ข่าว
True เตรียมเสนอขายหุ้นกู้ชุดใหม่ ชูดอกเบี้ยสูงสุด 3.45% เปิดจองซื้อ 30 ก.ค. นี้
สำนักข่าวบริคอินโฟ – บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ True Corporation เตรียมเสนอขาย หุ้นกู้ ชุดใหม่จำนวน 4 ชุด ให้แก่ผู้ลงทุนทั่วไป โดยให้อัตราดอกเบี้ยคงที่ระหว่าง 2.15 ถึง 3.45 เปอร์เซ็นต์ต่อปี พร้อมจ่ายดอกเบี้ยทุก 6 เดือน ซึ่งหุ้นกู้ชุดนี้ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือจากบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด (TRIS Rating) ที่ระดับ A+ และมีแนวโน้มเครดิตเป็นบวก สะท้อนถึงสถานะทางการเงินในตลาดโทรคมนาคม โดยคาดว่าจะเปิดให้ผู้ลงทุน จองซื้อหุ้นกู้ ได้ในวันที่ 30 ถึง 31 กรกฎาคม และวันที่ 3 สิงหาคม 2569 นี้
สำหรับการเสนอขาย หุ้นกู้ทรู ในครั้งนี้แบ่งออกเป็น 4 ชุด ได้แก่
- หุ้นกู้ชุดที่ 1 อายุ 3 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ 2.15 ถึง 2.40 เปอร์เซ็นต์ต่อปี
- หุ้นกู้ชุดที่ 2 อายุ 5 ปี อัตราดอกเบี้ย 2.50 ถึง 2.75 เปอร์เซ็นต์ต่อปี
- หุ้นกู้ชุดที่ 3 อายุ 7 ปี อัตราดอกเบี้ย 3.00 ถึง 3.25 เปอร์เซ็นต์ต่อปี
- หุ้นกู้ชุดที่ 4 อายุ 10 ปี อัตราดอกเบี้ย 3.20 ถึง 3.45 เปอร์เซ็นต์ต่อปี
โดยบริษัทมีสิทธิไถ่ถอนหุ้นกู้ก่อนกำหนดตั้งแต่ปีที่ 5 เป็นต้นไป ซึ่งการลงทุนนี้กำหนดมูลค่าจองซื้อขั้นต่ำที่ 100,000 บาท และเพิ่มขึ้นทวีคูณครั้งละ 100,000 บาท
นายนกุล เซห์กัล หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการเงิน บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ผลการดำเนินงานในไตรมาสแรกของปี 2569 ของ ทรู (True) มีทิศทางที่แข็งแกร่ง โดยทำกำไรสุทธิ 6.6 พันล้านบาท ต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 5 และมีกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี และค่าเสื่อมราคา (EBITDA) 2.8 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.9 เปอร์เซ็นต์จากปีก่อน ปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของผู้ใช้บริการทั้งโทรศัพท์เคลื่อนที่และอินเทอร์เน็ตบ้าน รวมถึงการบริหารต้นทุนอย่างมีวินัย ส่งผลให้ฐานะทางการเงินของบริษัทแข็งแกร่งขึ้น พร้อมกันนี้บริษัทยังคงเดินหน้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลและนำเทคโนโลยี AI มาเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน
ผู้ที่สนใจสามารถศึกษารายละเอียดจากร่างหนังสือชี้ชวนของ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และสามารถจองซื้อผ่าน 7 สถาบันการเงิน ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ (Bangkok Bank) ธนาคารกสิกรไทย (Kasikornbank) รวมถึงบริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย (Kasikorn Securities) ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) และบริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ (InnovestX) ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย (CIMB Thai) ธนาคารยูโอบี (UOB) บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส (Asia Plus) บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร (KKP) และธนาคารเกียรตินาคินภัทร รวมถึงช่องทางดิจิทัลผ่านแอปพลิเคชันทรูมันนี่ วอลเล็ท (TrueMoney Wallet) โดยมีธนาคารกรุงศรีอยุธยา (Krungsri) ทำหน้าที่เป็นนายทะเบียนและผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้
