ข่าว
ผู้ขับขี่รถสาธารณะ เข้าคิวตามนัด ฉีดวัคโควิด-19 ที่ สถานีกลางบางซื่อ วันแรก ย้ำยังไม่เปิด Walk in
บรรยากาศการเปิดให้บริการศูนย์ฉีดวัคซีนโควิด-19 นอกโรงพยาบาล ณ สถานีกลางบางซื่อ วันแรก(24 พ.ค. 64)เป็นไปด้วยความคึกคัก มีผู้ให้บริการด่านหน้าในระบบขนส่งสาธารณะ และบุคลากรของกระทรวงคมนาคมที่ได้ทำการลงทะเบียนนัดหมายไว้ก่อนหน้านี้ เข้ารับการฉีดวัคซีนโควิด-19 อย่างต่อเนื่อง
โดยจุดฉีดวัคซีน ที่ สถานีกลางบางซื่อ เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 09.00-20.00 น. รองรับการฉีดวัคซีนได้ 900 คนต่อชั่วโมง หรือเป้าหมายสูงสุดประมาณ 1 หมื่นคนต่อวัน

อย่างไรก็ตาม นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม ในฐานะประธานอำนวยการบริหารจัดการแก้ไขสถานการณ์โควิดในระบบขนส่งมวลชน กล่าวว่า “ศูนย์ฉีดวัคซีนที่สถานีกลางบางซื่อได้เปิดให้บริการเป็นวันแรก โดยเปิดให้บริการเฉพาะกลุ่มองค์กรผู้ให้บริการระบบขนส่งมวลชน และผู้ที่ได้รับการยืนยันผ่านทางข้อความโทรศัพท์มือถือเท่านั้น”
“แต่ในช่วงเช้า ที่ผ่านมา มีประชาชนเข้ามาเพื่อลงทะเบียนฉีดวัคซีน ณ จุดบริการ (Walk in) เป็นจำนวนมาก ซึ่งขอชี้แจงว่าตามนโยบายของศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ยังไม่ได้เปิดให้ประชาชน Walk in เข้ามายังสถานีกลางบางซื่อ“นายสรพงศ์ กล่าว

ขณะที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้ มาตรวจเยี่ยมการทดลองระบบ ฉีดวัคซีนโควิด 19 ในส่วนที่กระทรวงสาธารณสุขร่วมมือกับกระทรวงคมนาคม จัดบริการสำหรับกลุ่มบุคลากรขนส่งสาธารณะ ซึ่งถือว่าเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง เพื่อให้เกิดความปลอดภัยทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสาร จากการทดลองระบบก่อนเปิดให้บริการอย่างเต็มรูปแบบในวันที่ 7 มิถุนายน 2564 ภาพรวมถือว่าเป็นที่น่าพอใจ พร้อมให้บริการได้อย่างรวดเร็วในวันจริง
โดยในระยะแรกได้เปิดให้บริการแก่บุคลากรด้านขนส่งสาธารณะ เช่น แท็กซี่ รถเมล์ เรือโดยสาร รถทัวร์ มอเตอร์ไซค์รับจ้าง รวมถึงกลุ่มผู้ให้บริการส่งอาหาร และองค์กรใหญ่ๆ ส่วนราชการที่มีบุคลากรในสังกัดจำนวนมาก เพื่อแบ่งเบาภาระของสถานพยาบาลที่จะต้องให้บริการประชาชนทั่วไปไม่ให้เกิด ความแออัด ส่วนในระยะต่อไป จะเปิดระบบ Onsite Registration ตามนโยบายที่ต้องการให้ทุกคนเข้าถึงบริการวัคซีน ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว
นายอนุทินกล่าวต่อว่า ในครึ่งวันเช้าวันนี้มีผู้ที่เข้ารับบริการฉีดวัคซีนแล้วกว่า 1,000 คน พบผู้ที่มีอาการหลังฉีดวัคซีนที่เกิดขึ้นได้ซึ่งเป็นเรื่องปกติเพียง 8 คน ส่วนใหญ่มีอาการเวียนศีรษะ และ 1 ราย มีผื่นขึ้น ไม่มีอาการรุนแรงแต่อย่างใด และในช่วงบ่ายวันนี้ มีผู้ที่ลงทะเบียนเข้ารับการฉีดวัคซีนอีกจำนวน 3,900 คน และจะปรับจำนวนผู้เข้ารับบริการเพิ่มขึ้นในวันต่อไป
“ขอขอบคุณทุกคนที่พร้อมใจเข้ามาฉีดวัคซีน ขอให้ประชาชนมั่นใจว่าวัคซีนที่กระทรวงสาธารณสุขจัดหามาให้เป็นวัคซีนที่ดี เหมาะสม มีประสิทธิภาพและความปลอดภัย มีวัคซีนเพียงพอสำหรับทุกคน” นายอนุทินกล่าว
ส่วนขั้นตอนการฉีดวัคซีนของ กระทรวงคมนาคม แบ่งเป็น
- ระยะที่ 1 ให้บริการบุคลากรจากระทรวงคมนาคม จำนวนประมาณ 6 หมื่นคน เริ่มต้นฉีดวัคซีนในวันที่ 24 พฤษภาคม คาดว่าจะสามารถฉีดวัคซีนแล้วเสร็จในวันที่ 6 มิถุนายน
- ระยะที่ 2 ให้บริการ 3 กลุ่ม รวม 1 หมื่นคนต่อวัน ตั้งแต่วันที่ 7 มิถุนายนเป็นต้นไป คือ
- กลุ่มองค์กรที่ประสานมายังสาธารณสุข จำนวน 3 พันคน ต่อวัน
- กลุ่มประชาชนทั่วไป ลงทะเบียน ณ จุดบริการ หรือออนไซต์ (On-site Registration) จำนวน 2 พันคนต่อวัน
- กลุ่มประชาชนที่ลงทะเบียนผ่านเครือข่าย และแอพพลิเคชั่นหมอพร้อม 5 พันคนต่อวัน โดยกลุ่มที่ 3 นี้ได้รับความร่วมมือจากเครือข่ายโทรคมนาคม 4 แห่งคือ เอไอเส ดีแทค ทรู และเอ็นที ซึ่งจะติดต่อไปยังผู้ใช้บริการเครือข่ายมือถือ และให้กรอกข้อมูลลงทะเบียนจองรับวัคซีนต่อไป

นอกจากนี้ ในกลุ่มของผู้ให้บริการดิลิเวอรีเบื้องต้นได้แจ้งขอรับวัคซีนแล้วประมาณ 1 หมื่นคน และยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่เสียงสะท้อนจากผู้ให้บริการ ตัวจริงอย่างคนขับแท็กซี่ให้ความเห็นว่า ยินดีที่จะให้ความร่วมมือกับภาครัฐ โดย ตอนนี้คนขับแท็กซี่จำนวนมากได้ไปลงทะเบียนกับทางกรมการขนส่งทางบกไว้แล้ว แต่ด้วยจำนวนแท็กซี่ทั้งหมดที่มีกว่า 1 แสนคน อาจจะไม่ได้ไปฉีดที่สถานีกลางบางซื่อทั้งหมด ขณะนี้รอความชัดเจนจากหน่วยงานที่ดูแลเรื่องนี้ว่าจะให้แต่ละคนไปฉีดที่ใดบ้าง เชื่อว่าคงแบ่งตามโซนที่พักอาศัย ซึ่งตอนนี้กรุงเทพมหานคร (กทม.) ก็ได้จัดเตรียมพื้นที่ไว้หลายจุดแล้ว ไม่เพียงป้องกันตัวเอง และยังสร้างความมั่นใจให้กับผู้มาใช้บริการอีกด้วย

สำหรับข้อมูลจำนวนบุคลากรคมนาคมในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ทั้งภาครัฐและบุคลากรขนส่งภาคเอกชน อาทิ คนขับรถแท็กซี่ รถจักรยานยนต์รับจ้าง คนขับรถตู้ รถร่วมบริการ ขสมก. และ บขส. เป็นต้น ที่เป็นกลุ่มเสี่ยง มีจำนวน 183,814 คน แบ่งเป็น บุคลากรหน่วยงานรัฐ จำนวน 47,179 คน แจ้งขอรับวัคซีนแล้ว 45,542 คน บุคลากรขนส่งภาคเอกชน จำนวน 138,272 คน แจ้งขอรับวัคซีนแล้ว 22,003 คน หรือเท่ากับเบื้องต้นมีการยืนยันเข้าฉีดวัคซีน จำนวน 67,545 คน ส่วนที่เหลือจะทยอยเข้าลงทะเบียนต่อไป
