Connect with us

ข่าว

เปิดปม !!! สำนักพุทธฯ เปิดบันทึก”แฉพฤติกรรม” กรมชลฯ สมคบผู้นำ ตัดไม้สักทองของวัดแม่แคม ไปครอบครอง

สมอ้างวัดร้างไม่มีเจ้าของเครื่องจักรกรมชลฯโคน ผู้นำหมู่บ้านเอาไม้ไป สำนักพุทธฯ บันทึกชัด เครื่องจักรของผู้รับเหมากรมชลฯ ลงมือทำลายต้นไม้ทรัพย์สินของวัดแม่แคม ผู้นำ ฯ เอาไม้ไปอ้างไม่มีเจ้าของ ระบุให้ชดใช้ค่าเสียหาย

Published

on

ผู้สื่อข่าว : ธีรพงษ์ ธงออน ผู้สื่อข่าวแพร่

ความคืบหน้าการสืบสวนหาข้อเท็จจริงไม้สักทองและไม้กระยาเลยพร้อมทั้งไม้ผลในที่ดินธรณีสงฆ์ของวัดแม่แคม จำนวนกว่า 500 ต้นหายไปและพื้นที่ธรณีสงฆ์วัดแม่แคมดังกล่าวยังมิได้ทำ “ผาติกรรม” ยกเลิกกฤษฎีกาที่ดินสงฆ์ เพื่อเข้าสู่การเวนคืนแต่อย่างใด ในขณะที่มีการสร้างแนวสันเขื่อน และสปิลเวย์ของอ่างเก็บน้ำแม่แคมแล้วเสร็จไปกว่าร้อยละ 50 แล้ว และเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2564 ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดแพร่ ได้เข้าแก้ปัญหาเพื่อให้การสร้างอ่างเก็บน้ำแม่แคม อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในหลวงรัชกาลที่ 9 มีการเชิญผู้เกี่ยวข้องเข้ามาให้ข้อมูลที่วัดแม่แคม หมู่ 7 ต.สวนเขื่อน อ.เมืองแพร่ จ.แพร่ ประกอบด้วย กองพัฒนาแหล่งน้ำขนาดกลาง กรมชลประทาน ตำรวจภูธรจังหวัดแพร่ เทศบาลตำบลสวนเขื่อน เจ้าหน้าที่ป่าไม้ ผู้บริหารโครงการสร้างอ่างเก็บน้ำแม่แคม ที่ดินจังหวัดแพร่

ในเรื่องนี้ทางสำนักพุทธศาสนาจังหวัดแพร่ ตัวแทนผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ พระครูสุนทรวรปัญโญ เจ้าอาวาสวัดแม่แคม และนายพิทักษ์ชัย รักสุข ผู้รับมอบอำนาจจากวัดแม่แคมทำการแทนเจ้าอาวาสในการสืบค้นหาความจริง เข้าร่วมประชุมมี นายสุขแก้ว จันทร์ต๊ะวงค์ ปลัดอำเภอเมือง ผู้แทนผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ เป็นประธานที่ประชุม และมีมติให้นายชูชาติ รักจิตร ผู้อำนวยการกองพัฒนาแหล่างน้ำขนาดกลาง กรมชลประทาน ไปสืบหาข้อเท็จจริง 2 เรื่อง คือ 1. เห็นที่ไม้สักทองและไม้มีค่าอื่นๆ หายไป ให้สอบหาข้อเท็จจริง 2.การทำผาติกรรมดำเนินการในขั้นตอนใดแล้วและจะดำเนินการต่ออย่างไร ทั้ง 2 ประเด็นให้นำเสนอรายงานในวันที่ 8 มกราคม โดยส่งผ่านศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดแพร่

ล่าสุด เวลา 10.00 น.วันที่ 8 มกราคม 2564 ที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดแพร่ ผู้เกี่ยวข้องได้เข้ามาติดตามผลการรายงานของกรมชลประทาน ประกอบด้วย นายพชรวัฒน์ กาวิชา เจ้าหน้าที่สำนักพุทธศาสนาจังหวัดแพร่ นายชยพล ศรีงาม นักวิชาการศาสนาปฏิบัติการ สำนักพุทธศาสนาจังหวัดแพร่ นางอรอุมา เบ็ญน้อย เจ้าหน้าที่ติดตามโครงการพระราชดำริจังหวัดแพร่ นายพิทักษ์ชัย รักสุข โดยมีนายสมบัติ กิติสาร ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดแพร่ เป็นประธานพูดคุย ที่ประชุมได้ถามหาผลการสอบสวนนายชูชาติ รักจิตร ผู้อำนวยการกองพัฒนาแหล่งน้ำขนาดกลาง กรมชลประทาน นายชูชาติ รักจิตร ผู้อำนวยการกองพัฒนาแหล่งน้ำขนาดกลาง กรมชลประทาน แจ้งว่า ยังไม่มีผลการสอบสวนของกรมชลประทานส่งเข้ามาแต่อย่างใด ถือว่าเป็นการผิดนัดข้อตกลงในการประชุมครั้งที่ผ่านมานายชยพล ศรีงาม นักวิชาการศาสนาปฏิบัติการ สำนักพุทธศาสนาจังหวัดแพร่ ได้เปิดข้อมูลเบื้องหลังมีบันทึกข้อมูลวันที่มีการบุกรุกทำลายไม้ในเขตธรณีสงฆ์ มีการบันทึกข้อความที่ พร.0034 ลงวันที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2562 โดยนางจุฑารัตน์ อุดศรี นักวิชาการศาสนาปฏิบัติการ เป็นผู้บันทึก นายโสไกร ใจมั่น นักวิชาการศาสนาชำนาญการ สำนักพุทธศาสนาจังหวัดแพร่ พยาน และนางสาวอนันยา เจียมศรีพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานพุทธศาสนาจังหวัดแพร่ ร่วมลงนามในบันทึกดังกล่าว

ซึ่งเอกสารหลักฐานดังกล่าวมีการบันทึกเหตุการณ์ ณ จุดเกิดเหตุ วันที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2562 เรื่องเดิมพระครูสุนทรวรปัญโญ เจ้าอาวาสวัดแม่แคม ได้แจ้งมายังสำนักพุทธศาสนาจังหวัดแพร่ว่า มีกลุ่มบุคคลนำรถแบ็คโฮเข้าไปในที่ดินธรณีสงฆ์ของวัดแม่แคม เข้าตัดไม้ไปแล้วบางส่วนจึงได้ขอหารือขอคำปรึกษาสำนักพุทธฯ

Advertisement

ในบันทึกระบุว่า นางจุฑารัตน์ อุดศรี นักวิชาการศาสนาปฏิบัติการและนางสาวอนันยา เจียมศรีพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานพุทธศาสนาจังหวัดแพร่ เข้าตรวจที่เกิดเหตุเมื่อวันที่ 3 เมษายน 2562 ในพื้นที่ธรณีสงฆ์เอกสารสิทธิ์ นส.3 ก. จำนวน 2 แปลง แปลงแรก เลขที่ 1085 จำนวน 4 ไร่เศษ แปลง 2 เลขที่ 1101 จำนวน 1 ไร่เศษ พื้นที่ดังกล่าวพบมีการตัดไม้โค่นล้มได้โทรศัพท์สอบถามนายเศรษฐพงษ์ สวนเขื่อน ซึ่งเป็นผู้ใหญ่บ้านหมู่ 7 ต.สวนเขื่อน ในขณะนั้น ได้ความว่า นายธีระ ท้าวพันวงศ์ นายเศรษฐพงษ์ สวนเขื่อน และชาวบ้านบางส่วน เป็นผู้ชี้ที่ดินให้บริษัทรับเหมาสร้างอ่างเก็บน้ำ ให้ดำเนินการตัดไม้ โดยอ้างว่าจะเอาไม้ไปใช้สาธารณประโยชน์ในหมู่บ้าน ไม่ได้นำไปให้วัดแม่แคมเพราะมีความเข้าใจว่า ที่ดินดังกล่าวเป็นวัดร้าง ทรัพย์สินในที่ดินจึงไม่ใช่ของวัด และในส่วนของเอกสารแจ้งให้กับวัดทราบ เนื่องจากผู้นำหมู่บ้านดังกล่าวมีความขัดแย้งเดิมอยู่กับเจ้าอาวาสจึงไม่แจ้งให้เจ้าอาวาสทราบ หลังเหตุการณ์เกิดขึ้นนายธนิฏฐ์ ทองพนัง ฝ่ายจัดหาที่ดินที่ 4 ส่วนจัดหาที่ดิน สำนักกฎหมายและที่ดิน กรมชลประทาน ได้ประสานมายังสำนักพุทธศาสนาจังหวัดแพร่ ในตอนบ่ายวันที่ 4 เมษายน 2562 ให้คำมั่นว่าจะส่งหนังสือแสดงรายละเอียดมายังสำนักพุทธฯ จ.แพร่

ในขณะเดียวกัน ผู้อำนวยการสำนักพุทธศาสนาจังหวัดแพร่ ได้ให้คำแนะนำ แก่เจ้าอาวาส กรรมการวัด ผู้ใหญ่บ้าน ไวยาวัจกร และชาวบ้านที่เข้ามาเกี่ยวข้อง ว่า พื้นที่ดังกล่าวเป็นธรณีสงฆ์ตามเอกสารสิทธิ์ ต้นไม้สิ่งปลูกสร้างในพื้นที่เป็นของวัด ไม่ใช่ของหมู่บ้านอำนาจตัดสินใจเป็นของเจ้าอาวาส แนะนำให้แต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินการในเรื่องที่เกิดขึ้น หากมีค่าชดเชยค่าเสียหายให้นำเงินเข้าบัญชีธนาคารของวัดและจัดทำบัญชีรายงานเจ้าอาวาสและสำนักพุทธฯ ให้กลุ่มบุคคล”หยุดการกระทำ” บุกรุกที่ดินธรณีสงฆ์ ทรัพย์สินของวัดแม่แคม โดยไม่ต้องดำเนินคดีเพื่อไม่ให้เกิดความขัดแย้งเพิ่มเติม บันทึกดังกล่าวได้รายงานให้เจ้าคณะอำเภอและเจ้าคณะจังหวัดแพร่รับทราบเพื่อดำเนินการทำ “ผาติกรรม” ที่ธรณีสงฆ์วัดแม่แคมต่อไป

บันทึกดังกล่าวระบุไว้ชัดเจน ว่า กลุ่มบุคคล ได้แก่ผู้รับเหมาสร้างอ้างเก็บน้ำ ผู้นำ เป็นผู้บุกรุกที่ดินวัดแม่แคม จนเกิดความเสียหาย ให้ชดใช้ค่าเสียหายภายใต้คณะกรรมการฯ พร้อมกับส่งเงินเข้าบัญชีธนาคารของวัดแม่แคมและดำเนินการทำผาติกรรมต่อไป ซึ่งพบว่าในข้อเท็จจริงไม่มีการปฏิบัติแต่อย่างใด ซึ่งในปัจจุบันกรมชลประทาน ผู้นำชุมชนที่ถูกระบุชื่อ นอกจากไม่รับผิดชอบพากันเพิกเฉยและยังไม่เร่งดำเนินการทำผาติกรรม ทำให้การสร้างอ่างเก็บน้ำแม่แคมอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในหลวงรัชกาลที่ 9 ไม่สง่างามสมกับการที่ประชาชนและวัดพร้อมใจกันมอบที่ดินให้เพื่อการพัฒนาแหล่งน้ำแหล่งสำคัญของจังหวัดแพร่ ศูนย์ดำรงธรรมจึงมีการนัดหารือภายในจังหวัดอีกครั้ง ในวันที่ 20 มกราคมนี้ ที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดแพร่ ศาลากลางจังหวัดแพร่ ก่อนที่ผู้เสียหายอาจเขียนฎีกาเสนอต่อสำนักพระราชวังต่อไป เมื่อหน่วยราชการไม่ให้ความสำคัญต่อกฎหมายบ้านเมืองและยังเพิกเฉยทุกระดับชั้นด้วย

Advertisement
Continue Reading
Advertisement