ข่าว
สนพ. เผยยอดใช้พลังงานไทยปี 2568 ลดลงร้อยละ 1.6 สวนทางน้ำมันเครื่องบินพุ่งรับท่องเที่ยวฟื้นตัว
สำนักข่าวบริคอินโฟ – สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน หรือ สนพ. (EPPO) เปิดเผยรายงานสถานการณ์พลังงานของประเทศไทย ประจำปี 2568 พบภาพรวมการใช้พลังงานขั้นต้นเชิงพาณิชย์อยู่ที่ 2,014 พันบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน ปรับตัวลดลงร้อยละ 1.6 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แม้เศรษฐกิจไทยจะขยายตัวร้อยละ 2.4 แต่ปัจจัยด้านสภาพอากาศที่ไม่ร้อนจัดและภาคอุตสาหกรรมที่ชะลอตัวส่งผลให้ความต้องการใช้ก๊าซธรรมชาติและไฟฟ้าลดลง อย่างไรก็ตามกลุ่ม น้ำมันเครื่องบิน (Jet A1) กลับขยายตัวโดดเด่นร้อยละ 7.5 ตามการฟื้นตัวของการเดินทางทางอากาศ
นายวัฒนพงษ์ คุโรวาท ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน ระบุว่าภาพรวมเศรษฐกิจไทยปี 2568 มีแรงขับเคลื่อนหลักจากการบริโภคและการลงทุนของภาคเอกชน รวมถึงงบประมาณจากภาครัฐ แต่ในมิติของพลังงานกลับมีการใช้ลดลง โดยเฉพาะ ก๊าซธรรมชาติ (Natural Gas) ที่ลดลงร้อยละ 3.8 และการใช้ไฟฟ้าในระบบ 3 การไฟฟ้าที่ลดลงร้อยละ 2.8 เนื่องจากสภาพอากาศในปีนี้ไม่ร้อนเท่าปีที่ผ่านมา ทำให้ความต้องการใช้ไฟฟ้าในภาคครัวเรือนและธุรกิจลดลงตามไปด้วย
สำหรับรายละเอียดการใช้น้ำมันสำเร็จรูปในปี 2568 มีปริมาณการใช้เฉลี่ย 140.9 ล้านลิตรต่อวัน โดย น้ำมันดีเซล (Diesel) มียอดใช้ลดลงร้อยละ 2.8 อยู่ที่ 67.0 ล้านลิตรต่อวัน ในขณะที่กลุ่ม น้ำมันเบนซิน (Gasoline) และแก๊สโซฮอล์มีการเติบโตร้อยละ 0.8 ที่น่าสนใจคือการใช้น้ำมันเครื่องบินเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 17.5 ล้านลิตรต่อวัน หรือโตขึ้นร้อยละ 7.5 ซึ่งสะท้อนถึงภาคการท่องเที่ยวและการเดินทางทางอากาศที่กลับมาคึกคักอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้การใช้ ก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) ในภาพรวมลดลงร้อยละ 2.1 โดยสัดส่วนใหญ่ยังคงอยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมปิโตรเคมีร้อยละ 42 และภาคครัวเรือนร้อยละ 32
ด้านสถานการณ์เชื้อเพลิงฟอสซิลประเภทอื่น พบว่าการใช้ ถ่านหิน (Coal) และลิกไนต์รวมลดลงร้อยละ 3.3 มาอยู่ที่ระดับ 14,193 พันตันเทียบเท่าน้ำมันดิบ (ktoe) แบ่งเป็นการนำเข้าถ่านหิน 11,085 ktoe และการใช้ลิกไนต์ในประเทศ 3,108 ktoe ส่วนการใช้ก๊าซธรรมชาติเฉลี่ยอยู่ที่ 4,422 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน ลดลงร้อยละ 4.0 โดยร้อยละ 61 ของก๊าซธรรมชาติทั้งหมดยังคงถูกนำไปใช้เป็นเชื้อเพลิงหลักในการผลิตไฟฟ้าของประเทศ
สำหรับแนวโน้มในปี 2569 สนพ. เตรียมเฝ้าระวังปัจจัยเสี่ยงจากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อ ความมั่นคงด้านพลังงาน และราคาพลังงานในตลาดโลก โดยจะนำสมมติฐานทางเศรษฐกิจเหล่านี้มาประเมินสถานการณ์เพื่อจัดทำมาตรการบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนและภาคธุรกิจต่อไป
