Connect with us

ข่าว

นักวิชาการ มธ. ชี้ไทยอย่าชะล่าใจแม้ศาลสหรัฐฯ เพิกถอนภาษีทรัมป์ คาดมาตรการกีดกันการค้าจ่อคัมแบ็ก

Published

on

กรุงวอชิงตัน,สหรัฐอเมริกา 20 ม.ค. 2568 / สำนักข่าวบริคอินโฟ : นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนที่ 47 จากพรรคริพับลิกัน ซึ่งดำรงตำแหน่งเป็นสมัยที่ 2 เข้าสู่พิธีสาบานตนอีกครั้ง หลังจากได้รับเลือกตั้งเป็น ประธานาธิบดีฯ สมัยแรกในปี พ.ศ. 2560 และพ่ายแพ้ให้กับ นายโจ ไบเดน ในปี พ.ศ. 2564

สำนักข่าวบริคอินโฟ – นักวิชาการจากคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (Thammasat University) วิเคราะห์สถานการณ์การค้าโลกหลังศาลฎีกาสหรัฐอเมริกามีคำสั่งเพิกถอนมาตรการเก็บภาษีนำเข้าของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) โดยเตือนว่าประเทศไทยไม่ควรลดการป้องกัน แต่ควรดำเนินแผนรับมือต่อเนื่องประหนึ่งว่ามาตรการภาษียังคงอยู่ เนื่องจากเชื่อว่ารัฐบาลสหรัฐฯ จะเร่งหาเครื่องมือหรือมาตรการกีดกันทางการค้าในรูปแบบใหม่มาทดแทนเพื่อใช้เป็นอำนาจต่อรองทางเศรษฐกิจและการเมืองในเร็วๆ นี้

ผศ.ดร.เกียรติอนันต์ ล้วนแก้ว อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (Thammasat University) เปิดเผยถึงกรณีที่ศาลฎีกาสหรัฐฯ มีคำสั่งเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 ให้เพิกถอนมาตรการภาษีนำเข้าสินค้าของ โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) เนื่องจากเป็นการใช้อำนาจเกินขอบเขต โดยระบุว่าแม้ศาลจะมีคำตัดสินดังกล่าว แต่เชื่อว่าทรัมป์จะหาลู่ทางจัดเก็บภาษีให้ได้เหมือนเดิม และมาตรการกีดกันทางการค้าจะกลับมาในไม่ช้า เพราะที่ผ่านมาสหรัฐฯ ใช้ประเด็นนี้เป็นเครื่องมือหลักในการต่อรอง ซึ่งนานาประเทศควรอยู่ในโหมดเตรียมพร้อมรับมือเครื่องมือใหม่ๆ และให้จับตาดูสถานการณ์ไปจนถึงสิ้นเดือนมิถุนายน 2569 หากยังไม่มีมาตรการใหม่ออกมา ทิศทางการค้าโลกจึงจะเริ่มคลี่คลาย

นอกเหนือจากผลการตัดสินของศาล โจทย์ใหญ่ของประเทศไทยในปัจจุบันคือการเผชิญกับศักยภาพการแข่งขันที่ลดถอยลง ซึ่งซับซ้อนกว่าเรื่องภาษี โดยไทยจำเป็นต้องหาทางหนีทีไล่ผ่านการหาตลาดใหม่ การสร้างอำนาจต่อรอง และการยกระดับขีดความสามารถของธุรกิจไทยอย่างจริงจัง เนื่องจากการแข่งขันในโลกยุคใหม่ไม่ได้สู้กันด้วยภาษีเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการสู้ด้วยคุณภาพสินค้า นวัตกรรม และความสามารถในการลดต้นทุน หากไทยยังต้องกังวลเรื่องภาษีเพื่อสู้ราคาเพียงอย่างเดียว จะทำให้ภาคเศรษฐกิจไทยตกอยู่ในความลำบากในระยะยาว

“ประเทศไทยควรเดินหน้าต่อไปตามแผนเดิมประหนึ่งว่าไม่มีการตัดสินจากศาล คือทำให้เหมือนว่ามาตรการภาษีทรัมป์ยังคงอยู่ เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกับการเจรจาที่อาจเกิดขึ้นใหม่ ที่อย่างน้อยแล้วคงไม่มีทางแย่ไปกว่าเดิม หรือถ้ากลับมาเหมือนเดิมเราก็สามารถใช้โจทย์เดียวกับที่เรากำลังเจออยู่ตอนนี้ ที่สำคัญคือเราต้องกลับไปปรับปรุงภาคธุรกิจ ภาคเกษตร ภาคอุตสาหกรรม เพื่อพัฒนาสินค้า รวมถึงเอาเวลาไปมองหาตลาดใหม่ๆ น่าจะดีกว่า” ผศ.ดร.เกียรติอนันต์ กล่าว

Advertisement

นักวิชาการ มธ. ยังระบุเสริมว่า สาเหตุที่ประเทศไทยถูกขนานนามว่าเป็นคนป่วยของเอเชีย เนื่องจากยังไม่มีการปรับโครงสร้างการผลิตที่ชัดเจน หากมัวแต่รอการเจรจารอบใหม่โดยไม่ปรับตัวจะเป็นเพียงการเอาตัวรอดระยะสั้นที่ไม่ยั่งยืน ดังนั้นเวลานี้จึงเป็นโอกาสดีที่ไทยจะตั้งหลักเพื่อพลิกโฉมเศรษฐกิจ มากกว่าการตามแก้ปัญหาสงครามการค้าเป็นครั้งคราว โดยควรให้ความสำคัญกับความต่อเนื่องเชิงนโยบายและการปรับปรุงโครงสร้างการผลิตในระยะยาวเพื่อสร้างความพร้อมรับมือกับความผันผวนทางการค้าในอนาคต

Continue Reading
Advertisement