Connect with us

ข่าวบันเทิง

สถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนา เปิดตัวโครงการ MUSIC INDUSTRY NEXUS เชื่อมโยงภาคการศึกษาและอุตสาหกรรมดนตรีไทย

Published

on

สถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนา เปิดตัวโครงการ MUSIC INDUSTRY NEXUS ภายใต้แนวคิด กลั่น ลั่น เล่า เชื่อมโยงภาคการศึกษาและอุตสาหกรรมดนตรีไทย เพื่อพัฒนาศิลปินและบุคลากร

สำนักข่าวบริคอินโฟ – สถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนา เปิดตัวโครงการ MUSIC INDUSTRY NEXUS มุ่งเชื่อมโยงภาคการศึกษา ศิลปิน และอุตสาหกรรมดนตรีไทยเข้าด้วยกัน ภายใต้แนวคิด “กลั่น • ลั่น • เล่า” เพื่อสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้จากประสบการณ์จริงของคนทำงานดนตรี และถ่ายทอดเป็นองค์ความรู้สู่คนรุ่นใหม่ โดยจัดงานแถลงข่าวอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2569 ณ ลิโด้ คอนเน็คท์ (LIDO CONNECT)

ภายในงานนำโดย ผศ.ดร.อโณทัย นิติพน ผู้บริหารสถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนา พร้อมด้วยคณะทำงาน ได้แก่ วิเชียร ฤกษ์ไพศาล และ พงศ์นรินทร์ อุลิศ โดยมีการแสดงเปิดงานจากวง ASIA7 จากนั้นเป็นการร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนมุมมองการทำงานเบื้องหลังอัลบั้ม “กลั่น” จากตัวแทนศิลปินหลากหลายแนว ได้แก่ ศรราม น้ำเพชร, GALCHANIE, Gene Kasidit, ANNALYNN, ASIA7, สิงโต นำโชค, Foon (ฝุ่น), pami (พามิ) และ รุ่งโรจน์ อุปถัมภ์โพธิวัฒน์ ผู้บริหารค่าย สมอลล์รูม (Smallroom) ในฐานะตัวแทนของวง Tattoo Colour ก่อนปิดท้ายด้วยการแสดงจาก Foon และ Gene Kasidit นอกจากนี้ยังมีผลงานจากวง BUS because of you i shine ที่ร่วมสร้างสรรค์อัลบั้มดังกล่าวด้วย

สำหรับกลไกการขับเคลื่อนของโครงการ MUSIC INDUSTRY NEXUS แบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลัก ได้แก่ “กลั่น” หรือ Noise Brewery ซึ่งเป็นการรวบรวมประสบการณ์การทำงานของศิลปินมาถ่ายทอดผ่านอัลบั้มรวมเพลง และกระบวนการทำงานเบื้องหลัง ส่วนที่สองคือ “ลั่น” หรือ Live Unit Network เปิดโอกาสให้นักศึกษามากกว่า 200 คน ได้ลงมือปฏิบัติงานจริงร่วมกับศิลปิน ทีมงาน และ ไลฟ์เฮาส์ (Live House) ผ่านการจัดคอนเสิร์ต 21 ครั้ง และส่วนสุดท้าย “เล่า” หรือ Music Story เป็นการนำความรู้จากผู้เชี่ยวชาญกว่า 60 คน มาพัฒนาเป็น 30 บทเรียน ครอบคลุมทั้งด้านการพัฒนาศิลปิน ธุรกิจดนตรี การแสดงสด การตลาด และงานเบื้องหลัง เพื่อใช้เป็นคลังความรู้สำหรับการศึกษา

ทางสถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนา ระบุว่าโครงการนี้เป็นการสร้างโครงสร้างส่วนกลางเพื่อเชื่อมต่อภาคการศึกษา ศิลปิน คนทำงาน และอุตสาหกรรมดนตรีไทยเข้าด้วยกัน ซึ่งจะช่วยพัฒนาบุคลากรทั้งระบบและยกระดับวงการเพลงไทยให้สามารถเติบโต รวมถึงแข่งขันในระดับนานาชาติได้อย่างยั่งยืนในอนาคต

Advertisement