ข่าว
เอสซีจีผนึกเครือข่ายรัฐ-เอกชน ดันยุทธศาสตร์ 5 SMART พลิกฟื้นอุตสาหกรรมไทย หนุน SMEs โตยั่งยืน
สำนักข่าวบริคอินโฟ – เอสซีจี (SCG) ร่วมกับเครือข่ายพันธมิตรและหน่วยงานภาครัฐ จัดงาน “อุตสาหกรรมไทยก้าวกระโดด โตไปด้วยกัน…SMART INDUSTRY” เพื่อระดมความร่วมมือเร่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยผ่านการปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมใหม่ มุ่งเป้าเปลี่ยนสินค้าทุนนำเข้ามูลค่ากว่า 7.6 ล้านล้านบาท ให้กลายเป็นเม็ดเงินหมุนเวียนภายในประเทศ พร้อมชูกลยุทธ์ 5+1 และการสร้าง “3 ทุนประเทศ” เพื่อผลักดันให้ GDP ของ SMEs เพิ่มสัดส่วนจาก 35% เป็น 50% และยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของไทยในระดับภูมิภาค
ภายในงานมีการรวมตัวของตัวแทนจากภาครัฐและเอกชนเพื่อวางรากฐานเศรษฐกิจ โดย ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี ได้ร่วมปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “เดินหน้าเศรษฐกิจไทย ดันอุตสาหกรรมเติบโต” พร้อมด้วย ดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม บรรยายถึงแนวทางการสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อย และ ดร.อธิป อัศวานันท์ ผู้อำนวยการสภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย (Digital Council of Thailand) ที่ให้ข้อมูลด้านการนำระบบ Smart AI มาปรับใช้เพื่อเปลี่ยนผ่านธุรกิจ SMEs เข้าสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มตัว
นายชนะ ภูมี ที่ปรึกษากรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี (SCG) และรองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) หรือ FTI เปิดเผยว่า การจัดงานครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อหาแนวทางให้ประเทศไทยก้าวข้ามกับดักการเติบโตต่ำ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อมที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจซบเซาและความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์โลก ซึ่งการผสานความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนถือเป็นกลไกสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้อุตสาหกรรมไทยกลับมาเติบโตอีกครั้ง
“อุตสาหกรรมไทยจะก้าวกระโดดได้ ภาคเอกชนต้องเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหา (Be a Part of the Solution) ร่วมลงมือทำ โดยมีเป้าหมายสำคัญคือ เปลี่ยนสินค้าทุนนำเข้ามูลค่าปีละ 7.6 ล้านล้านบาท ซึ่งไหลออกนอกประเทศ เป็นเศรษฐกิจภายในประเทศ อาทิ เครื่องจักร อิเล็กทรอนิกส์ คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์การแพทย์ ก๊าซธรรมชาติ อาวุธ ยานพาหนะ หากอุตสาหกรรมไทยผลิตสินค้าเหล่านี้ในประเทศเพียง 30-50% ของปริมาณนำเข้า จะสร้างมูลค่าราว 2-4 ล้านล้านบาทต่อปี คิดเป็น 10-20% ของ GDP” นายชนะระบุ
สำหรับยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนสู่ SMART INDUSTRY ประกอบด้วย 5 แนวทางหลัก ได้แก่
- Smart Industry เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต 2 เท่า
- Smart Market ขยายตลาดทั้งในและต่างประเทศ
- Smart Funding สนับสนุนแหล่งเงินทุนเพื่อการเปลี่ยนผ่าน
- Smart & Green Infrastructure ลดต้นทุนพลังงานและโลจิสติกส์
- Smart Government พัฒนาระบบราชการให้รวดเร็วและโปร่งใส
พร้อมเสริมด้วยโมเดล PPPP (Public Private People Partnership) ซึ่งเป็นการต่อยอดความสำเร็จจาก “สระบุรีโมเดล” สู่ระดับประเทศ เพื่อให้เกิดการทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบระหว่างภาครัฐ เอกชน และประชาชน
นอกจากนี้ ยังเน้นย้ำถึงการสร้าง “3 ทุน” เพื่อความยั่งยืนในระยะยาว ประกอบด้วย ทุนมนุษย์ (Human Capital) ผ่านการออกแบบหลักสูตรการศึกษาให้ตรงกับความต้องการของอุตสาหกรรม ทุนข้อมูล (Information Capital) ที่เชื่อมโยงข้อมูลระดับชาติเพื่อลดต้นทุนแฝง และ ทุนองค์กร (Organization Capital) ที่เน้นวัฒนธรรมความร่วมมือ โดยนายชนะกล่าวทิ้งท้ายว่า “ถึงเวลาที่ภาคเอกชนและภาครัฐร่วมกันทำอย่างจริงจังต่อเนื่อง เพื่อเพิ่ม Productivity และ GDP ของประเทศให้โตขึ้น 2 เท่า และเพิ่มสัดส่วน GDP ของ SMEs จาก 35% เป็น 50% ให้ได้ เพื่ออนาคตของอุตสาหกรรมไทยที่แข่งขันได้ในภูมิภาค”
