ข่าว
Unity เตรียมเปิดตัว Unity AI เวอร์ชันเบต้าในงาน GDC มีนาคมนี้ ชูจุดเด่นสร้างเกม Casual ได้ด้วย Prompt เพียงอย่างเดียว
สำนักข่าวบริคอินโฟ – ยูนิตี้ (Unity) ยักษ์ใหญ่ผู้พัฒนาเอนจินสร้างเกมระดับโลก ประกาศความคืบหน้าครั้งสำคัญในการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์หรือ AI (Artificial Intelligence) มาใช้ในกระบวนการสร้างสรรค์ โดยเตรียมเปิดตัว Unity AI เวอร์ชันเบต้า (Beta) รูปแบบใหม่ภายในงาน GDC Festival of Gaming ที่จะจัดขึ้นในเดือนมีนาคมนี้ ซึ่งไฮไลต์สำคัญคือความสามารถในการสร้างเกมแนวแคชชวล (Casual Games) ได้ทั้งเกมผ่านการใช้คำสั่งภาษาธรรมชาติ (Natural Language) โดยไม่ต้องพึ่งพาการเขียนโค้ดแบบดั้งเดิม เพื่อมุ่งหวังที่จะลดอุปสรรคในงานสร้างสรรค์และขยายฐานผู้พัฒนาเกมให้ครอบคลุมคนจำนวนมากยิ่งขึ้น
แมทธิว บรอมเบิร์ก (Matthew Bromberg) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Unity ได้กล่าวระหว่างการรายงานผลประกอบการว่า การสร้างสรรค์ผลงานด้วยขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ถือเป็นเป้าหมายหลักประการที่สองของบริษัทในปี 2026 โดย Unity AI โฉมใหม่นี้จะช่วยให้นักพัฒนาสามารถเปลี่ยนจากตัวต้นแบบ (Prototype) ไปสู่ผลิตภัณฑ์ที่สมบูรณ์ได้ง่ายขึ้นผ่านแพลตฟอร์มโดยตรง ซึ่งถือเป็นการนำความเข้าใจในบริบทของโปรเจกต์และระบบรันไทม์ที่เป็นเอกลักษณ์ของบริษัทมาผสานเข้ากับโมเดลชั้นนำระดับโลก เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพมากกว่าโมเดลปัญญาประดิษฐ์ทั่วไป
“ผู้ช่วยอัจฉริยะนี้จะทำงานโดยอาศัยความเข้าใจเฉพาะตัวของเราที่มีต่อบริบทของโครงการและระบบการทำงานของเรา (Runtime) พร้อมกับใช้ประโยชน์จากโมเดล AI ที่ล้ำสมัยที่สุดที่มีอยู่ในปัจจุบัน” บรอมเบิร์กอธิบายเพิ่มเติมถึงความเชื่อมั่นว่าการผสมผสานนี้จะมอบผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพแก่นักพัฒนาเกมได้มากกว่าการใช้โมเดลแบบทั่วไปเพียงอย่างเดียว นอกจากนี้เขายังระบุว่าเป้าหมายของบริษัทคือการขจัดความยุ่งยากในกระบวนการสร้างสรรค์ และทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมสากลระหว่างจุดเริ่มต้นของความคิดสร้างสรรค์ไปสู่ประสบการณ์ดิจิทัลที่ประสบความสำเร็จและยั่งยืน
ในการตอบคำถามช่วงท้ายของการรายงานผลประกอบการ ซีอีโอของ Unity ยังได้คาดการณ์ว่าเครื่องมือที่ขับเคลื่อนด้วย AI จะส่งผลให้มีผู้คนอีกหลายสิบล้านคนก้าวเข้ามาสร้างสรรค์ความบันเทิงในรูปแบบอินเทอร์แอกทีฟ ซึ่งทางบริษัทมีความตั้งใจที่จะเป็นผู้นำในด้านนี้ โดยปัจจุบันระบบผู้ช่วยของ Unity AI มีการใช้งานโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) จากพันธมิตรอย่าง OpenAI และ Meta ทั้ง GPT และ Llama ในการตอบคำถาม เขียนโค้ด และสั่งการทำงานในรูปแบบเอเจนท์ (Agentic actions)
นอกจากความสามารถด้านข้อความและโค้ดแล้ว Unity AI ยังใช้โมเดลจากพันธมิตรรายอื่นเพื่อสร้างและปรับปรุงสินทรัพย์ภายในเกม (Assets) ไม่ว่าจะเป็น Scenario และ Layer AI ซึ่งทำงานบนพื้นฐานของโมเดลอย่าง Stable Diffusion, FLUX, Bria และ GPT-Image การผลักดันเทคโนโลยีครั้งนี้จึงถูกมองว่าเป็นการสร้างความเท่าเทียม (Democratise) ในการพัฒนาเกม ให้กลุ่มคนที่ไม่มีทักษะด้านการเขียนโปรแกรมสามารถเข้าถึงการสร้างเกมได้ ในขณะเดียวกันก็ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้กับเหล่านักพัฒนามืออาชีพที่มีอยู่เดิมด้วยเช่นกัน
