ข่าว
ศบค. ประกาศผ่อนปรน 6 กิจกรรม เริ่ม 3 พ.ค. – งดจำหน่ายแอลกอฮอล์ทุกประเภท
วันนี้ (30 เม.ย.) ณ ศูนย์แถลงข่าวรัฐบาลไวรัสสายพันธุ์ใหม่ COVID-19 ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบค. แถลงข่าวเพื่อรายงานสถานการณ์การติดเชื้อโรคไวรัสโควิด-19 ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุม ศบค. ว่า ในวันนี้ประเทศไทย อยู่ในลำดับที่ 59 ซึ่งมีป่วยรายใหม่ 6 ราย ทำให้มีตัวเลขสะสม 2954 ราย / รักษาจนหาย 2684 ราย / ไม่มีผู้เสียชีวิต ทำให้ยอดสะสมอยู่ที่ 54 ราย
ส่วนประเทศในเอเชียนที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อสะสมมากที่สุด คือ ประเทศอินเดีย สิงคโปร์ ปากีสถาน และญี่ปุ่น ด้านความมั่นคง โดยวันนี้เป็นวันสิ้นสุดการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน แต่เพื่อเป็นการควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 รัฐบาลจึงยืดระยะเวลาออกไป 1 เดือน จะมีผลในวันที่ 1 พฤษภาคม

ทั้งนี้ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการ ศบค. ได้เน้นย้ำถึงการใช้มาตรการผ่อนปรนว่า เป็นการรับผิดชอบของคนไทยทั้งประเทศ ถ้าหากเราสามารถควบคุมได้ก็จะสามารถใช้มาตรการผ่อนปรนได้ / ในส่วนการทำงานของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ทุกคนทำงานด้วยความเสียสละ ทำให้ประชาชนปลอดภัย บรรเทาความเดือดร้อนในการใช้วิถีชีวิต เพื่อให้ประเทศเดินหน้าได้ และหากควบคุมได้ไม่ดีภารกิจต่าง ๆ ที่เริ่มมาทั้งหมดจะสูญเสีย อยากให้ทุกคนตระหนักว่ามาตรการการผ่อนปรนเป็นเรื่องที่ยากและท้าทาย โดยเฉพาะผู้ประกอบการ และผู้บริโภคเว้นวรรคจะต้องป้องกันตัวเองและผู้อื่น รวมทั้งมีจิตสำนึกรับผิดชอบต่อสังคม ขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ให้ข้อเสนอแนะในมาตรการที่เหมาะสมอย่างรอบคอบ นายกฯ ไม่ใช่ผู้ตัดสินใจเพียงคนเดียว อีกทั้งต่อไปนี้ จะเป็นหน้าที่ของคนไทยทั้งประเทศที่จะร่วมมือกัน ซึ่งรัฐบาลจะพยายามลดการตรึง เพิ่มการผ่อนคลาย แต่ทุกอย่างมีผลต่อตัวเลขของการติดเชื้อทั้งสิ้น
โดยมาตรการผ่อนปรนนี้ ศบค. จะกำหนดให้มีมาตรฐานกลาง แล้วให้ผู้ว่าราชการจังหวัด และผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กำหนดรายละเอียด ซึ่งแต่ละพื้นที่สามารถมีความเข้มข้นมากกว่าได้ แต่จะน้อยกว่ามาตรฐานกลางไม่ได้ อีกทั้งแนวทางผ่อนปรนจะต้องคำนึงถึงปัจจัยด้านสาธารณสุขเป็นหลัก ตามมาด้วยด้านสังคม และเศรษฐกิจ
นายแพทย์ทวีศิลป์ ได้เน้นย้ำถึงผู้ประกอบการในการรักษามาตรฐานการผ่อนปรนว่า คุณทำความสะอาดพื้นผิวของร้านให้ถูกหลักของสาธารณะสุข / การกำจัดขยะมูลฝอย / การใส่หน้ากากผ้า และเว้นระยะนั่ง 1 เมตร เพราะการนั่งรับประทานอาหารในร้านจะต้องไม่แออัด รวมถึงการติดตั้งแอปพลิเคชั่นตามตัว ซึ่งอันนี้ก็เป็นเรื่องที่จะต้องพูดคุยกันไป

ด้านกิจการ-กิจกรรม ที่สามารถเปิดให้บริการได้ มีทั้งหมด 6 ประเภท คือ
1. ตลาด อาทิ ตลาดสด ตลาดนัด ตลาดแผงลอย ตลาดน้ำ
2. ร้านอาหาร หรือร้านอาหารทั่วไป / ร้านอาหารริมทาง / รถเข็นหาบเร่ รวมถึงร้านเครื่องดื่ม / ร้านขนมหวาน-ไอศครีม ที่อยู่นอกห้างสรรพสินค้า
3. กิจการค้าปลีก-ส่ง / ซุปเปอร์มาร์เก็ต / ร้านสะดวกซื้อที่มีพื้นที่รับประทาน / รถเร่ / ร้านค้าปลีกขนาดย่อม / ร้านค้าชุมชน
4. กีฬา สันทนาการ สนามกีฬากลางแจ้ง ที่เป็นการออกกำลังกายโดยไม่ได้เล่นเป็นทีม และไม่มีการแข่งขัน ได้แก่ ยิงปืน / ยิงธนู / จักรยาน / กอล์ฟและสนามซ้อม
5. ร้านตัดผม เสริมสวย ให้บริการเฉพาะตัดผม และสระ ไดร์
6. ร้านตัดขนสัตว์ / ร้านรับ-ฝาก เลี้ยงสัตว์
ทั้งนี้ มาตรการผ่อนปรน จะมีการปรับตามความเหมาะสม แต่สิ่งที่ตนมีความกังวลที่สุด คือ ผู้รับบริการหรือผู้ให้บริการ สามารถเป็นผู้แพร่เชื้อหรือรับเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้ดังนั้นทุกคนจะต้องให้ความร่วมมือและปรับตัวให้เข้ากับชีวิตวิถีใหม่ให้ได้
นายแพทย์ทวีศิลป์ ยังกล่าวยืนยันอีกว่า ศบค. ยังสั่งห้ามจำหน่ายแอลกอฮอล์ทุกประเภท ตามคำสั่งของกระทรวงมหาดไทย จนกว่าจะสิ้นสุดการใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน หรือมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง
