Connect with us

ข่าว

ถอดบทเรียน SME ไทยในยุคต้นทุนพุ่ง ETDA ชี้ทางรอดต้องปรับโครงสร้างธุรกิจด้วยดิจิทัลให้ตรงจุด

Published

on

บทเรียน SME ไทย จากเวที ETDA Live ชี้ทางรอดในยุคต้นทุนพุ่ง ต้องแก้ปัญหาโครงสร้างธุรกิจด้วยดิจิทัลและดาต้า พร้อมเปิดโครงการ SMEs Growth ปี 2026

สำนักข่าวบริคอินโฟ – วงเสวนาเจาะลึกวิกฤต SME ไทย ท่ามกลางภาวะต้นทุนผันผวนและกำลังซื้อชะลอตัว ชี้ปัญหาหลักไม่ใช่แค่ยอดขายตก แต่เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่ซ้ำซ้อน โดยเฉพาะ “ต้นทุนแฝง” และการใช้เทคโนโลยีที่ยังไม่เชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ เผยกลยุทธ์ทางรอดต้องเริ่มจากการวิเคราะห์ดาต้าภายในองค์กรเพื่อลดของเสียและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต มากกว่าการทุ่มงบการตลาดเพียงอย่างเดียว พร้อมเปิดตัวโครงการ SMEs Growth ปีที่ 4 มุ่งลงพื้นที่ 16 จังหวัดทั่วประเทศเพื่อปิดช่องว่างทางธุรกิจในยุคดิจิทัล

วิกฤตที่ผู้ประกอบการเผชิญในปัจจุบันมีความซับซ้อนกว่าช่วงเศรษฐกิจชะลอตัวในอดีต เนื่องจากปัจจัยรุมเร้าทั้งราคาพลังงาน ค่าขนส่ง และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ข้อมูลจากเวที ETDA Live โดย สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธ.) หรือ ETDA (เอ็ตด้า) ระบุว่า SME ส่วนใหญ่เริ่มปรับตัวเข้าสู่โลกออนไลน์แล้ว แต่ยังประสบปัญหา “ไปไม่สุด” เนื่องจากเลือกใช้เครื่องมือดิจิทัลแบบแยกส่วน ไม่เชื่อมโยงข้อมูลกัน ทำให้ไม่เห็นผลลัพธ์ในระดับโครงสร้างธุรกิจ และมองว่าเทคโนโลยีเป็นภาระด้านต้นทุนมากกว่าการลงทุนเพื่อความยั่งยืน

คุณมีธรรม ณ ระนอง รองผู้อำนวยการ ETDA พร้อมด้วยตัวแทนจาก สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa), สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) และ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME D Bank) ได้ร่วมวิเคราะห์ว่าปัญหาที่น่ากังวลที่สุดคือการมี “ต้นทุนเงียบ” เช่น การจัดการสต็อกที่ไม่มีประสิทธิภาพ ของเสียในกระบวนการผลิต และการไม่มีฐานข้อมูลลูกค้าที่ชัดเจน ส่งผลให้เกิดภาวะ “ขายดีแต่ไม่มีกำไร” ซึ่งหากระบบบัญชีและข้อมูลไม่เป็นมาตรฐาน จะกลายเป็นอุปสรรคสำคัญในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบ

ในด้านการปรับตัว ตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จคือภาคการเกษตรที่เปลี่ยนมาใช้ Smart Farming และโดรนเพื่อคุมต้นทุนปุ๋ยและแรงงาน หรือธุรกิจร้านอาหารที่ใช้ระบบ POS จัดการสต็อกเพื่อลด Waste ให้กลายเป็นกำไร โดย คุณมีธรรม ณ ระนอง ได้กล่าวถึงทิศทางการช่วยเหลือว่า “ปัญหาของ SME ในแต่ละพื้นที่และแต่ละอุตสาหกรรมแตกต่างกัน การสนับสนุนจึงไม่สามารถใช้วิธีคิดแบบเดิมได้ แต่ต้องเริ่มจากการเข้าใจบริบทจริงของผู้ประกอบการแต่ละกลุ่ม เพื่อให้เขาสามารถเริ่มต้นและนำไปต่อยอดได้จริงในธุรกิจของตัวเอง”

Advertisement

สำหรับแผนการดำเนินงานในปี 2026 โครงการ SMEs Growth จะเน้นการทำงานเชิงพื้นที่ครอบคลุม 4 ภูมิภาค 16 จังหวัด เพื่อเข้าไปช่วยแก้ Pain Point รายพื้นที่ โดยร่วมมือกับพันธมิตรในการจัดหาเครื่องมือ มาตรฐานดิจิทัล และสิทธิประโยชน์ทางการเงิน เป้าหมายไม่ใช่เพียงการช่วยให้รอดพ้นวิกฤตระยะสั้น แต่เป็นการยกระดับวิธีคิดและกระบวนการทำงานให้พร้อมแข่งขันในระยะยาว โดยย้ำว่าก้าวแรกที่สำคัญคือการกลับมาทำความเข้าใจธุรกิจของตนเองและเลือกใช้ดิจิทัลให้ตรงจุดที่สุด

Continue Reading
Advertisement