Connect with us

ข่าว

ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าคดีปมมรดก 1,000 ล้าน ปางช้างแม่สา

คุมเข้ม คดีเส้นทางการเงิน 117 ล้านบาท และงาช้างที่หายไปเตรียมสรุปคดี ดำเนินการกับผู้กระทำผิดตามขั้นตอนของกฎหมาย

Published

on

ผู้สื่อข่าว : นิวัตร ธาตุอินจันทร์ ผู้สื่อข่าวเชียงใหม่

ศึกมรดกพันล้านพ่อเลี้ยงชูชาติ กัลมาพิจิตร ผู้ก่อตั้งปางช้างแม่สา อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ที่เสียชีวิตไปร่วม 4 ปีแล้ว ทิ้งมรดกไว้มากกว่า1,000 ล้านบาท แต่ยังไม่สามารถจัดแบ่งมรดกให้กับทายาท เนื่องจากมีการตรวจพบทรัพย์สินมรดกทั้งเงินสด ทองคำและงาช้างหายไปจำนวนมากโดยยังไม่ทราบว่าใครครอบครองไว้อยู่และยังตรวจพบเงินในบัญชีธนาคารแห่งหนึ่งที่ใช้หมุนเวียนเลี้ยงช้างในปางช้างแม่สาแอบถูกเบิกหายไปจำนวน 117ล้านบาท สร้างความเดือดร้อนแก่ช้างเลี้ยง 68 เชือก ตามข่าวที่ได้เสนอไปแล้วนั้น

เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2566 ผู้สื่อข่าวรายงาน ความคืบหน้าในคดีปมมรดกปางช้างแม่สา เริ่มเข้มข้นขึ้น เมื่อทางนางอัญชลี กัลมาพิจิตร ผู้บริหารปางช้างแม่สา อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ได้พบหลักฐานสำคัญเกี่ยวกับงาช้าง จำนวนกว่า 200 กิ่งหรือชิ้นเป็นของช้างในปางช้างแม่สา ที่เลี้ยงไว้ร่วม 45 ปีที่ทางนายชูชาติ กัลมาพิจิตร ผู้ก่อตั้งปางช้างแม่สา ได้เก็บรวบรวมงาช้าง ไม่ว่าจะเป็นชิ้นงากระเด็น งาหักที่นำไปขึ้นทะเบียนไว้ ทุกชิ้นก่อนจะนำไปเก็บไว้ที่บ้านล้านช้าง ซึ่งหลังจากนายชูชาติ เสียชีวิตงาจำนวนนี้หายไปเหลือไว้เพียงงาที่เป็นคู่อยู่จำนวน 15 กิ่ง ทางนางอัญชลีจึงได้แจ้งความไว้ที่ สภ.แม่ริม ปรากฎว่าได้พบหลักฐานภาพถ่ายงาที่เก็บไว้รวมทั้งสำเนาเอกสารที่ขึ้นทะเบียนไว้แต่ไม่พบงาตัวจริงไม่ทราบว่าใครครอบครองไว้จึงได้นำหลักฐานภาพถ่ายส่งให้ทางตำรวจ

ขณะเดียวกัน ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ปทส.สอบสวนกลาง จำนวนหนึ่งได้เดินทางมาที่ปางช้างแม่สา อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ เพื่อจะขอตรวจสอบตั๋วรูปพรรณของช้างจำนวน 68 เชือกว่ามีหลักฐานครบหรือไม่ ซึ่งทางนายวรพงษ์ คำนนท์ ทนายความของปางช้างแม่สา พร้อมทั้งนางรัตนา ศรีหมอก ผู้จัดการปางช้างแม่สา ได้พาเจ้าหน้าที่ตำรวจ ปทส.ไปตรวจตามที่แจ้งขอความร่วมมือ พร้อมกันนี้ทางนายวรพงษ์ เห็นว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนกลางจึงได้แจ้งเรื่องงาช้างที่หายไปให้ทราบพร้อมจะมีมีการนำเสนอเรื่องให้ผู้บังคับบัญชาทราบเรื่อง

นายวรพงษ์ คำนนท์ ทนายความของปางช้างแม่สา ได้บอกว่าตนได้แจ้งให้ทางตำรวจสอบสวนกลางที่มาตรวจสอบปางช้าง ถึงเรื่องงาช้างที่หายไป ซึ่งถึงแม้ทางตำรวจที่มาตรวจสอบบอกว่าจะมาตรวจสอบเรื่องรูปพรรณช้าง แต่เมื่อเป็นตำรวจสอบสวนกลางจึงแจ้งเรื่องนี้ให้ทราบ จากนั้นตนก็ได้นำภาพถ่ายและสำเนาทะเบียนงาช้างที่หายไปกว่า200 กิ่งจะนำไปมอบให้พนักงานสอบสวน และอีกส่วนหนึ่งจะไปแจ้งให้ทางสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 เชียงใหม่ที่ดูแลให้เรื่องนี้ให้ทราบเช่นกัน เมื่อมีภาพถ่ายชัดเจนเชื่อการติดตามงาช้าง 200 กิ่งที่ถือว่าอยู่ในทรัพย์มรดกจะต้องมีคำตอบว่างาช้างจำนวนนี้อยู่ที่ใคร เชื่อว่าน้ำหนักงาช้างทั้งหมดไม่ต่ำกว่า1,000 กิโลกรัมซึ่งมีมูลค่ามหาศาล หากมีการนำไปขายหรือทำอะไรก็ผิดทันที
สำหรับเรื่องเส้นทางเงิน 117 ล้านบาที่หายไป ด้าน พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ ได้เดินทางไปที่ สภ.แม่ริม จ.เชียงใหม่เพื่อติดตามผลคดีเส้นทางเงิน 117 ล้านบาท โดยได้มีการเรียกประชุมพนักงานสอบสวนในคดี เพื่อนำสำเนาการสอบสวนขั้นตอนต่างๆมาสรุปผลคดี ซึ่งในเรื่องนี้ทาง พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่าเรื่องนี้สำนวนมันเยอะมากและเหตุเกิดนานมาก อาจจะต้องมีการแบ่งช่วงเวลาการเกิด ประเภทการเกิดเป็นหลายสำนวนเพื่อให้สำนวนมันออกง่ายขึ้น ต้องพิจารณาความผิดเป็นราย เรื่องราวมันเยอะและยาวนาน ตอนนี้ตนได้สั่งการไปแล้วว่าจะแยกอะไรได้เท่าไหร่ ในเรื่องนี้ทางตำรวจต้องทำให้ดีที่สุด ทางเจ้าทุกข์ก็ต้องการให้ทางตำรวจทำคดีให้เร็วขึ้น เราก็ต้องลงรายละเอียดว่าจะทำอย่างไรให้มันเร็ว ก่อนหน้านี้ตนก็ได้เรียกประชุมทั้งชุดสืบสวนและสอบสวนที่ ภจว.เชียงใหม่ และในวันนี้จึงมาประชุมที่โรงพักแม่ริมอีกครั้ง

Advertisement
Continue Reading
Advertisement