ข่าว
กทม. เตรียมยกร่างข้อบัญญัติใหม่ ควบคุมกิจการเก็บขนและกำจัดขยะ มุ่งเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการสิ่งปฏิกูล
สำนักข่าวบริคอินโฟ – กรุงเทพมหานคร เตรียมปรับปรุงข้อบัญญัติเกี่ยวกับการอนุญาตให้ดำเนินกิจการ เก็บ ขน หรือกำจัดสิ่งปฏิกูลและมูลฝอย โดยทำเป็นธุรกิจหรือได้รับผลประโยชน์ตอบแทน เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพการณ์และกฎหมายในปัจจุบัน โดยมุ่งเน้นการยกร่างหลักเกณฑ์และเงื่อนไขใหม่ที่จะช่วยให้การบริหารจัดการขยะในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพสูงสุดภายใต้กรอบกฎหมายที่บังคับใช้ในปัจจุบัน
นายพรพรหม วิกิตเศรษฐ์ ที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และผู้บริหารด้านความยั่งยืนของกรุงเทพมหานคร (Chief Sustainability Officer) ได้เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการพิจารณายกร่างข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร (Bangkok Metropolitan Administration) ครั้งที่ 1/2569 เพื่อหารือแนวทางการควบคุมกิจการรับทำการเก็บ ขน กำจัด หรือหาประโยชน์จากการจัดการสิ่งปฏิกูลและมูลฝอย โดยในที่ประชุมได้มีการวิเคราะห์ข้อมูลจากกฎหมาย 3 ฉบับหลัก ได้แก่ กฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข กฎหมายว่าด้วยการรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง และข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครเดิม เพื่อนำมาเป็นฐานในการปรับปรุงระเบียบให้ทันสมัย
สาระสำคัญของการพิจารณาในครั้งนี้ คือการทบทวนความจำเป็นในการปรับปรุง ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง การควบคุมกิจการรับทำการเก็บ ขน หรือกำจัดสิ่งปฏิกูลหรือมูลฝอย โดยทำเป็นธุรกิจหรือโดยได้รับประโยชน์ตอบแทนด้วยการคิดค่าบริการ พ.ศ. 2541 ซึ่งมีการบังคับใช้มาอย่างยาวนาน โดยคณะกรรมการได้ร่วมกันพิจารณารายละเอียดยกร่างกฎหมายใหม่ที่กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการอนุญาตประกอบกิจการ เพื่อให้ผู้ประกอบการภาคเอกชนที่เข้ามาดำเนินธุรกิจด้านการจัดการขยะมีมาตรฐานการทำงานที่ชัดเจนและสอดรับกับนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมในปัจจุบัน
สำหรับการประชุมดังกล่าวได้รับความร่วมมือจากหลายภาคส่วน นำโดยนางสาววรนุช สวยค้าข้าว ผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม (Department of Environment) พร้อมด้วยผู้แทนจากสำนักอนามัย สำนักการคลัง และสำนักงานกฎหมายและคดี รวมถึงหน่วยงานระดับชาติอย่าง กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข และกรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนผู้ทรงคุณวุฒิจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (Chulalongkorn University) และสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA) ที่เข้าร่วมให้ข้อเสนอแนะผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อรวบรวมข้อมูลสำคัญในการนำเสนอรายละเอียดการยกร่างกฎหมายในลำดับถัดไป
