ข่าว
ผู้ว่าฯอุตรดิตถ์ นำทีมจับกุมร้านลักลอบจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้า 2 ร้าน ของกลางมูลค่ากว่า 2 แสนบาท
ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์นำชุดจัดระเบียบสังคมแบบบูรณาการจับกุมตรวจยึดร้านลักลอบจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้ากลางใจเมือง 2 ร้าน ของกลางมูลค่ากว่า 2 แสนบาท เปิดธุรกิจอย่างอื่นบังหน้า แอบขายให้นักเรียนนักศึกษาผ่านหลังพลเมืองดีแจ้งเบาะแสผ่านศูนย์ดำรงธรรม
ผู้สื่อข่าว : ณัฐวัฒน์ ราชประสิทธิ์ ผู้สื่อข่าวอุตรดิตถ์
เมื่อเวลา 10.00 น.ของ วันที่ 7 มีนาคม 2567 นายศิริวัฒน์ บุปผาเจริญ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ นายนพฤทธิ์ ศิริโกศล รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ นายศิวัช ฟูบินทร์ นายอำเภอเมืองอุตรดิตถ์ พ.ต.อ.ไกรสิทธิ์ พรหมปฏิมา ผกก.สภ.เมืองอุตรดิตถ์ นางพิสมนต์ มงคลเทพ พาณิชย์จังหวัดอุตรดิตถ์ นำชุดจัดระเบียบสังคมแบบบูรณาการจังหวัดอุตรดิตถ์ ประกอบด้วย 1) ป้องกันจังหวัดอุตรดิตถ์ 2) เจ้าพนักงานปกครองที่ทำการปกครองจังหวัดอุตรดิตถ์ 3) ปลัดอำเภอเมืองอุตรดิตถ์ 4) เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรเมืองอุตรดิตถ์ 5) เจ้าหน้าที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุตรดิตถ์ 6) เจ้าหน้าที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดอุตรดิตถ์ 7) เจ้าหน้าที่สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดอุตรดิตถ์ (ศูนย์เสมารักษ์) ???? เจ้าหน้าที่ศูนย์คุ้มครองผู้บริโภค (ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดอุตรดิตถ์) 9) เจ้าหน้าที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดอุตรดิตถ์ (กอ.รมน.จ.อต.)

10) เจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองทางการทหารศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 3 (ขกท.ศปก.ทภ.3) 11) เจ้าหน้าที่สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดอุตรดิตถ์ 12) สมาชิกกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดอุตรดิตถ์ที่ 1 13) สมาชิกกองอาสารักาดินแดนอำเภอเมืองอุตรดิตถ์ เข้าตรวจสอบร้านจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้า หลังจากประชาชนร้องเรียนผ่านศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดอุตรดิตถ์ว่ามีการลักลอบจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้า 2 จุดดังนี้ 1) บริเวณซอยเอื้อประเสริฐหลังธนาคารกรุงไทยสาขาอุตรดิตถ์ โดยสามารถตรวจยึดของกลางได้ดังนี้ ผู้ต้องหา 1 ราย เพศชาย อายุ 24 ปี ของกลาง บุหรี่ไฟฟ้าและอุปกรณ์จำนวน 685 ชิ้น มูลค่า 117,800 บาท 2) บริเวณถนนอินใจมี ตำบลท่าอิฐ อำเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์ โดยสามารถตรวจยึดของกลางได้ดังนี้ ผู้ต้องหา 1 ราย เพศชาย อายุ 36 ปี ของกลาง บุหรี่ไฟฟ้าและอุปกรณ์จำนวน 905 ชิ้น มูลค่า 105,000 บาท รวมจำนวนบุหรี่ไฟฟ้าและอุปกรณ์ทั้งสิ้นจำนวน 1,590 ชิ้น รวมมูลค่าประมาณ 222,800 บาท จึงแจ้งข้อกล่าวหา ดังนี้ 1. ฝ่าฝืน คำสั่งคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคที่ 9/ 2558 เรื่อง ห้ามขายหรือห้ามให้บริการสินค้า “บารากู่ บารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้า หรือตัวยาบารากู่ น้ำยาสำหรับเติมบารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้า” ดังนั้น ผู้ใดขายหรือให้บริการบุหรี่ไฟฟ้า น้ำยาเติมมีความผิดตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2562 มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 600,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 2. นำเข้าบุหรี่ไฟฟ้า มีความผิดตามประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง กำหนดให้บารากู่และบารากู่ไฟฟ้า หรือบุหรี่ไฟฟ้า เป็นสินค้าที่ต้องห้ามนำเข้ามาในราชอาณาจักร พ.ศ.2557 ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับเป็นเงิน 5 เท่า ของราคาสินค้า หรือทั้งจำทั้งปรับ กับให้ริบบุหรี่ไฟฟ้า รวมทั้งสิ่งที่ใช้บรรจุ และพาหนะใดๆ ที่ใช้ในการบรรทุกสินค้าบุหรี่ไฟฟ้านั้น,ความผิดตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2560 มาตรา 244 ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และศาลอาจสั่งริบของนั้นก็ได้ ไม่ว่าจะมีผู้ถูกลงโทษตามคำพิพากษาหรือไม่ 3. ครอบครองหรือรับไว้ซึ่งบุหรี่ไฟฟ้า อันเป็นสินค้าห้ามนำเข้ามาในราชอาณาจักรจะมีความผิดฐาน ช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ หรือรับไว้โดยประการใด ซึ่งของอันตนรู้ว่าเป็นของที่เข้ามาในราชอาณาจักร โดยยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากรโดยถูกต้อง ตามมาตรา 246 วรรคหนึ่ง ของ พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2560 มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับเป็นเงิน 4 เท่าของราคาสินค้า หรือทั้งจำทั้งปรับ ชุดจับกุมจึงได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางและพยานหลักฐานทำบันทึกจับกุม ณ ที่ว่าการอำเภอเมืองอุตรดิตถ์ และนำส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองอุตรดิตถ์เพื่อดำเนินคดีต่อไป

