ข่าว
ไทยเดินหน้าคุย กัมพูชา ขอส่งทีม ตำรวจ สังเกตการณ์ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ชี้ต้องใช้ แรงกดดันจากสังคมโลก หากไม่ให้ความร่วมมือ
สำนักข่าวบริคอินโฟ – พล.ต.ท. จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผู้ช่วย ผบ.ตร.) เปิดเผยถึงผลการหารือเบื้องต้นในที่ประชุมหัวหน้าตำรวจอาเซียน ครั้งที่ 43 (The 43rd ASEANAPOL Conference) โดยเฉพาะประเด็น อาชญากรรมไซเบอร์ และปัญหา แก๊งคอลเซ็นเตอร์ (Call Center Gang) ที่ยังคงเป็นปัญหาสำคัญระดับโลก โดยระบุว่าได้มีการพูดคุยกับรองผู้บัญชาการตำรวจกัมพูชา ซึ่งได้รับการยืนยันว่า ตำรวจกัมพูชา ได้จัดตั้ง 2 ทีมใหญ่ขึ้นมาเพื่อกวาดล้างแก๊งคอลเซ็นเตอร์แล้ว ทั้งนี้ พล.ต.ท. จิรภพ มีแผนที่จะประสานงานอย่างเป็นทางการกับกัมพูชาเพื่อขอส่ง ตำรวจไทย เข้าไปประจำในประเทศกัมพูชาเพื่อสังเกตการณ์การทำงาน โดยมองว่าการเข้าไปทำงานใกล้ชิดและแลกเปลี่ยนข้อมูลในพื้นที่ จะเป็นประโยชน์มากกว่าการติดตามจากฝั่งประเทศไทยเพียงอย่างเดียว
ผู้ช่วย ผบ.ตร. เปิดเผยว่า ประเด็น สแกมเมอร์เซ็นเตอร์ (Scammer Center) ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องที่ประเทศไทยต้องการหารือเท่านั้น แต่เป็นเรื่องหลักที่หลายประเทศให้ความสำคัญและต้องการพูดคุย ทั้ง สหรัฐอเมริกา (USA) ออสเตรเลีย (Australia) และ จีน (China) ซึ่งแสดงให้เห็นว่านี่คือความร่วมมือที่ต้องดำเนินการในระดับโลก และตนเองจะพยายามติดตามผลการดำเนินงานของกัมพูชาตามข้อตกลง 4 ข้อที่นายกรัฐมนตรีได้ลงนามไว้ โดยเชื่อว่าการส่งเจ้าหน้าที่ไปทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นและแลกเปลี่ยนข้อมูลในการลงพื้นที่จะช่วยแก้ไขปัญหาได้มากขึ้น
เมื่อถูกถามถึงความเป็นไปได้ในการส่งเจ้าหน้าที่ ตำรวจ เข้าไปสังเกตการณ์ใน กัมพูชา พล.ต.ท. จิรภพ ตอบอย่างหนักแน่นว่า “ถูกหลอกก็ต้องยอม เราก็ต้องสู้ เราจะทำทุกสิ่งทุกอย่างเท่าที่ทำได้” พร้อมย้ำว่าเรื่องนี้เป็นปัญหาอันดับหนึ่งของทุกประเทศในขณะนี้ และระบุว่าหากกัมพูชาไม่ให้ความร่วมมือ ก็จะต้องใช้ สังคมโลกกดดัน ส่วนประเด็นที่อาจถูกมองว่าเป็นการนำความลับไปชี้เป้าให้กัมพูชา และเกรงว่าความร่วมมือจะไม่เกิดขึ้นนั้น พล.ต.ท. จิรภพ กล่าวว่า จะใช้วิธีส่งไปทีละเป้าหมาย และจะดูจากผลปฏิบัติเป็นหลัก หากไม่สำเร็จก็จะไม่ส่งข้อมูลเพิ่ม โดยย้ำว่าจะดำเนินการทุกอย่างอย่างรวดเร็วที่สุด
สำหรับความเชื่อมั่นต่อกัมพูชา ผู้ช่วย ผบ.ตร. ยอมรับว่าแม้เคยมีประสบการณ์ที่น่าผิดหวัง แต่เชื่อว่าในรอบนี้ สังคมโลก เห็นชัดเจนแล้วว่าศูนย์สแกมเมอร์อยู่ที่ใด และหวังว่าพลังความร่วมมือของนานาประเทศจะทำให้ กัมพูชา ร่วมมือในที่สุด ทั้งนี้ พล.ต.ท. จิรภพ ยืนยันว่าในประเทศไทยนั้น ไม่มี สแกมเมอร์ ขนาดใหญ่ มีเพียงรายย่อย ๆ ที่แอบทำ ซึ่งพร้อมจับกุมทันทีเมื่อได้รับข้อมูลจากทั้งหน่วยงานในประเทศและ ตำรวจต่างประเทศ
