเศรษฐกิจ การดำเนินงานครั้งนี้จึงเป็นมากกว่าการให้ความรู้ แต่เป็นการสร้างเครือข่ายความร่วมมือที่เหนียวแน่นระหว่างนักวิชาการและเกษตรกรในภูมิภาค ลุ่มน้ำโขง (Mekong River) ให้สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างมั่นคง
ขณะที่ คุณมะลิลัมพร ตมทะเทพ (Malilammone Tomthatep) หัวหน้าเกษตรจังหวัด แขวงสะหวันนะเขต กล่าวถึงสถานการณ์ในพื้นที่ว่า ปัจจุบันยังมีความจำเป็นต้องนำเข้าเห็ดบางชนิด เช่น เห็ดออรินจิ (King Oyster Mushroom) เห็ดเข็มทอง และเห็ดหูหนู จากประเทศเพื่อนบ้าน “การอบรมครั้งนี้มีความหมายอย่างยิ่งในการช่วยให้เกษตรกรในเมืองสองคอนและเมืองจำพอน สามารถผลิตเห็ดคุณภาพเพื่อการค้าได้เอง ซึ่งหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะมีการขยายผลโครงการนี้ไปยังเมืองอื่น ๆ ต่อไป เพื่อกระจายองค์ความรู้และสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชน”
นอกจากนี้ ภาคส่วนนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญจาก สมาคมนักวิจัยและเพาะเห็ดแห่งประเทศไทย ได้ให้คำแนะนำถึงการใช้เครื่องมืออย่าง ไฮโกรมิเตอร์ (Hygrometer) เพื่อวัดค่าอุณหภูมิและความชื้นในโรงเรือนแทนการคาดเดา ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการออกดอกของเห็ด รวมถึงเทคนิคการนึ่งก้อนเชื้อและการระบายอากาศที่ถูกต้อง โดย นายศักดิ์ชัย พลชัย จากฟาร์มสวนเห็ดตระการ จังหวัดอุบลราชธานี ระบุว่าการปรับปรุงรายละเอียดเล็กน้อยในกระบวนการผลิตจะช่วยเพิ่มผลผลิตได้ไม่น้อยกว่า 20% ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญสู่ความมั่นคงในอาชีพของเกษตรกรอย่างยั่งยืน
