Connect with us

ข่าว

นนทบุรี คืบหน้า เปิดใจหนุ่มติดยา ใช้หมวกกันน็อคฟาดสาว เตรียมรื้อบ้านหนีปัญหา

Published

on

ผู้สื่อข่าว : ฉัตรมงคล สิงห์โต ผู้สื่อข่าวนนทบุรี

จากกรณีผู้ใช้เฟสบุ๊ครายหนึ่งโพสต์ภาพพร้อมระบุข้อความไว้ว่า “ฝากแชร์ต่อๆๆๆด้วยคะคุณหนีให้ตลอดนะ กูแจ้งความเรียบร้อยแล้ว หลักฐานทั้งเก่าใหม่ กูมีครบ เก่งกับผู้หญิง เอาหมวกกันน๊อคฟาดโดยไม่เคยมีเรื่องกันมาก่อน แต่คุณมากับทำคนในบ้านกูกี่รอบแล้ว คุณหาหลักฐานมานะว่าครอบครับกูเคยทำเหี้ยอะไรกับคุณ ณ.ตอนนี้กูคนโดนกระทำไม่ได้รับคำขอโทษอะไรเลย ลองเป็นครอบครัวคุณโดนบ้างนะแล้วคุณจะรู้ว่า เจ็บแล้วจำเป็นไงกูจบโพลี 09 ไม่ใช่เด็กผีแอบอ้างแบบคุณ “

ต่อมาผู้สื่อข่าวลงพื้นที่จุดเกิดเหตุบริเวณ ซอยท่าเรือกำนันเชาว์ หมู่ที่ 3 ต.มหาสวัสดิ์ อ.บางกรวย จ.นนทบุรี พบ น.ส.ชลธิชา มั่นคง อายุ 36 ปี หลังถูกนายมาค อายุ 22 ปี เป็นญาติห่างๆ เกิดอาการคลุ้มคลั่ง อาละวาด เข้ามาทำร้ายร่างกายบริเวณหน้าบ้าน ซึ่งผู้ก่อเหตุได้ใช้หมวกกันน๊อคฟาดไปที่ผู้เสียหายจำนวน 3 ครั้ง บาดเจ็บตนคอกกหู และท้ายทอย เสียค่ารักษาพยาบาลกว่า  3,000  บาท ก่อนหน้านี้นายมาคเคยก่อเหตุทำร้ายสามีตนได้รับบาดเจ็บมาแล้ว 2 ครั้ง ล่าสุดมาทำร้ายตนอีก ซึ่งทุกครั้งที่ผ่านมาสามีเป็นผู้ถูกกระทำคือโดนนายมาค เข้ามาทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บหลายจุด ทั้งที่ไม่ทราบสาเหตุไม่เคยทะเลาะกัน คาดว่าสาเหตุเกิดจากยาเสพติด หลังจากเกิดเหตุได้เดินทางเข้าแจ้งความที่ สภ.บางกรวย เหตุเกิดเมื่อวันที่ 13 ต.ค.เวลา10.38

ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อเวลา 17.00 น.วันที่ 16 ตุลาคม 65 ผู้สื่อข่าว ได้รับการเปิดเผยเพิ่มเติมจากนางสาวชลธิชา ผู้เสียหายว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นัดเจรจาเรื่องราวที่เกิดขึ้นในวันพรุ่งนี้เวลา 09.00 นที่สภ. บางกรวย  โดยพ่อของนายมาร์คได้มาพูดคุยกับตนแล้วเมื่อช่วงเช้าและยอมรับผิดแต่ตัวนายมาร์คไม่ได้เข้ามาพูดคุยกับตนแต่อย่างใด  

อยากให้น้องเขาดูแลพฤติกรรมตัวเองให้ดีถ้าหากติดยาก็อยากให้ไปบำบัดและความฝันให้หาย ไม่อย่างนั้นน้องก็อยู่กับใครไม่ได้เป็นภัยสังคมอย่างมากๆ ตอนนี้ตนก็ทราบเพียงแต่ว่าพ่อของเขาแจ้งมายังตนว่าจะขอยุติปัญหาด้วยการรื้อบ้านยกที่ให้วัดย้ายไปอยู่ที่อื่น

Advertisement

ขณะที่นายสุชาติพ่อของมาค ผู้ก่อเหตุ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่าเรื่องที่เกิดขึ้นตนเองได้คุยกับคู่กรณีแล้วเข้าใจกันในระดับหนึ่งตนก็อยากให้รอเวลาให้ทางเขาซึ่งตอนนี้ยังร้อนอยู่ให้เย็นๆลงก่อนแล้วค่อยนัดเจรจาพูดคุยค่าเสียหายกันซึ่งคาดว่าจะเป็นในช่วงเช้าของวันพรุ่งนี้ส่วนเรื่องที่เกิดขึ้นตนก็ไม่รู้ว่าลูกชายทำไปเพราะสาเหตุใดแต่ก็ขอบคุณที่สังคมช่วยกันเป็นหูเป็นตาสอดส่องดูแล และก็คงไม่มีใครอย่าให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ ตอนนี้ทางฝ่ายตนและฝ่ายคู่กรณีซึ่งเป็นญาติกันถึงก็พูดคุยกันตลอดเวลาคิดว่าน่าจะตกลงกันได้

Continue Reading
Advertisement