ข่าว
บิ๊กโจ๊กบินด่วนเคลียร์ปัญหาวัดหลวงพ่อเงินบางคลาน เจอสว.กิตติศักดิ์แต่งเครื่องแบบอย่างเท่ห์แต่ไม่ไปประชุมสภา
ปัญหาของวัดหลวงพ่อเงินบางคลาน ที่ยืดเยื้อมาเกือบ 10 ปี ล่าสุด “บิ๊กโจ๊ก” บินด่วนพร้อมรองอธิบดีกรมบังคับคดี , ผู้ตรวจราชการ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ พร้อมคณะเดินทางเข้าวัดถึงกับงงเมื่อเจอ สว.กิตติศักดิ์ แต่งเครื่องแบบเต็มยศในวันประชุมสภาโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี แต่ มาโผล่เป็นแกนนำชาวบ้านฝ่ายต่อต้านเจ้าอาวาส “บิ๊กโจ๊ก” เป็นคนกลางเชิญร่วมกันตรวจทรัพย์สิน 161 รายการอยู่ครบ เจรจากลุ่มชาวบ้านฝ่ายต่อต้านเจ้าอาวาสที่มี สว.กิตติศักดิ์หนุนหลัง ต่อหน้าได้ข้อยุติพอคล้อยหลังก็วุ่นวายเหมือนเดิม

วันที่ 22 สิงหาคม 2566 พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. “บิ๊กโจ๊ก” พร้อมคณะซึ่งประกอบด้วย นางเพ็ญรวี มาแสง รองอธิบดีกรมบังคับคดี , พล.ต.ต.กฤษกร พลีธัญญวงศ์ รองผู้บัญชาการศึกษา สำนักงานตำรวจแห่งชาติ , นายชิตชัย สุทธิภูล ผู้อำนวยการกองบังคับคดี ล้มละลาย , นายสมบัติ พิมพ์สอน ผู้ตรวจราชการ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ , นายเชิดศักดิ์ ทองหนัน ผอ.กลุ่มคุ้มครองพระพุทธศาสนาแห่งชาติ , พ.ต.ต.ชานนท์ อ่วมทร สวป.สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เดินทางด้วยเฮลิคอปเตอร์ 2 ลำ ลงจอดที่หน้า สภ.โพทะเล โดยมี นายพยนต์ อัศวพิชยนต์ ผู้ว่าฯ พิจิตร , พล.ต.ต.กำธร จันที ผบก.ภ.จว.พิจิตร และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องของจังหวัดพิจิตรรอให้การต้อนรับ ต่อจากนั้นทั้งหมดได้เดินทางเข้าไปภายในวัดหิรัญญาราม หรือวัดบางคลาน (วัดหลวงพ่อเงิน) ต.บางคลาน อ.โพทะเล จ.พิจิตร โดยมีกำลังตำรวจประมาณ 150 นาย ดูแลรักษาความเรียบร้อย จากนั้นเดินเข้าประตูวัดบางคลาน “บิ๊กโจ๊ก”ก็ถึงกับงง เมื่อเจอ สว.กิตติศักดิ์ รัตนวราหะ แต่งเครื่องแบบเต็มยกอย่างเท่ห์ ยืนปะปนอยู่กับมวลชน ที่เป็นฝ่ายต่อต้านเจ้าอาวาสและเป็นกลุ่มที่เข้ายึดวัดมาตั้งแต่ 6 เม.ย. 66 โดยไม่ยอมให้ พระครูพิสุทธิวรากร เจ้าอาวาสวัดหลวงพ่อเงินบางคลาน เข้าวัด ทั้งๆที่ วันนี้เป็นวันประชุมสภาโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ซึ่ง สว.กิตติศักดิ์ ได้บอกกับผู้สื่อข่าวว่า เป็นห่วงชาวบ้านกลุ่มนี้มากกว่าจึงไม่ได้เข้าประชุมสภา เพราะขาดตนเองเพียงแค่เสียงเดียวการโหวตนายกก็ทำกันได้
โดย “บิ๊กโจ๊ก” ก็ได้เดินไปถึงกุฏิไม้ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีปัญหา เนื่องจากเป็นกุฏิของอดีตเจ้าอาวาสที่ต่างฝ่ายต่างบอกว่ามีทรัพย์สิน-มีวัตถุมงคล-มีวัตถุโบราณ-มีงาช้าง ตั้งแต่สมัยที่หลวงพ่อเงินยังมีชีวิตอยู่ ซึ่งจะต้องตรวจสอบจึงได้ดำเนินการเรียกตัวแทนของทั้งสองฝ่าย คือ ฝ่ายเจ้าอาวาสรูปปัจจุบัน และฝ่ายของลูกศิษย์ของอดีตเจ้าอาวาสและฝ่ายราชการ คือ สำนักงานบังคับคดี และ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ แต่ไม่มีชื่อของ สว.กิตติศักดิ์ ในการร่วมตรวจทรัพย์สินเพราะไม่ใช่คู่ความหรือ คู่กรณีกันจึงทำให้ สว.กิตติศักดิ์ ซึ่งแต่งเครื่องแบบเต็มยศอย่างเท่ห์ต้องนั่งแก่วรออยู่ด้านล่างนานเกือบ 2 ชั่วโมง และเมื่อ “บิ๊กโจ๊ก”ตรวจสอบเสร็จสิ้นก็ลงมาใช้โทรโข่งประกาศให้ทุกฝ่ายทราบว่าทรัพย์สินจำนวน 116 รายการ อยู่ครบ จากนั้นก็ให้ตัวแทนของทั้งสองฝ่าย คือ ฝ่ายเจ้าอาวาสรูปปัจจุบัน และฝ่ายของลูกศิษย์ของอดีตเจ้าอาวาส ร่วมกันไปเปิดกุฏิ 3 ฤดู ซึ่งเป็นกุฏิขิองเจ้าอาวาสที่ถูกฝ่ายต่อต้านยึดและใส่กุญแจให้เปิดเพื่อให้เจ้าอาวาสได้เข้าใช้กุฏิของตนและยังได้ไปเปิดทุกจุดที่ถูกฝ่ายต่อต้านยึด จากนั้นก็เรียกชาวบ้านฝ่ายต่อต้านเจ้าอาวาสประมาณ 200 คน ที่วันนี้พร้อมใจกันใส่เสื้อสีเหลืองเป็นทีมเดียวกันให้ได้เข้าใจว่า “บิ๊กโจ๊ก” มาเพื่อทำหน้าที่ตามกฎหมายและเป็นคนกลางเจรจา ซึ่งยืนยันว่าหลังจากนี้ พระครูพิสุทธิวรากร เจ้าอาวาสวัดหลวงพ่อเงินบางคลาน ที่ได้รับแต่งตั้งถูกกฎหมายของคณะสงฆ์จะต้องเข้าวัดได้และทำหน้าที่บริหารกิจการงานของวัด วัดจะต้องเปิด-ปิด ตามเวลาที่กำหนด บุคคลภายนอกที่ไม่ข้องเกี่ยวจะเข้ามาปักหลักกินอยู่หลับนอนภายในวัดไม่ได้ แต่จะให้มีตัวแทนทั้ง 3 ฝ่าย คือ ฝ่ายเจ้าอาวาสรูปปัจจุบัน และฝ่ายของลูกศิษย์ของอดีตเจ้าอาวาส รวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจ 1 นาย ให้อยู่ภายในวัด แต่ฝ่ายชาวบ้านต่อรองว่าจะขอตัวแทน ฝ่ายของลูกศิษย์ของอดีตเจ้าอาวาสจำนวน 10 คน ให้สามารถอยู่นอนใต้ถุนกุฏิไม้ที่มีทรัพย์สินของอดีตเจ้าอาวาสและของหลวงพ่อเงินซึ่งอยู่บนกุฏิเพราะเกรงว่าฝ่ายเจ้าอาวาสจะเอาทรัพย์สินไป ซึ่งทั้งสองฝ่ายได้มีการเจรจากันต่อหน้า “บิ๊กโจ๊ก” ว่าให้เป็นไปตามนั้น

เรื่องทุกอย่างดูเหมือนจะจบลงด้วยดีเพราะใช้เวลากว่า4 ชั่วโมง ในการตรวจสอบทรัพย์สินเจรจาพูดคุย จะกระทั่งเวลา 16.30 น. พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. “บิ๊กโจ๊ก” พร้อมคณะ ก็ได้เดินทางออกจากประตูวัดหลวงพ่อเงินบางคลาน พอ “บิ๊กโจ๊ก” คล้อยหลังไปเท่านั้น กลุ่มชาวบ้านก็ยังคงปักหลักอยู่เหมือนเดิมและมี สว.กิตติศักดิ์ ร่วมวงอยู่กับเค้าด้วย จนในที่สุด พระครูพิสุทธิวรากร เจ้าอาวาสวัดหลวงพ่อเงินบางคลาน และคณะกรรมการวัด รวมถึงทนายความฝ่ายกฎหมายของวัดที่มีเพียงไม่ถึง 10 คน ดูแล้วสถานการณ์ไม่ดีไม่น่าจะปลอดภัย ก็ต้องขับรถออกจากวัดมาด้วยเช่นกัน โดยสรุปสถานการณ์ของวัดหลวงพ่อเงินบางคลาน ก็ยังคงเป็นเช่นเดิม
