ข่าว
เร่งจัดระเบียบ Ride-Hailing ไทย พบช่องว่างจดทะเบียนรถสาธารณะสำเร็จเพียง 2 พันคันจากหลายหมื่นราย
สำนักข่าวบริคอินโฟ – สถานการณ์อุตสาหกรรมแอปพลิเคชันเรียกรถหรือ Ride-Hailing ในประเทศไทยกำลังเผชิญจุดเปลี่ยนสำคัญ หลังภาครัฐเดินหน้ายกระดับมาตรฐานความปลอดภัยอย่างเข้มงวด โดยมุ่งเน้นให้ผู้ขับขี่ต้องจดทะเบียนเป็นรถสาธารณะและมีใบอนุญาตขับขี่สาธารณะที่ถูกต้อง อย่างไรก็ตาม ข้อมูลล่าสุดกลับพบความย้อนแย้งเชิงโครงสร้าง เมื่อมีผู้ขับขี่แสดงความประสงค์จดทะเบียนกว่า 39,000 ราย แต่กลับดำเนินการสำเร็จเพียงประมาณ 2,000 คัน สะท้อนถึงอุปสรรคในขั้นตอนการเปลี่ยนผ่านที่อาจส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจและการให้บริการในวงกว้าง
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวได้รับการเน้นย้ำจากหลายหน่วยงานหลัก ทั้ง กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (MDES) สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ ETDA (เอ็ตด้า) และ กรมการขนส่งทางบก (DLT) ที่พยายามผลักดันให้เกิดมาตรฐานความปลอดภัยเดียวกันทั้งอุตสาหกรรม ทว่าตัวเลขผู้ขับขี่ที่จดทะเบียนถูกต้องในระบบปัจจุบันที่มีเพียงราว 19,000 คัน เมื่อเทียบกับจำนวนผู้ขับขี่บนแพลตฟอร์มทั้งหมดที่มีหลายแสนราย ชี้ให้เห็นถึง “ช่องว่างของการปรับตัว” ที่กฎระเบียบอาจยังไม่สอดคล้องกับศักยภาพในการปฏิบัติจริงของผู้ขับขี่
ในทางปฏิบัติ การเข้าสู่ระบบที่ถูกต้องไม่ได้ขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้ขับขี่เพียงอย่างเดียว แต่ยังมีข้อจำกัดด้านต้นทุนและเงื่อนไขทางกฎหมายที่ซับซ้อน เช่น ต้นทุนประกันภัยรถสาธารณะ เงื่อนไขของสัญญาเช่าซื้อหรือรถที่ยังติดไฟแนนซ์ ไปจนถึงข้อกำหนดด้านเอกสารและคุณสมบัติของตัวรถ ซึ่งปัจจัยเหล่านี้กลายเป็นกำแพงสูงที่ทำให้ผู้ขับขี่ส่วนใหญ่ยังไม่สามารถเข้าระบบได้ตามเป้าหมาย แม้ปัจจุบันจะเริ่มมีการนำระบบตรวจสอบผู้ขับขี่ออนไลน์อย่าง Driver Verify มาใช้ แต่ปัญหาเชิงโครงสร้างอื่น ๆ ยังคงอยู่ระหว่างการพิจารณา
ภาคส่วนที่เกี่ยวข้องตั้งคำถามสำคัญถึงความสมดุลระหว่าง “ความเข้มงวด” และ “ความเป็นธรรม” โดยมองว่าอุตสาหกรรม Ride-Hailing เป็นกลไกสำคัญที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้ประเทศกว่า 30,000–50,000 ล้านบาทต่อปี และมีผู้ขับขี่มากกว่า 400,000 คน หากการบังคับใช้กฎหมายมุ่งเน้นไปที่รายใดรายหนึ่งจากเหตุการณ์เฉพาะหน้า หรือไม่มีความเท่าเทียมในทุกแพลตฟอร์ม อาจส่งผลเสียต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนและประสิทธิภาพของระบบขนส่งในระยะยาว
สถิติจาก กรมการขนส่งทางบก ระบุว่าตั้งแต่ปี 2565 มีการจับกุมผู้กระทำผิดรวม 6,776 ราย ส่วนใหญ่เป็นการขับขี่โดยไม่มีใบอนุญาตสาธารณะและใช้รถผิดประเภท ซึ่งนำไปสู่การเรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนว่าการกำกับดูแลในปัจจุบันครอบคลุมและเป็นธรรมต่อผู้ให้บริการทุกรายแล้วหรือไม่ เพราะหัวใจสำคัญของการสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้โดยสาร คือการที่ “ทั้งระบบ” ต้องถูกยกระดับภายใต้มาตรฐานเดียวกันอย่างแท้จริง ไม่ใช่เพียงการแก้ปัญหาเฉพาะจุดหรือเฉพาะราย
