Connect with us

ข่าว

สึกสายเลือดพี่พกปืนขู่พี่กับน้องหลังแพ้เลือกตั้งผู้ใหญ่บ้าน

Published

on

ผู้สื่อข่าว : อำพล เทียนงาม ผู้สื่อข่าวนครนายก

ศึกชิงผู้ใหญ่บ้านหมู่ 11 ตำบลสาริกา อำเภอเมืองนครนายก ระหว่างลูกอดีตผู้ใหญ่บ้านกับน้องชายอดีตผู้ใหญ่บ้าน หลังลูกอดีตผู้ใหญ่บ้านแพ้การเลือกตั้ง พ่อคว้าปืนเหน็บเอวบุกบ้านน้องชายที่ชนะการเลือกตั้ง ก่อนตะโกนถาม “มึงสะใจแล้วยัง มึงสะใจแล้วยัง มึงสะใจไหม ” ด้านน้องชายที่ชนะการเลือกตั้งคุมอารมณ์ไม่โต้ตอบหวั่นมีดวลปืน จากนั้นได้เดินทางไปแจ้งความที่สภ.เมืองนครนายก พร้อมหลังฐานภาพจากกล้องวงจรปิด

เมื่อคืนวันที่ 26 ก.ค. ที่ผ่านมาเวลา 22.03 น. นายประนอม บุตรแสง อายุ 57 ปี และ จ.ส.อ.ประเสริฐ บุตรแสง อายุ 69 ปี สองพี่น้องเดินทางมาที่สภ.เมืองนครนายก เพื่อเข้าแจ้งความกับ พ.ต.ท.นันทกร คำพร พนักงานสอบสวนภ.เมืองนครนายก ว่าเมื่อเวลา 22.57 น.ที่ผ่านมา นายชำนาญ บุตรแสง อดีตผู้ใหญ่บ้าน ที่เป็นน้องชายจ.ส.อ.ประเสริฐ และเป็นพี่ชายนายประนอม ได้ขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้า PCX สีดำ ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน
โดยทางจ.ส.อ.ประเสริฐ บุตรแสง ได้แจ้งความว่า นายชำนาญขี่รถจักรยานยนต์มาหาตอนนั้นอยู่ที่ร้านโชว์ห่วยข้างบ้านนายประนอม ได้พูดข่มขู่ว่า “ถ้ามึงออกมาก้าวเดียว กูจะยิงให้ตายเลย ” พร้อมดึงเสื้อขึ้นทำให้จ.ส.อ.ประเสริฐเห็นวัตถุคล้ายอาวุธปืนแบบแม็กกาซีนเหน็บอยู่ที่เอวด้านหน้า แล้วหลังจากนั้นได้ขี่รถจักรยานยนต์ไปยังบ้านนายประนอม ทำให้ตนเกิดความกลัว เกรงว่าจะไม่ปลอดภัยในชีวิต โดยเหตุเกิดขึ้นที่ร้านขายของโชว์ห่วงข้างบ้านนายประนอม
ส่วนนายประนอม บุตรแสง ได้แจ้งความว่า นายชำนาญได้ขี่รถจักรยานยนต์มาบริเวณบ้าน แล้วมาพูดจาโวยวายใส่ญาติๆของนายประนอม พร้อมทั้งดึงเสื้อขึ้นทำให้นายประนอมเห็นวัตถุคล้ายอาวุธปืนแบบเม็กกาซีนเหน็บอยู่ที่เอวด้านหน้า จึงทำให้เกิดความกลัวและไม่ปลอดภัย โดยมีน.ส.พรรณประภา บุตรแสง เป็นญาติพี่น้องกับตน ที่อยู่ในเหตุการณ์ ได้แจ้งเพิ่มเติมว่า นายชำนาญได้มาชี้หน้าพร้อมดึงเสื้อขึ้นทำให้เห็นวัตถุคล้ายอาวุธปืนแบบเม็กกาซีนเหน็บอยู่ที่เอวด้านหน้า และพูดว่า “พวกมึงสะใจกันมากใช่ไหม เดี๋ยวได้ออกข่าวหน้าหนึ่งแน่” จึงทำให้น.ส.พรรณประภา เกิดความกลัวและไม่ปลอดภัย สถานที่เกิดเหตุอยู่ที่บ้านนายชำนาญ เลขที่ 44 หมู่ 11 ตำบลสาริกา อำเภอเมืองนครนายก
โดยทั้งสองเหตุการณ์เป็นเหตุการณ์ต่อเนื่องกัน

น.ส.พรรณประภา บุตรแสง อายุ 33 ปี หลานสาวนายชำนาญและนายประนอม ซ฿งมีศักดิ์เป็นอา( น้องชายพ่อ ) ( ผู้หญิงเสื้อสีแดงในคลิปภาพกล้องวงจรปิด ) บอกว่า เมื่อวานได้มีการเลือกตั้งหมู่ใหญ่บ้านหมู่ 11 ตำบลสาริกา อำเภอเมืองนครนายก ในครั้งนี้อาชำนาญ อดีตผู้ใหญ่บ้านคนก่อนได้ส่งลูกลงสมัคร และอาประนอมได้ลงสมัครเอง จนกระทั้งมีการเลือกตั้งเสร็จ นายประประนอมก็ได้กลับมานั่งกินข้าวพูดคุยกับที่บ้านเนื่องจากรู้ผลการเลือกตั้งแล้ว ตอนนั้นก็มีลูกหลานตัวเล็กนั่งร่วมวงอยู่ด้วยในลานใต้ถุนบ้าน จนกระทั้งเวลาประมาณ 2 ทุ่มกว่า นายชำนาญ อดีตผู้ใหญ่บ้านท ได้เดินเข้ามาที่บ้านของนายประนอม ตอนนั้นตนเห็นอาวุธปืนที่นายชำนาญเหน็บเอวข้างหน้า เดินเข้ามากระชั้นชิดตรงที่พวกตนนั่งกันอยู่ และพูดว่า “มึงสะใจแล้วยัง มึงสะใจแล้วยัง มึงสะใจไหม ” ตนจึงถามกลับไปว่า “สะใจเรื่องไรอา สะใจเรื่องอะไร ” นายชำนาญได้ตอบกลับมาว่า “กูถามว่ามึงสะใจไหม” ตอนนั้นตนเห็นปืนที่นายชำนาญพกเหน็บเอว ตอนนั้นภรรยาของนายชำนาญได้ขี่รถตามเข้ามาและถามหากระติกน้ำ ตนตอนนั้นตนเห็นท่าไม่ดีแล้วเลยตอบบอกภรรยาของนายชำนาญว่า “กระติกอยู่ร้านน้าเหน่ง” ตอนนั้นตนกลัวว่าจะเกิดเหตุการณ์รุนแรงเพราะตรงนั้นมีเด็กเล็กอยู่ด้วย จากนั้นตนก็ได้ถามนายชำชาญไปว่า “ อาเรื่องอะไร ” นายชำนาญได้ตอบกลับมาว่า “มึงได้ออกข่าวหน้าหนึ่งแน่” ตนตอบกลับ “เรื่องอะไรหละอา” ตอนนั้นด้วยความที่ตนไม่รู้ว่าเป็นเรื่องอะไรว่าทำไมต้องออกข่าวหนึ่ง ทำให้ตนคิดว่าที่บอกว่าออกข่าวหน้าหนึ่งคืออาจจะเป็นการทำร้ายตนก็ได้ จากนั้นนายชำนาญได้ขับรถออกไป ตอนนั้นพ่อตนที่ไปร้านค้าที่อยู่ข้างๆได้เกินกลับเข้ามา และบอกตนว่าให้ไปแจ้งความ เนื่องจากนายชำนาญได้มาหาพ่อเพื่อที่จะมายิง ตนจึงได้ถามว่าเกิดอะไรขึ้น พ่อได้บอกกันตนว่า มัน(นายชำนาญ)ขับมาแล้วเห็นพ่อแล้ววนรถกลับ และถามพ่อว่า “มึงสะใจไหม มึงสะใจไหม” ตอนนั้นพ่อเห็นปืนที่นายชำนาญเหน็บเอวมา พ่อได้บอกกลับไปว่า “นาญมึงเป็นไร กูพี่มึงนะ ” ตอนนั้นพ่อจะเดินไปหานายชำชาญ แต่นายชำนาญ ได้จับปืนและพูดว่า “พี่อย่าเข้ามา พี่เข้ามาก้าวเดียว กูยิงมึงตาย” ตอนนั้นที่ร้านร้านมีคนอยู่อีก 3 คน คนแรกเห็นว่าอาจจมีปัญหาจึงเดินเข้าบ้าน ส่วนอีกคนที่อยู่ตรงนั้นก็ได้เดินทางมาแจ้งความเป็นพยานให้เมื่อคืน โดยพ่อตนได้เล่าว่าเหตุการณ์ได้เกิดขึ้นกับพ่อก่อน โดยพ่อได้ไหว้ถึง3 ครั้ง ว่า “กูขอเถอะนะ กูพี่มึงนะ” ก่อนที่นายชำนาญจะมาหาตนที่บ้านนายประนอม ซึ่งเป็นเหตุการณ์ต่อเนื่องกัน

ส่วนสาเหตุน่าจะมาจากเรื่องการเลือกตั้งผู้ใหญ่บ้านครั้งนี้ เนื่องจากลูกของนายชำนาญได้ลงสมัครผู้ใหญ่บ้าน พร้อมกับ นายประนอมที่เป็นน้องชายของนายชำนาญ ตนเห็นว่านายประนอมถ้าได้รับเลือกก็จะเป็นอยู่ประมาณ 2 ปีกว่า จึงได้ช่วยฝั่งนายประนอมให้เป็นก่อน ส่วนลูกของนายชำนาญค่อยเป็นทีหลังเพราะอายุยังน้อยยังเป็นได้อีกหลายปี ความคิดตนก็มีแค่นี้ แต่ตนไม่รู้ว่าทำไมนายชำนาญถึงได้โกธรเคืองอะไรถึงขนาดนี้ ที่พกปืนบุกมาแบบนี้

Advertisement

หลังจากที่เกิดเรื่องพวกตนได้เดินทางมาเพื่อที่จะมาแจ้งความที่สภ.เมืองนครนายกเพื่อเป็นหลักฐาน ตอนรถกระบะที่ขับออกมามีคนนั่งเต็ม ตนจึงได้ให้ลูกที่อายุ10 ขวบ กับ 15 ขวบรออยู่ที่บ้านโดยล๊อคประตูไว้ โดยแฟนตนได้มาส่งตนถึงที่สภ.เมืองนครนายก ตนก็ได้ให้แฟนขับรถกลับไปรับลูกที่บ้านเพราะกลัวว่าลูกอาจจะถูกทำร้าย ตอนนั้นเมื่อลูกได้เข้ามาที่รถ จังหวะเดียวที่นายชำนาญขับรถออกมาพอดี และได้ขี่รถจักรยานยนต์รถตามรถแฟนตนที่มีลูกทั้งสองคนนั่งอยู่ในนั้นด้วย แฟนตนจึงได้ขับรถมาถึงสี่แยกไปแดงประชาเกษม โดยตัดสอนใจฝ่าไฟแดงแต่นายชำนาญที่ขี่รถจักรยานยนต์ตามก็ฝ่าไปแดงด้วยเช่นกัน ตามมาจึงเกือบถึงวัดหลวงพ่อปากแดง ( นับจากบ้านที่เกิดเหตุ จนถึงวัดหลวงพ่อปากแดงระยะทาง ประมาณ 4-5 กิโลเมตร ) ตอนนั้นแฟนตนได้ใช้ความเร็วและขับพาลูก2 คนที่อยู่ในรถหนีไปถึงตำบลหนองชะอม จังหวัดปราจีนบุรี แต่ถ้าสามารถเปิดกล้องวงจรปิดที่สี่แยกประชาเกษมมาได้ ตนมั่นใจว่าเห็นนายชำนาญขี่รถจักรยานยนต์ตามรถกระบะแฟนตนที่มารับลูกแน่นอน

ซึ่งเมื่อวานหลังเกิดเหตุตนได้เดินทางมาแจ้งความที่สภ.เมืองนครนายกแล้ว ส่วนวันนี้ที่มาอีกครั้งนายประนอมอาตนทีได้รับเลือกตั้งเป็นผู้ใหญ่บ้านในครั้งนี้เดินทางมาแจ้งความเพิ่มเติม กรณีบุกรุกเข้ามาในบ้าน เพราะหลังจากนี้ตนไม่รู้ว่าชีวิตตนจะเป็นยังไงต่อไป

เมื่อนั่งข่าวถามว่าพฤติกรรมแบบนี้เรียกเป็นผู้มีอิทธิพลไหม น.ส.พรรณประภา ได้บอกว่าแบบนี้ตนไม่รู้ว่าเรียกว่าเป็นเป็นผู้มีอิทธิพลไหม แต่บ้านเมืองนั้นมีขื่อมีแปร อยู่ดีดีใครจะพกปืนออกมาอย่างนี้ แต่ที่ตนมาแจ้งความในครั้งนี้เพราะตนรู้สึกกลัว และไม่รู้ว่าเค้าจะมีอิทธิพลอะไรขนาดไหนแต่เมื่อคืนไม่ได้นอนที่บ้านเพราะเกิดความกลัว เพราะมีคนเห็นว่านายชำนาญยังไปดักรออยู่ที่สี่แยกประชาเกษมช่วงที่ตนออกมาแจ้งความ โดยตั้งแต่เกิดเหตุตนยังไม่ได้พูดคุยกับนายชำนาญที่มีศักดิ์เป็นอาตนเลยอีกทั้งนายชำนาญก็ไม่ได้มีการติดต่อกลับมาหาตน

ส่วนเรื่องผลการเลือกตั้งลูกของนายชำนาญได้คะแนนเสียง 221 เสียง ส่วนของนายประนอมได้คะแนนเสียง 286 เสียง ส่วนผู้สมัครอีกคนได้คะแนน 39 เสียง ที่ผ่านมาก่อนการเลือกตั้งจนกระทั้งระหว่างการหาเสียงจนเลือกตั้งเสร็จก็ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับ เรียกว่าเดินคนละทางและไม่ได้พูดคุยกันอยู่แล้ว ส่วนตัวตนเองก็ไม่ได้ไปบ้านของนายชำนาญมานานหลายเดือนแล้ว

Advertisement

ตอนนี้ตนรู้สึกหลาดกลัว และคดีนี้ตนรู้สึกว่าเป็นคดีอุกอาจมาก ซึ่งพ่อตนเป็นพี่ชายของนายชาญแท้ๆ ถึงขนดายกมือขึ้นหัวและพูดว่า “นาญกูขอมึงเถอะ กูพี่มึงนะ ” ซึ่งพ่อตนอายุ 70 แล้ว โดยเรื่องนี้มันเรื่องพี่น้อง แต่การเลือกตั้งมันจบลงแล้ว นั่งก็คนละบ้าน อีกทั้งไม่มีใครตามนายชำนาญออกมาห้าม ลูกตนนั่งอยู่ในรถตอนโดนนายชำนาญขี่รถไล่ตาม เด็กน้อยนั่งกินข้าวตอนที่นายชำนาญบุกมาที่บ้านโดยพกอาวุธปืนมาด้วย

นายประนอม บุตรแสง อายุ 57 ปี ว่าที่ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 11 ที่ได้รับเลือกคนล่าสุด บอกว่า หลังจากตนลงสมัครผู้ใหญ่บ้าน และได้รับคัดเลือกมาเป็นผู้ใหญ่บ้านหมู่ 11 ตำบลสาริกา อำเภอเมืองนครนายกเมื่อวานนี้ โดยเหตุการณ์ได้เกินขึ้นเมื่อคืนวาน ตอนนั้นตนได้นั่งกินข้าวกับลูกหลานในบ้าน จากนั้นนายชำนาญ บุตรแสง( พี่ชาย )ได้เข้ามาที่บ้านตนพร้อมอาวุธปืน โดยได้พูดกับพวกตนว่า “พวงมึงสะใจกันนักใช่ไหม พวงมึงสะใจกันนักใช่ไหม” จากนั้นหลานชื่อนุ่น ได้พูดกับนายชำนาญว่า “อาเป็นอะไร สะใจอะไร สะใจอะไรที่ไหน ” จากนั้นนายชำนาญก็ได้พูดต่อ “สะใจกันนักใช่ไหม” และแสดงท่าทีว่าจะควักปืนที่ติดตัวออกมา ซึ่งคนที่อยู่ในเหตุการณ์ก็เป็นลูกหลานก็เกิดความตกใจ ตอนนั้นตนไม่สามารถพูดอะไรได้ เพราะถ้าหากพูดอะไรออกไปอาจจะ เกิดเหตุการณ์สะหนั่นกันเกิดขึ้นตรงนั้น เพราะว่าอาวุธปืนที่นายชำนาญพกมา ตนทราบว่าตอนที่ตนดำรงตำแหน่งผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านนายชำนาญได้ซื้อปืนมาจากสวัสดิการของอำเภอ 15 นัด เป็นปืนแมกกาซีน เหตุการณ์ในตอนนั้นทุกคนรู้สึกตกใจ เพราะเป็นพฤติกรรมที่อุกอาจมาก เป็นสิ่งที่น่ากลัว จากนั้นตนได้เดินทางมาที่สภ.เมืองนครนายกเพื่อมาแจ้งความเสร็จ ก็ได้ขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไปส่งที่บ้าน และมีคนฃโทรมาบอกตนว่านายชำนาญยังขับรถวนอยู่แถวบ้านตน และมาดักทางแยกก่อนเข้ามาที่บ้านตน

ซึ่งสาเหตุในครั้งนี้มาจากการ ลงแข่งขันเลือกผู้ใหญ่บ้านและนายชำนาญได้ส่งลูกสาวตัวเองลงเลือกตั้งแต่เกิดแพ้เลือกตั้ง โดยตนไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น โดยปกติตนก็ไม่ได้ไปยุ่งอะไรกับบ้านของนายชำนาญอยู่แล้ว ส่วนการลงสมัครเลือกตั้งผู้ใหญ่บ้านมันก็คือเกม ในเมื่อจบแล้วก็น่าจะจบ ไม่น่าจะมาทำอะไรแบบนี้ เด็กเล็ก และลูกหลานคนอื่นที่อยู่ในเหตุการณ์ก็เกิดความตกใจ

โดยนายชำนาญ นั้นเป็นพี่ชายแท้ๆของตน แต่เมื่อมีการเลือกตั้งและได้ลงสมัครเลือกตั้งผู้ใหญ่บ้าน ความเป็นพี่น้องก็ได้แปลเปลี่ยนไปไม่เหมือนเดิม ที่ผ่านมาตนได้เคยเข้าแจ้งความลงบันทึกประจำวันเมื่อเดือนมีนาคม ปี 2564 มาแล้ว 1 ครั้งที่สภ.เมืองนครนายก เนื่องจากตอนนี้นายชำนาญพี่ชายได้แสดงพฤติกรรมอาฆาตรมาตราร้ายตน ส่วนตอนนี้เรื่องความปลอดภัยตนก็ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับตนอีก จึงอยากให้เจ้าหน้าที่ช่วยดูแลเรื่องนี้เป็นพิเศษด้วย

Advertisement

โดยผู้ที่อยู่ข่าวทั้งหมดเป็นเครือญาติกัน โดย และ จ.ส.อ.ประเสริฐ บุตรแสง อายุ 69 ปี นายชำนาญ บุตรแดง นายประนอม บุตรแสง อายุ 57 ปี ทั้งสามคนนี้เป็นพี่น้องแท้กัน ส่วนน.ส.พรรณประภา บุตรแสง เป็นลูกสาวของจ.ส.อ.ประเสริฐ บุตรแสงที่ผ่านมานายชำนาญได้ดำรงตำแหน่งผู้ใหญ่บ้านหมู่ 11 ตำบลสาริกา และนายประนอมนั้นเคยเป็นอดีตผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านสมัยนายชำนาญดำรงตำแหน่ง ก่อนที่ทั้งสองคนนี้จะมีเรื่องทะเลาะกันจนแตกหักจากปัญหาส่วนตัวได้ประมาณ 1ปี จนกระทั้งนายชำนาญ หมดวาระผู้ใหญ่บ้าน จึงได้ส่งลูกตัวเองลงสมัครผู้ใหญ่บ้าน ขณะที่นายประนอมก็ได้ลงสมัครด้วยเช่นกัน สุดท้ายแล้วผลการเลือกตั้ง นายประนอมได้ชนะการเลือกตั้งเป็นผู้ใหญ่บ้านหมู่ 111 ต่อจากนายชำนาญ จนกระทั้งกลายเป็นเรื่องอย่างที่ปรากฏ

Continue Reading
Advertisement