ข่าว
Gigamon เผยผลสำรวจ ผู้นำองค์กรทั่วโลกกว่า 91% หวั่นภัยไซเบอร์จาก AI ผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงกลยุทธ์ด้านความปลอดภัยของระบบคลาวด์แบบไฮบริด
สำนักข่าวบริคอินโฟ – ผลสำรวจ Hybrid Cloud Security Survey ประจำปี 2025 ของ กิกะมอน (Gigamon) ผู้นำด้าน Deep Observability ชี้ให้เห็นว่า โครงสร้างพื้นฐานระบบคลาวด์แบบไฮบริดกำลังเผชิญแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นจากอิทธิพลของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งกำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว โดยกว่า 91% ของผู้นำด้านความปลอดภัยมองว่า AI กำลังเปลี่ยนแนวคิดเรื่องความเสี่ยงที่มีต่อระบบคลาวด์แบบไฮบริดอย่างมีนัยสำคัญ
การสำรวจครั้งที่ 3 นี้ ได้สำรวจผู้นำด้านความปลอดภัยและระบบไอทีมากกว่า 1,000 คนทั่วโลก รวมถึงออสเตรเลีย ฝรั่งเศส เยอรมนี สิงคโปร์ สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา พบว่าภัยคุกคามทางไซเบอร์ทั้งขนาดและความซับซ้อนเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้อัตราการละเมิดข้อมูลเพิ่มขึ้นถึง 55% ในปีที่ผ่านมา ซึ่งการโจมตีที่สร้างขึ้นโดย AI ถือเป็นปัจจัยหลักในการขับเคลื่อน โดยข้อมูลจากสภาเศรษฐกิจโลกยังชี้ให้เห็นว่า ต้นทุนทางเศรษฐกิจจากอาชญากรรมไซเบอร์ทั่วโลกมีมูลค่าสูงถึง 3 ล้านล้านดอลลาร์ เนื่องจากอาชญากรสามารถใช้เทคโนโลยี AI ได้คล่องตัวขึ้น
ผลการศึกษาเผยให้เห็นว่า 46% ของผู้นำด้านความปลอดภัยและไอที ให้ความสำคัญกับการจัดการภัยคุกคามจาก AI เป็นอันดับแรก ขณะที่หนึ่งในสามขององค์กรรายงานว่า ปริมาณข้อมูลเครือข่ายเพิ่มขึ้นกว่าสองเท่าในช่วงสองปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นผลมาจากปริมาณงานของ AI และเกือบครึ่ง (47%) พบการโจมตีที่มุ่งเป้าไปที่การใช้งาน LLM (Large Language Model) ขององค์กรมากขึ้น นอกจากนี้ ยังมีผูตอบแบบสำรวจมากกว่าครึ่ง (58%) ที่เห็นการเพิ่มขึ้นของแรนซัมแวร์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI จาก 41% ในปี 2024 ซึ่งแสดงให้เห็นว่าอาชญากรกำลังใช้ AI เพื่อโจมตีเหนือการป้องกันที่มีอยู่
ขณะเดียวกัน ผู้นำด้านความปลอดภัยในสิงคโปร์ถึง 96% ยอมรับว่าเกิดความกังวลเกี่ยวกับการรักษาความปลอดภัยและการจัดการโครงสร้างพื้นฐานระบบคลาวด์แบบไฮบริด โดยความท้าทายหลักมาจากการขาดข้อมูลคุณภาพสูงเพื่อรองรับการใช้งาน AI อย่างปลอดภัย (46%) และการขาดการมองเห็นที่ครอบคลุมทั่วทั้งระบบ โดยเฉพาะการเคลื่อนไหวในแนวนอน (East-West traffic) ของผู้โจมตีหลังเจาะระบบได้สำเร็จ (47%)
การสำรวจยังพบว่า 71% ของผู้นำด้านความปลอดภัยและไอทีในสิงคโปร์มองว่า Public Cloud มีความเสี่ยงมากกว่ารูปแบบอื่น ทำให้องค์กรหลายแห่งกำลังพิจารณาปรับเปลี่ยนกลยุทธ์คลาวด์ โดย 76% ของผู้ตอบแบบสอบถามในสิงคโปร์รายงานว่ากำลังพิจารณาย้ายข้อมูลจาก Public Cloud ไปยัง Private Cloud อย่างจริงจัง เนื่องจากความกังวลด้านความปลอดภัย และ 54% ลังเลที่จะใช้ AI ใน Public Cloud โดยอ้างถึงความกังวลเรื่องการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา
คุณคริสติ ธีลี รองประธานฝ่ายวิศวกรรมโซลูชัน ทั่วโลก บริษัท กิกะมอน กล่าวว่า “ทีมงานด้านความปลอดภัยกำลังพยายามอย่างหนักเพื่อให้ตามทันการนำ AI มาใช้ รวมถึงความซับซ้อนและความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นใน Public Cloud การสังเกตการณ์เชิงลึก (Deep Observability) สามารถช่วยแก้ไขปัญหานี้ได้ด้วยการรวมข้อมูล MELT (Metrics, Events, Logs, and Trace) เข้ากับข้อมูลระยะไกลจากเครือข่าย ซึ่งช่วยเพิ่มความสามารถในการมองเห็นและให้มุมมองที่เชื่อถือได้เกี่ยวกับความเสี่ยง”
ผู้นำด้านความปลอดภัยและไอทีเกือบเก้าในสิบ (86%) มองว่า การสังเกตการณ์เชิงลึก (Deep Observability) เป็นสิ่งสำคัญสำหรับความปลอดภัยและการจัดการโครงสร้างพื้นฐานระบบคลาวด์แบบไฮบริด ซึ่งเป็นประเด็นที่ได้รับการให้ความสนใจจากคณะกรรมการบริหารมากขึ้น โดยผู้ตอบแบบสอบถามชาวสิงคโปร์ถึง 88% ยืนยันว่ามีการหารือเรื่องนี้ในระดับบอร์ดเพื่อป้องกันระบบคลาวด์แบบไฮบริดให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
