Connect with us

ข่าว

ไทย-มาเลเซีย รุกคืบโครงสร้างพื้นฐานชายแดน ตั้งเป้าสร้างสะพานโก-ลก แห่งที่ 2 ภายในปีนี้

Published

on

นายกฯ อนุทิน หารือผู้นำมาเลเซีย รุกคืบสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโก-ลก แห่งที่ 2 และเชื่อมด่านสะเดา พร้อมเดินหน้าพูดคุยสันติสุขชายแดนใต้ ยกระดับเศรษฐกิจสองประเทศ

สำนักข่าวบริคอินโฟ – นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย หารือร่วมกับ ดาโตะ เซอรี อันวาร์ อิบราฮิม (Anwar Ibrahim) นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ในห้วงการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 48 ณ สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ โดยเน้นย้ำความร่วมมือด้านโครงสร้างพื้นฐานชายแดน การเชื่อมต่อด่านศุลกากร และการเดินหน้ากระบวนการสันติสุขในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งทั้งสองฝ่ายตั้งเป้าเริ่มโครงการก่อสร้างสำคัญให้ได้ภายในปี 2569 เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการค้าชายแดน

สำหรับการหารือในครั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้ระบุถึงความสัมพันธ์ระหว่าง ไทย-มาเลเซีย ว่าอยู่ในระดับที่ดีเยี่ยมและมีการประสานงานที่ราบรื่น โดยนายกรัฐมนตรีมีกำหนดการที่จะเดินทางเยือนประเทศมาเลเซียอย่างเป็นทางการภายในปีนี้ เพื่อกระชับความสัมพันธ์ให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น หลังจากที่เคยเลื่อนกำหนดการมาจากช่วงปลายปีที่ผ่านมา

ประเด็นสำคัญที่ทั้งสองผู้นำให้ความสำคัญ คือการเร่งรัดโครงการโครงสร้างพื้นฐานบริเวณชายแดน โดยเฉพาะการเปิดถนนเชื่อมด่านศุลกากรสะเดา จังหวัดสงขลา กับด่านบูกิตกายูฮิตัม ของมาเลเซีย รวมถึงโครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโก-ลก แห่งที่ 2 จังหวัดนราธิวาส ซึ่งรัฐบาลทั้งสองประเทศต้องการให้เริ่มดำเนินการก่อสร้างได้ภายในปีนี้ เพื่ออำนวยความสะดวกในการขนส่งสินค้าและการเดินทางของประชาชน

ในส่วนของสถานการณ์ความไม่สงบ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้แจ้งต่อผู้นำมาเลเซียถึงความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า “รัฐบาลไทยได้แต่งตั้งหัวหน้าคณะพูดคุยเพื่อสันติสุขชุดใหม่ ซึ่งเป็นผู้มีความรู้ ความเข้าใจ และประสบการณ์ในประเด็นดังกล่าวเป็นอย่างดี” พร้อมยืนยันว่าประเทศไทยมุ่งมั่นที่จะแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธี โดยมาเลเซียและไทยเห็นตรงกันว่าเสถียรภาพในพื้นที่ชายแดนคือรากฐานสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจในระยะยาว

Advertisement

นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังตกลงที่จะขยายความร่วมมือด้านการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว โดยมุ่งเน้นการสร้างความเชื่อมโยงระหว่างประชาชนผ่านกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวและการขยายโอกาสทางเศรษฐกิจในระดับภูมิภาค เพื่อให้เกิดผลประโยชน์ที่เป็นรูปธรรมต่อประชาชนของทั้งสองประเทศอย่างยั่งยืน

Continue Reading
Advertisement