Connect with us

Pop Culture & Sub Culture

5 เรื่องของงาน คอสเพลย์ Sexy ที่หลายคนอาจเข้าใจผิด

Published

on

แม้จะยังไม่ถึงขั้นพูดได้เป็นปากว่าเป็น Pop Culture ได้เต็มตัว แต่คงบอกได้เลยว่า “วัฒนธรรม คอสเพลย์” อยู่ในจุดที่เป็นมากกว่า Subculture ไปแล้ว ดูได้จากการ “เติบโต” อย่างรวดเร็วของชุมชนนักคอสเพลย์ และกิจกรรมต่าง ๆ ที่รองรับกิจกรรมคอสเพลย์ เมื่อเทียบกับเมื่อ 10-20 ปีก่อน ที่ยังเป็นแค่คนกลุ่มเล็ก ๆที่มีความชอบ และมักจะเป็นเป้าสายตาของคนในสังคมบ่อย (แหม่… ก็หัวสีลูกกวาดซะขนาดนั้น) ในขณะที่ชุมชนคอสเพลย์เติบโตขึ้นในแง่ของขนาด และการยอมรับ ณ อีกด้านหนึ่ง ชุมชนคอสเพลย์ก็เติบโตขึ้นในแง่ของ “ความเป็นผู้ใหญ่” ด้วยเช่นกัน

เพราะ “เด็กคอสเพลย์” ณ ตอนนั้น ก็พากันโตเป็นผู้ใหญ่ไปกันหมดแล้ว นั่นหมายความว่ารสนิยมและความสนใจ ก็มีความเป็นผู้ใหญ่ด้วย เช่นการคอสเพลย์ที่เน้นนำเสนอความ “เซ็กซี่” และมันก็ได้รับความสนใจมากขึ้น จนเกิดเป็น “งานคอสเพลย์ 18+” เพื่อรองรับความชื่นชอบแนวเซ็กซี่อย่างจริงจัง… แต่เป็นธรรมดาที่เวลามีสิ่งใหม่ ๆ ลอยเข้ามาในระบบการรับรู้ของใครสักคน มันก็ต้องมีคนตั้งคำถาม และความเข้าใจที่ผิด ๆ ที่มาจากมุมมองคนที่ยังไม่เข้าใจ…. ในฐานะที่ผู้เขียนเป็นคนใน “วงการคอสเพลย์” The Trivial Space จะขอพามาทำความรู้จักกับ “งานคอสเพลย์ เซ็กซี่” และสิ่งที่หลาย ๆ คนควรรู้กัน


ทำความรู้จักกับการคอสเพลย์สายเซ็กซี่

ที่มาภาพ : freepik

การ คอสเพลย์แนวเซ็กซี่ (Sexy Cosplay) นั้น เป็นการคอสเพลย์ (Cosplay) อีกแขนง ที่จะเน้นการโชว์ร่างกายมากขึ้น เพื่อแสดงออกถึง “ความดึงดูทางเพศ” (Sexual Attraction) ซึ่งในต่างประเทศ การคอสเพลย์ Sexy นี้มันมีมาเนิ่นนานแล้ว เพียงแต่รู้กันแค่ในวงแคบ ๆ และเผยแพร่กันช่องทางเฉพาะเท่านั้น อีกทั้งอาจถูกวิพากษ์วิจารณ์จากสังคม เพราะกิจกรรมและวัฒนธรรมเกี่ยวกับอนิเมะเช่นการคอสเพลย์ในสายตาของสังคมนอกวงการ ยังถือว่าเป็นกิจกรรมสำหรับเด็กอยู่… โดยเฉพาะในสังคมที่เอนไปทางอนุรักษ์นิยมและเคร่งเรื่องจารีตประเพณีอย่างประเทศไทย

แต่เมื่อยุคสมัยได้เปลี่ยนไป ผู้คนในสังคมก็เริ่มเปิดกว้างกับเรื่องนี้มากขึ้น และมองว่าเป็นความชื่นชอบของแต่ละคนเป็นเรื่องปัจเจก แต่การจะเข็นแนวคิดนี้ก็จัดว่ายาก สำหรับสังคมที่แค่ใส่บิกินี่เล่นน้ำบนชายหาดก็มีดราม่าได้

Advertisement
Rosana” จากเกม NIKKE – THE GODDESS OF VICTORY อีกตัวละครจากแฟรนไชส์สมัยใหม่ ที่ออกแบบมาให้มีความ Sexy / ที่มาภาพ : https://nikke-sea.com/

อีกทั้งเทรนด์การออกแบบตัวละครในอนิเมะหรือวิดีโอเกมเอง ก็เน้นไปที่การออกแบบให้มีความเซ็กซี่มากขึ้น หรือผลงาน Fan Made ของศิลปินบางราย ก็ดัดแปลงหรือเปลี่ยนชุดของตัวละครให้ยั่วยวนมากขึ้น ทำให้ชุดคอสเพลย์ที่ทำออกมา ต้องเน้นความเซ็กซี่ตามไปด้วย

จากการที่ผู้เขียนได้พูดคุยกับนักคอสเพลย์แนวเซ็กซี่หลายราย จะเห็นได้ว่าส่วนใหญ่นั้นมาจากความชื่นชอบโดยส่วนตัวอยู่แล้ว และบางรายก็จะมีเรื่องของความมั่นใจเป็นที่ตั้ง เช่นมีความรู้สึกว่ามั่นใจ หรืออยากสร้างความมั่นใจให้ตัวเอง


ด้วยความที่การคอสเพลย์แนวเซ็กซี่ในไทยนั้น เพิ่งได้รับความสนใจและเติบโตขึ้นมาได้เพียงไม่กี่ปี ทำให้หลาย ๆ คน โดยเฉพาะคนนอกวงการ ยังคงไม่เข้าใจถึงเหตุผลที่ต้องมาแต่คอสเพลย์แนวนี้ และมีหลายคนเข้าใจว่ามันอาจจะเป็นแบบนั้นแบบนี้ก็ได้ ไม่ว่าจะเข้าใจอย่างนั้นจริง ๆ หรือเป็นแค่ความเชื่อพูดกันแบบสนุกปากในวงเหล้า

ที่มาภาพ : macrovector

อย่างที่บอกไปข้างต้น ตัวผู้เขียนเป็นช่างภาพที่อยู่ในวงการคอสเพลย์มานาน และได้ไปเยือนงานคอสเพลย์ทั้งแบบปกติ และงานแบบ 18+ เลยจะมาแชร์ 5 เรื่องที่อยากให้รู้ และหลาย ๆ คนมักเข้าใจผิด เกี่ยวกับงานคอสเพลย์สายเซ็กซี่ จากคนในวงการคอสเพลย์ตัวเป็น ๆ กัน

Advertisement

1. ไม่ใช่ใครนึกจะเข้าก็เข้าได้

ที่มาภาพ : asierromero

เวลาที่มีประเด็นการคอสเพลย์ที่ออกไปแนวเซ็กซี่ บางครั้งมันก็จะมีความเห็นประมาณว่า “ถ้าเด็ก ๆ มาเห็นเข้าจะทำยังไง?” ถ้าเป็นงานทั่ว ๆ ไปก็คงจะมีอึกอัก ๆ กันบ้าง แต่ถ้าเป็นงานแนว 18+ ที่เรากำลังพูดถึงกันอยู่ ก็ขอให้มั่นใจได้เลยว่าปลอดภัยกว่าที่คิด

นั่นเพราะงานคอสเพลย์ 18+ นั้นก็ตามชื่อ มันเป็นงานที่จัดขึ้นสำหรับคนที่โต ๆ กันแล้ว มันก็ต้องมีการเหลือสถานที่ที่มีความมิดชิด และมีระบบคัดกรองคนที่จะเข้างานแน่นอน เช่นปราการด่านแรกที่เรียกว่า “ค่าเข้างาน” เพราะงานอีเวนต์เฉพาะทางแบบนี้ ย่อมมีค่าเข้าที่มีแค่ผู้ใหญ่เท่านั้นที่จ่ายไหว แต่ถ้าบังเอิญดันเป็นเด็กบ้านรวย ก็ต้องมาติดที่ด่านตรวจบัตรประชาชนอยู่ดี

แล้วถ้ากังวลว่าจะเจอพวกชอบก่อปัญหาแบบที่เจอในงานคอสเพลย์ปกติ อย่างพวกมนุษย์เบียวหรือชาวมือปลาหมึก แม้จะผ่านเข้างานไปได้ ยังไงก็จะได้เจอกับทีมการ์ดมืออาชีพ (ที่มีพื้นฐานเป็นตำรวจ-ทหาร) หิ้วออกจากงานไปแน่นอน ซึ่งงานคอสเพลย์หลายเจ้าเลือกใช้พี่การ์ดอาชีพเหล่านี้มาดูแลความเรียบร้อยในงานกันแล้วด้วย

2. ไม่ใช่แค่อีเวนต์ แต่เป็นเซฟโซน

ที่มาภาพ : halayalex

เวลาพูดถึงงานแนวเซ็กซี่ ๆ เช่นงานคอสเพลย์แนว 18+ หลายคนอาจจะติดภาพงานที่มีนักคอสเพลย์สาวในชุดน้อยชิ้น และเต็มไปด้วยเหล่าชายฉกรรจ์ที่กระเหี้ยนกระหือรือ ยกกล้องที่อยู่ในมือเพื่อถ่ายภาพเรือนร่างของนักคอสเพลย์เหล่านั้น… คือมันก็ไม่ขนาดนั้นหรอก!

Advertisement

ถ้าว่ากันตามแนวคิดพื้นฐานของงานคอสเพลย์แนว 18+ แล้ว มันคือพื้นที่และช่องทางการในการแสดงออกและนำเสนอผลงานแนวเซ็กซี่ ซึ่งมันก็ครอบคลุมทุกเพศ ไม่ว่าจะชาย, หญิง หรือ LGBT+ เท่ากับว่าไม่ว่าจะเพศไหนที่มีความชื่นชอบและสนใจในงานแนวนี้ นี่เป็นพื้นที่ที่ตอบโจทย์ที่สุดสำหรับทุกคนที่มีความสนใจเดียวกัน

และที่สำคัญ งานคอสเพลย์แนว 18+ นั้นถือได้ว่าเป็น “พื้นที่ปลอดภัย” ของผู้ที่มีความสนใจแนวนี้ โดยเฉพาะกับเหล่าสาว ๆ และ LGBT+ เพราะภายในงานเหล่านี้ นักคอสเพลย์ทุกคนสามารถแต่งคอสเพลย์ให้เซ็กซี่แบบที่งานข้างนอกทำไม่ได้, พบปะคนที่มีความสนใจแบบเดียวกัน, แสดงความชื่นชอบของตัวเองโดยที่ไม่มีใครมาคอยตัดสิน

นอกจากนี้คนเดินงานเองก็ไม่ได้มีแค่ชายฉกรรจ์เท่านั้น สาว ๆ และ LGBT+ เองก็เข้ามาในฐานะคนเดินงานเพื่อพบปะและจับจ่ายสินค้าจากนักคอสเพลย์ที่ตนชื่นชอบด้วยเหมือนกัน และอย่างที่ผมเคยบอกไปข้างต้น “รสนิยมเป็นเรื่องปัจเจก” ดังนั้นก็ไม่แปลกที่จะมีสาว ๆ เข้ามาเพื่อเสพงานสายเซ็กซี่เหมือนกัน

3. ดูแต่ตา มืออย่าต้อง

ที่มาภาพ : Bro! Not Cool | Know Your Meme

อันนี้ก็เช่นเดียวกับงานคอสเพลย์ปกติ ทุกสิ่งทุกอย่างในงานคอสเพลย์ จะอยู่บนพื้นฐาน “Cosplay is Not Consent” ไม่ว่าคุณจะทำอะไร ทุกอย่างต้องเกิดจากความ “ยินยอม” เท่านั้น ไม่เว้นแม้แต่งานคอสเพลย์ 18+ ที่ถึงนักคอสเพลย์ในงานจะแต่งตัวกันได้ล่อไอ้เข้ขนาดไหน แต่ก็ไม่ได้ความว่าเราจะไปจับไปทัชยังไงก็ได้ แม้แต่การถ่ายรูปที่ไม่ได้เข้าไปแตะต้องโดยตรง เราก็ต้องขอความยินยอมจากตัวนักคอสเพลย์เหมือนกัน

Advertisement

แต่ถ้ายังมีคนคิดว่า “ก็แต่งมาขนาดนี้เขาคงต้องการให้จับให้ทัชอยู่แล้ว!” อยู่ล่ะก็…. กรุณาหันมองหน้าพี่การ์ดที่งานจ้างมา แล้วพิจารณากันเองว่าอยากจะ Keep in Touch กับพี่เขา หรือเพลา ๆ ความกระหายไว้แค่นี้

4. มันไม่ได้แรงขนาดนั้น!

ที่มาภาพ : freepik

ช่วงที่ผ่านมาก็น่าจะมีคนได้เห็นภาพการ “เซอร์วิส” ของนักคอสเพลย์ที่มาออกบูธในงานคอสเพลย์ 18+ ไปแล้ว และต้องมีคนคิดกันไปแล้วว่า มันมี “เซอร์วิสอื่น” นอกเหนือจากที่เห็นรึเปล่า เพราะเซอร์วิสหลาย ๆ อย่าง เมื่อมองจากสายตาคนนอกหลายคนก็ถือว่า “แรง” มาก แต่ถ้าถามว่าพวกเซอร์วิสในงานมีถึงเนื้อถึงตัวกว่านี้มั้ย?

คำตอบคือ “มีแค่เท่าที่เห็นนั่นแหละ!” เพราะงานคอสเพลย์แบบ 18+ แต่รูปแบบงานก็ไม่ได้ต่างจากงานคอสเพลย์ทั่วไปขนาดนั้น เพียงแค่คอนเทนต์ในงานจะเน้นไปในแนวที่เจาะกลุ่มผู้ใหญ่มากกว่า ซึ่งการแต่งคอสเพลย์เซ็กซี่ในงานก็ไม่ได้เน้นแค่ให้ดูโป๊ยั่วกามาเท่านั้น เพราะผลงานหลาย ๆ ชิ้น จากนักคอสเพลย์หลายคน ก็มาในแนวขายความสวยงามทางศิลปะมากกว่าความยั่วยวนด้วย

ส่วนที่ว่าเซอร์วิสและผลงานจากนักคอสเพลย์ที่ฮาร์ดคอร์กว่านี้จนข้ามเส้นกฎหมายจะมีรึเปล่า? ถ้าในงานเท่าที่สำรวจบอกเลยว่า “ไม่มี” เพราะแม่งานพ่องานเองก็รู้กฎหมายดีว่าโดนสอยแน่ ๆ ถ้าปล่อยให้มีถึงขั้นนั้น ก็เลยมีการขีดเส้นเอาไว้ในกติกาของงาน ส่วนนักคอสเพลย์เองก็รู้ว่าต่อให้งานไม่ห้าม มันก็เปลืองตัวอยู่ดี ก็เอาแค่อยู่ในโซนปลอดภัยดีกว่า… ส่วนนอกงาน หรือหลังงานจบแล้วจะไปทำอะไร ก็เป็นความรับผิดชอบของใครของมันแล้ว เพราะไม่ได้อยู่ในพื้นที่หรือการดูแลของทางผู้จัดงาน

Advertisement

หรือแม้แต่การแต่งตัว ที่ถึงเห็นว่าจะแหวกจะเปิดขนาดไหน แต่จริง ๆ เซฟเอาไว้หมดแล้ว เพราะในวงการคอสเพลย์เองก็มีเทคนิคในการเซฟ 4 จุดสำคัญของร่างกายแบบเนียน ๆ อยู่ด้วย ตามที่ตัวงานก็ขีดเส้นเรื่องการแต่งตัวไว้อย่างชัดเจน

5. “นักคอสเพลย์” ก็คนเหมือนกัน

ที่มาภาพ : freepik

หนึ่งในประเด็นยอดนิยมในวงการคอสเพลย์ ที่ต่อให้ไม่ได้เป็นสายเซ็กซี่ก็มักเจอกัน คือการถูกมองว่าเป็น “สิ่งสิ่งหนึ่ง” หรือเป็นแค่ “ตัวละคร” ที่นึกจะพูดอะไรยังไงก็ได้ เพียงเพราะรู้สึกว่าแปลกแยกจากขนบเดิมที่สังคมคุ้นชิน

ถ้าว่ากันตามเหตุและผล “นักคอสเพลย์” ก็คือ “มนุษย์” ที่เจ็บปวดได้และร้องไห้เป็น และไม่มีใครชอบใจแน่ ๆ ถ้ามีใครมาพูดอะไรแย่ ๆ ใส่ โดยเฉพาะวาทกรรมบั่นทอนคุณค่าต่าง ๆ ที่พูดออกมาเพราะคิดว่าเป็นเรื่องสนุก หรือเพื่อสร้างคุณค่าให้ตัวเองด้วยการทำให้คนอื่นดูด้อยกว่า เพราะเหตุนี้นี่เอง เราควรเข้าใจว่าไม่ว่าจะเป็นใคร หรือมีงานอดิเรกเป็นอะไร พวกเขาก็เป็นมนุษย์ที่มีจิตใจเหมือนกัน และไม่ควรจะต้องมาถูกใครพูดด้อยค่าเพียงเพราะแต่งตัวน้อยชิ้น


ถึงแนวทางและการแสดงออกที่เกิดขึ้นในงานคอสเพลย์ 18+ จะก่อให้เกิดคำถามมากมายในสายตาของบุคคลทั้งในและนอกวงการคอสเพลย์อย่างไร แต่สิ่งที่ผู้เขียนกล้าบอกได้ก็คือ… “มันเป็นพื้นที่สำหรับการแสดงออก” ของคนที่มีความชื่นชอบในแนวทางนั้น ๆ เหมือนกับงานคอสเพลย์ทั่วไป ต่างกันแค่ธีมและกลุ่มเป้าหมายของงาน

Advertisement

แม้ความเห็นของคนในสังคมส่วนใหญ่จะมองงานคอสเพลย์รูปแบบนี้อย่างไร ผ่านเลนส์ความคิดแบบไหน ถ้าเรายืนบนพื้นฐานที่ว่าด้วยเสรีภาพในการแสดงออกโดยที่ไม่ขัดต่อกฎหมาย สุดท้ายมันก็ยังเป็นเรื่องของความชื่นชอบที่แตกต่างกันอยู่ดี


ติดตามบทความและ Content ต่าง ๆ เกี่ยวกับ Pop Culture ได้ที่ https://www.facebook.com/GrizzlyTrivialSpace