Connect with us

ข่าว

NIA เตรียมจัดงาน Thailand Beef Fest 2026 ดัน โคดำลำตะคอง ชิงเค้กตลาดเนื้อพรีเมียมโลก

Published

on

NIA เตรียมจัดงาน Thailand Beef Fest 2026 โชว์ศักยภาพ โคดำลำตะคอง เนื้อพรีเมียมฝีมือคนไทย พร้อมดึง 4 ประเทศมหาอำนาจเนื้อร่วมยกระดับมาตรฐาน ดันเกษตรกรไทยสู่ตลาดโลก

สำนักข่าวบริคอินโฟ – สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA (National Innovation Agency) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ประกาศเดินหน้าขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเนื้อวัวคุณภาพสูงของไทย เตรียมจัดงานใหญ่ Thailand Beef Fest 2026 ภายใต้ธีม “Thai Innovative Beef, Global Taste” ระหว่างวันที่ 5-7 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ตลาดนัดเลียบด่วน-แดนเนรมิต กรุงเทพมหานคร เพื่อยกระดับแบรนด์เนื้อท้องถิ่นอย่าง โคดำลำตะคอง จากจังหวัดนครราชสีมาสู่เวทีสากล หวังลดการนำเข้าเนื้อจากต่างประเทศที่มีมูลค่าสูงกว่า 7,000 ล้านบาทต่อปี พร้อมดึงมหาอำนาจด้านเนื้ออย่าง สหรัฐอเมริกา บราซิล ญี่ปุ่น และออสเตรเลีย เข้าร่วมแลกเปลี่ยนมาตรฐานเพื่อผลักดันเนื้อไทยให้แข่งขันได้ในระดับโลก

ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ NIA เปิดเผยว่า อุตสาหกรรมเนื้อวัวระดับโลกกำลังเปลี่ยนจากสินค้าโภคภัณฑ์ไปสู่ผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่มสูง โดยคาดว่าตลาด High-End Beef จะมีมูลค่าสูงถึง 449,790 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2576 ซึ่งพฤติกรรมผู้บริโภคในปัจจุบันให้ความสำคัญกับรสสัมผัสและความปลอดภัยมากขึ้น สำหรับประเทศไทยมีการบริโภคเนื้อวัวเฉลี่ย 3.24 กิโลกรัมต่อคนต่อปี แม้จะดูไม่สูงมากแต่ความต้องการเนื้อพรีเมียมกลับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนต้องนำเข้าเนื้อคุณภาพสูงจากต่างประเทศจำนวนมาก ทาง เอ็นไอเอ (NIA) จึงมุ่งเน้นการเปลี่ยนโมเดลการผลิตจากเน้นปริมาณ (Volume-Based) ไปสู่การสร้างมูลค่า (Value-Based) เพื่อให้เกษตรกรสามารถขายเนื้อได้ในราคาสูงขึ้นจากเดิม 80–82 บาทต่อกิโลกรัม เป็น 105–145 บาทต่อกิโลกรัม

ทิศทางการพัฒนาจะเน้นการใช้นวัตกรรมเชิงลึก ตั้งแต่การคัดเลือกสายพันธุ์ที่เหมาะกับสภาพอากาศไทย การใช้เทคโนโลยี IoT จัดการฟาร์ม ไปจนถึงกระบวนการบ่มเนื้อเชิงวิทยาศาสตร์ โดยในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา เอ็นไอเอ ได้ร่วมกับ อุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 2 และกลุ่มวิสาหกิจชุมชน พัฒนาแบรนด์ โคดำลำตะคอง ให้เป็นซอฟต์พาวเวอร์ของไทย การจัดงานที่กรุงเทพฯ ในปีนี้ถือเป็นการขยายบทบาทสู่การเป็น “แพลตฟอร์มเศรษฐกิจโคเนื้อ” ที่เชื่อมโยงอุตสาหกรรมไทยกับระดับสากล ผ่านความร่วมมือกับสถานทูตประเทศผู้ผลิตเนื้อรายใหญ่เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้

ด้าน ผศ.ดร.ปภากร พิทยชวาล ผู้อำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 2 ระบุว่าความสำเร็จที่จับต้องได้คือผลิตภัณฑ์ แกงพะแนงโคดำลำตะคอง ซึ่งได้รับความสนใจจากตลาดสิงคโปร์และญี่ปุ่น รวมถึงสายการบินต่างๆ อย่างไรก็ตาม ยังมีข้อจำกัดเรื่องมาตรฐานการผลิตเชิงอุตสาหกรรมและมาตรฐาน ฮาลาล (Halal) ซึ่งหากได้รับการสนับสนุนด้านนโยบายและแหล่งทุนเฉพาะทาง จะช่วยให้แบรนด์ไทยเติบโตในระดับภูมิภาคได้อย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น

Advertisement

ขณะที่ นายอรรควัฒน์ วิริยะขจรเกียรติ เจ้าของแบรนด์ N.V.K. Farm และตัวแทนกลุ่มวิสาหกิจชุมชน โคดำลำตะคอง กล่าวถึงจุดเด่นของเนื้อชนิดนี้ว่า “คนไทยชอบเนื้อติดมันแต่ไม่เลี่ยน เราจึงผสมข้ามสายพันธุ์ระหว่างโคพื้นเมืองโคราช แองกัส และวากิว จนได้เนื้อที่มีมาร์บลิ่งสวยและรสชาติที่ตรงใจคนไทยที่สุด โดยใช้ธัญพืชท้องถิ่นเป็นอาหารหลักและเลี้ยงในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมของอำเภอสีคิ้ว” ปัจจุบันมีเครือข่ายเกษตรกรกว่า 420 ครัวเรือน และมีความต้องการจากต่างประเทศทั้ง จีน และตะวันออกกลาง เข้ามาอย่างต่อเนื่อง แม้ปัจจุบันกำลังการผลิตจะยังจำกัดอยู่ที่ 50 ตัวต่อเดือน แต่หลังจากเข้าร่วมโครงการ นิลมังกร และได้รับการสนับสนุนจาก NIA ทำให้ธุรกิจเติบโตขึ้นถึง 8 เท่า และตั้งเป้าขยายฐานลูกค้ากลุ่มร้านอาหารพรีเมียมผ่านงานในครั้งนี้

Continue Reading
Advertisement