ข่าว
ปราจีนบุรี-ติดตามข่าวลงพื้นที่หมู่ 10 บ้านขุนด่าน ตำบลเขาไม้แก้ว อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี
ผู้สื่อข่าว : ชัชวาลย์ ศิริปิ่น ผู้สื่อข่าวปราจีนบุรี
เรียบเรียง : กองบรรณาธิการ Brickinfo
นักข่าวได้ลงพื้นที่ติดตามข่าวอย่างต่อเนื่องเรื่องพื้นที่ทับซ้อน สปก 4-0 1 และนส. 3 ในพื้นที่ดังกล่าว ตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคมที่ผ่านมาได้มีนักข่าวลงพื้นที่ไปตรวจสอบข้อเท็จจริง ว่ามีกลุ่มนายทุนมาลักลอบตัดไม้ยูคาลิปตัสของเกษตรกรที่ปลูกไว้และมารังวัดในพื้นที่ปักเขตพื้นที่โดยอ้างว่ามีนศ 3 ครอบครองและถือสิทธิ์ เป็นเจ้าของที่ดังกล่าวในเวลาต่อมาชาวบ้านผู้ที่ถือสิทธิ์สปก 4-0 1 ซึ่งเป็นเจ้าของที่ทำกินมาโดยตลอดโดยได้มีเอกสารสิทธิ์สปกเป็นเอกสารสิทธิ์ยืนยันทางกรมราชการได้จัดสรรให้ทำกินเป็นพื้นที่ปฏิรูปที่ดินโดยถูกต้องตามกฎหมายแต่อยู่มาวันหนึ่งมีกลุ่มนายทุนได้ถือเอกสารสิทธิ์นส 3 อ้างสิทธิ์ว่าเป็นเจ้าของที่และได้มารังวัดชาวบ้านเจ้าของพื้นที่เจ้าของที่ทำกินก็ได้ร้องเรียนไปทางศูนย์ยุติธรรมได้แจ้งความไปทาง สภ.กบินทร์บุรีได้ร้องเรียนไปทางฝ่ายปกครองท้องถิ่น ต่อมามีการมาตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยท่านหัวหน้าสปกท่าน/มนตรีตรีโพธิ์นาคานาคาท่านหัวหน้าสปกของอำเภอกบินทร์บุรีได้เข้ามาชี้แจงข้อเท็จจริงและสรุปข้อเท็จจริงได้ว่าพื้นที่หมู่ 10 ตำบลเขาไม้แก้วบ้านขุนด่านพื้นที่ตรงนี้เป็นพื้นที่สปก 4-0 1 จริงและทางเจ้าของที่ได้มายืนยันด้วยเอกสารสิทธิ์เป็นที่เรียบร้อยชัดเจนและได้นำป้าย สปก.เขตปฏิรูปที่ดิน สปก.ห้ามบุกรุกมาปักไว้ ณ พื้นที่ดังกล่าวในวันที่ 15 ตุลาคม 2562 ที่ผ่านมา และหลังจากนั้นก็ได้มีกลุ่มนายทุนมารื้อถอนป้ายทำลายป้ายออกไปจากเขตพื้นที่ เช่นเดียวในเวลาตอบมาได้มีชาวบ้านที่ถือสิทธิ์ สปก. 4-01 ซึ่งเป็นเจ้าของที่ดังกล่าวได้มาแจ้งความเอาผิดกับกลุ่มนายทุนโดยเคยมีการแจ้งความไปแล้วในวันที่ 3 กันยายน 2559 แต่เรื่องก็ยังเงียบเฉยไม่มีการดำเนินใดๆ /นายจุมพลนินพรหมมา/เลยเข้าทำการไถต้นมันต้นยูคาต้นมะม่วงในพื้นที่ดังกล่าวที่กลุ่มนายทุนได้นำมาปลูกไว้ในที่ของตัวเองซึ่งเป็นที่ สปก.ที่ตัวเองทำกินมาตลอดและถือสิทธิ์เอกสาร สปก.อยู่เพื่อที่จะให้ผู้ที่มาปลูกสิ่งต่างๆไม่ว่าจะเป็นต้นมะม่วงต้นยูคาต้นมันเพื่อให้มาแสดงตัวตนว่าใครเป็นผู้มาบุกรุกมาทำกินในที่ของตัวเอง และในขณะเดียวกันที่นายจุมพลได้ใช้ไถไถสิ่งที่กลุ่มนายทุนปลูกไว้ในวันที่ 24 ตุลาคม 2562 ก็ยังไม่มีใครมาแสดงตนว่าใครเป็นคนมาปลูกมันปลูกมะม่วงและขุดสระในที่ของ/นายจุมพลนิล พรหมมา


และอีกฝั่งถนนซึ่งเป็นเขตปกครองของตำบลเขาไม้แก้วหมู่ 10 บ้านขุนด่านก็ได้มีการสร้างสำนักสงฆ์และที่พักเป็นการถาวรซึ่งที่ตรงที่สำนักสงฆ์ได้สร้างขึ้นมาก็เป็นที่ของ/นายจุมพลนินพรหมมา/ผู้ที่ครอบครองประโยชน์โดยเอกสารสิทธิ์สปก.เช่นกัน/นายจุมพลเล่าว่าไม่กล้าเข้าไปทำกินในที่ตัวเองและเคยแจ้งความขับไล่กลุ่มนายทุนแล้วก็ยังเพิกเฉยไม่มีการโยกย้ายไม่มีการหยุดการกระทำหรือสร้างสำนักสงฆ์ต่อไปจนเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาเกิดเป็นสำนักสงฆ์และที่พักของผู้ดูแลสำนักสงฆ์ไปกว่าครึ่งหรือประมาณ 60% ของการสร้างสำนักสงฆ์ไปแล้วโดยที่นายจุมพลมีเจ้าของที่ดินทำกินไม่กล้าเข้าไปทำกินในที่ตัวเองเพราะกลัวอิทธิพลของกลุ่มนายทุนจึงวอนขอหน่วยงานภาครัฐหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลและตรวจสอบให้ชัดเจนว่าพื้นที่ตรงนี้มันจริงเท็จอย่างไรและใครครอบครองและใครถือเอกสารสิทธิ์ที่แท้จริงเป็น นส 3 ก หรือเป็นที่ดิน สปก 4-0 1 กันแน่ //ขณะเดียวกันในวันที่ 24 ตุลาคม 2562 ทางหน่วยงานราชการปฏิรูปที่ดินและทนายความ/นายมนตรี โพธิ์นาคา/และทนายความ/กฤษฎา แสนสุข/ได้ออกมาชี้แจงกับนักข่าวว่า สรุปที่ดิน 50 ไร่ของ นายธีระแก้ว สมนึก ซึ่งเป็นข่าว15/10/62ที่ผ่านมา และของ/นายจุมพลนิลพรหมมา/ที่ออกมาร้องขอผ่านสื่อเป็นเขตปฏิรูปที่ดินโดยมีเอกสารสิทธิ์นส 3 ไว้ในครอบครองถูกต้องเป็นเขตปฏิรูปเป็นที่ดินที่หลวงให้กับชาวบ้านเกษตรกรได้ทำกินได้ทำการปฏิรูปแบ่งเขตให้ประชาชนหรือเกษตรกรได้ทำกินมาโดยตลอดที่ดินตรงนี้ไม่ใช่ที่ดินโฉนดหรือเป็นที่ดิน นส 3 อย่างที่กลุ่มนายทุนอ้างและมารังวัดแต่อย่างใด และได้นำป้าย บอกเขตปฏิรูปที่ดินสปก.มาปักเพื่อไม่ให้กลุ่มนายทุนเข้ามาทำกินหรือครอบครองในเขตพื้นที่สปกอีกต่อไป.
ขอขอบคุณภาพ.นส.ธนัชพร ไผ่หล้า ผู้สื่อข่าวจังหวัดปราจีนบุรี



