ข่าว
กรมการขนส่งทางรางชู พ.ร.บ.การขนส่งทางราง พ.ศ. 2568 ยกระดับความปลอดภัยเชิงรุก ดันไทยสู่ศูนย์กลางระบบรางอาเซียน
สำนักข่าวบริคอินโฟ – กรมการขนส่งทางราง (ขร.) ประกาศทิศทางการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมระบบรางไทยสู่มาตรฐานระดับสากล ผ่านการบังคับใช้พระราชบัญญัติการขนส่งทางราง พ.ศ. 2568 ซึ่งเป็นกฎหมายกลางฉบับใหม่ที่มุ่งเน้นการกำหนดมาตรฐานและยกระดับความปลอดภัยเชิงรุก พร้อมตั้งเป้าหมายระยะยาวในการผลักดันประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางระบบรางของภูมิภาคอาเซียน ทั้งในมิติของการขนส่ง การซ่อมบำรุง และการผลิตชิ้นส่วนภายในประเทศ
การเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวเกิดขึ้นในงานสัมมนา Rail Thailand Vision โดยมีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานเปิดการฝึกอบรม และนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นผู้มอบนโยบายการพัฒนา ทางด้านนายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง ระบุว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านรางอย่างต่อเนื่อง ทั้งรถไฟทางคู่ รถไฟความเร็วสูง และรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน แต่ที่ผ่านมาการกำกับดูแลยังอาศัยกฎหมายหลายฉบับที่ขาดเอกภาพ พ.ร.บ.การขนส่งทางราง พ.ศ. 2568 จึงถูกผลักดันออกมาเพื่อเป็นกลไกกลางในการบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐานแบบ Open Access และกำหนดมาตรฐานการขนส่งทางราง (มขร.) ให้สอดคล้องกับแนวปฏิบัติสากล
ประเด็นสำคัญของกฎหมายฉบับนี้ คือการเปลี่ยนผ่านวัฒนธรรมความปลอดภัยจากการแก้ไขเมื่อเกิดเหตุ ไปสู่การป้องกันและบริหารความเสี่ยงเชิงรุก โดยให้อำนาจกรมการขนส่งทางรางสามารถดำเนินคดีตามกฎหมายได้ทันที หากตรวจพบว่าผู้ประกอบการละเลยขั้นตอนหรือมาตรฐานความปลอดภัย โดยไม่ต้องรอให้เกิดอุบัติเหตุก่อน นายพิเชฐระบุว่า “กฎหมายฉบับนี้ไม่ใช่เพียงกฎหมายกำกับ แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านกติกา หรือ Institutional Infrastructure ของอุตสาหกรรมรางไทย ที่จะช่วยสร้างมาตรฐาน ความปลอดภัย ความเชื่อมั่น และความสามารถในการแข่งขันให้กับระบบรางของประเทศในระยะยาว”
นอกจากมิติด้านความปลอดภัย กฎหมายดังกล่าวยังเป็นเครื่องมือในการส่งเสริมอุตสาหกรรมระบบรางภายในประเทศ โดยมุ่งเพิ่มสัดส่วนการผลิตภายในประเทศ (Local Content) โดยเฉพาะชิ้นส่วนมูลค่าสูง เช่น ระบบแคร่รถไฟ (Bogie) และระบบประกอบตัวรถ ควบคู่ไปกับการรับการถ่ายทอดเทคโนโลยี เพื่อให้ไทยบรรลุเป้าหมายการเป็นศูนย์กลางระบบรางของภูมิภาคอาเซียน (Rail Hub of ASEAN) ซึ่งจะครอบคลุมตั้งแต่การเป็นศูนย์กลางทดสอบมาตรฐานไปจนถึงการพัฒนาบุคลากร ทิศทางนี้ยังสอดรับกับนโยบายขับเคลื่อนเศรษฐกิจ BCG Economy การมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero และการพัฒนาระบบ Smart Mobility เพื่อลดต้นทุนโลจิสติกส์ของประเทศ
นายพิเชฐ กล่าวย้ำในตอนท้ายว่า “พระราชบัญญัติการขนส่งทางราง พ.ศ. 2568 ไม่ใช่เพียงกฎหมายเพื่อกำกับการเดินรถ แต่เป็นกฎหมายที่วางรากฐานระบบนิเวศของอุตสาหกรรมรางไทย ให้มีมาตรฐาน ความปลอดภัย และความเชื่อมั่น พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทย วิศวกรไทย และนวัตกรรมไทยก้าวสู่การแข่งขันในระดับภูมิภาคและระดับโลก อุตสาหกรรมระบบรางจึงไม่ใช่เพียงโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม แต่เป็นเครื่องยนต์ใหม่ของการพัฒนาเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมของประเทศในระยะยาว”
